1874.อานุภาพวัตถุมงคล ของหลวงปู่สี วัดเขาถ้ำบุญนาค ถูกยิงด้วยลูกซองเต็มอกแต่ไม่เข้า

อานุภาพวัตถุมงคล ของหลวงปู่สี

การเสกวัตถุมงคลของหลวงปู่สี

เวลาที่มีคนขอวัตถุมงคล หรือ ขอให้ท่านเสกของอะไรให้ ท่านมักจะตอบว่า “ของขลังไม่มี หนังสือไม่เคยเรียน เสกไม่เป็น บ่รู้จักหรอก” อยู่เป็นประจำ มีอยู่คราหนึ่ง นายเรียน นุ่มดี ผู้บัญชาการเรือนจำประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต้องการมากราบหลวงปปู่สี และขอให้ท่านเสกของให้ เพื่อที่จะนำไปสร้างพระ ได้มาหาข้าพเจ้า เพื่อให้ช่วยพามาวัดเขาถ้ำบุญนาค เมื่อข้าพเจ้าาพามาพบหลวงปู่สีแล้ว หลังจากท่กราบท่านเรียนร้อย นายเรียน นุ่มดี ก็แจ้งวัตถุประสงค์ให้หลวงปู่สีท่านทราบทันที หลวงปู่ตอบว่า “เสกไม่เป็น ของขลังไม่รู้จัก ไม่เคยเรียนหนังสือ” และนั่งเฉยไม่ยอมเสกให้ ข้าพเจ้าและพระรักษ์(พระที่คอยรับใช้หลวงปู่) ต้องช่วยกันขอร้องเป็นเวลานาน โดยบอกว่าหลวงปู่เสกให้เขาหน่อยเถอะ เขาอุตส่าห์มากันไกล ๆ หลวงปู่จึงบอกว่า “ส่งลังมาใกล้ ๆ จะเสกให้ พอยื่นลังมาอยู่ข้าง ๆ ท่าน ท่านก็ก้มลงเป่าทันทีโดยไม่ต้องมีการบริกรรมคาถาใด ๆ เพียงครั้งเดียวเท่านั้น แล้วบอกว่าเสร็จแล้วรับกลับไปได้ นายเรียน นุ่มดีและผู้ติดตามมาด้วยถึงกับหน้าเสีย แต่จำเป็นต้องรับกล่องนั้นกลับไปแบบเสียมิได้ ภายหลังจากนายเรียน นุ่มดี กลับไปอยุธยาไปได้ 2-3 วัน นายเรียน นุ่มดีก็กลับมาหา หลวงปู่สีใหม่อีกครั้ง แต่ในคราวนี้ นายเรียน นุ่มดี ได้มาขออนุญาตหลวงปู่สร้าง เหรียญรุ่น”จตุรพิธพรชัย” และเหรียญรุ่น”พรหมวิหารธรรม”
นายเรียน นุ่มดี ได้เล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า เมื่อคราที่แล้วเห็นหลวงปู่เสกของในกล่องให้แบบไม่ค่อยจะเต็มใจ เล่นเป่าให้แค่ครั้งเดียว จึงไม่ค่อยศรัทธา ครั้นเมื่อถึงอยุธยาแล้วก็ให้ลูกน้องจัดการยิงทันที แต่ยิงยังไงก็ยิงไม่ถูกลังกระดาษ(หมายเหตุ ผงพุทธคุณในกล่องกระดาษนี้ ได้นำมาสร้างชุดพระเนื้อผงพิธีจตุรพิธพรชัย) จึงได้มีความนับถือหลวงปู่สีเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกับได้นำเรื่องนี้ไปเล่าให้หลวงปู่ดู่ แห่งวัดสะแก จ.อยุธยา ท่านฟัง หลวงปู่ดู่ท่านจึงให้นายเรียน นุ่มดี มาขออนุญาตหลวงปู่สี สร้างเหรียญขึ้นอีก 2 รุ่น เหตุการณ์แบบนี้ก็คล้าย ๆ เฉกเช่นกับเมื่อครั้งที่ นายแพทย์ วิเชยร ตระกูลสิน และจอ. นริศ ไชยมงคล ครั้งที่สร้างเหรียญขวัญถุงรุ่นแรกขึ้น ได้นำเหรียญขวัญถุงทั้งหมดใส่ถาด เพื่อให้หลวงปู่ทำการเสกให้ นั่งรอกันอยู่ตั้งนานหลวงปู่สีท่านก็ไม่ยอมเสกให้สักที จนผู้สร้างได้ขอร้องให้ท่านเสกให้เพราะจะได้นำลงไปจำหน่ายให้บูชา หลวงปู่สีท่านจึงใช้มือลงไปคน ๆ เหรียญในถาด 3 รอบ แล้วก้ม ลงเป่า 3 ครั้ง แล้วบอกกับผู้สร้างว่าเสร็จแล้วเอาไปได้ ผู้จัดสร้างถึงกับนิ่งอึ้งกันหมด แต่ปรากฏว่า เหรียญขวัญถุงรุ่นนี้กับปรากฏอภินิหารมากมาย คนถูกยิงด้วยลูกซองเต็มอกแต่ไม่เข้า รถชนกระเด็นไปเป็นวาไม่ปรากฏว่ามีอาการแต่อย่างใดให้ระคายผิว

ถ้าจะพูดถึงวัตถุมงคลของหลวงปู่สี อันดับต้นที่คนนึกถึงคือ ชานหมาก ของหลวงปู่สี นั่นเป็นเพราะยุคแรกที่ท่านมาอยู่วัดเขาถ้ำบุญนาคนั้น ตอนนั้นท่านไม่อนุญาตให้สร้างวัตถุมงคลใด ๆ ใครมาขอของดีท่านก็จะให้แต่ชานหมาก ดังนั้นชานหมากถือเป็นวัตถุมงคลอันดับต้น ๆ ที่มีคนอยากได้มากที่สุด และก็ดูยากที่สุดด้วยครับ

เรื่องอานุภาพชานหมาก (มีอยู่หลายเรื่องเลยครับ)
เรื่องมีอยู่ว่า มีชาวไร่ทำอาชีพปลูกข้าวโพดอยู่ท่านหนึ่ง ได้รับแจกชานหมากจากหลวงปู่สี ต่อมมาชาวไร่ผู้นั้นเกิดทำชานหมากของหลวงปู่สีหายในขณะที่ทำการเก็บหักข้าวโพดกับพวกอยู่ในไร่ พอทราบว่าชานหมากที่พกประจำติดตัวหาย ก็ออกค้นหาเท่าไหร่ก็ไม่พบเพราะดงข้าวโพดนั้นกว้างใหญ่ไพศาล แต่เนื่องด้วยจิตที่มีศรัทธามั่นคงต่อหลวงปู่สีด้วยความจริงใจ พอตกกลางคืนก็ฝันว่าหลวงปู่สีมาเข้าฝันบอกว่า หากอยากได้ชานหมากคืนก็ให้เผาไร่ข้าวโพดที่หักเก็บฝักแล้วเสีย แล้วเจ้าก็จะพบชานหมากของข้าที่เจ้าทำหายในไร่ พอตอนรุ่งเช้า ชาวไร่คนนั้นก็ทำการจุดไฟเผาไร่ข้าวโพดที่ตนได้ทำการหักฝักหมดแล้วทันที ไฟได้ลุกไหม้ต้นข้าวโพดในไร่อย่างรวดเร็ว และเมื่อต้นข้าวโพดถูกไฟไหม้หมดราบเรียบ มองในไร่จึงเห็นได้ชัดว่ายังมีต้นข้าวโพดอีก ๒-๓ ต้นยังยืนอยู่ตามปกติ ไฟไม่ไหม้เป็นที่น่าอัศจรรย์ในยิ่งนัก เพราะ ข้าวโพดสองสามต้นยังยืนอยู่ได้อย่างไร ใบและกิ่งก้านที่แห้งไฟไม่สามารถเผาผลาญได้ จึงเดินตรงเข้าดู ก็พบชานหมากขอหลวงปู่สีที่ตนทำตกหายอยู่ที่พื้นดินในระหว่างต้นข้าวโพด ที่ไม่ยอมไหม้ไฟสองสามต้นนั้น ก็ดีใจมากทรุดตัวลงกับพื้นเก็บชานหมากขึ้นมาแล้วยกมือไหว้ระลึกนึกถึงหลวงปู่ที่มาเข้าฝันตนทำให้ได้ของรักของหวงกลับคืนมาได้ ต่อจากนั้นก็นำไปเลี่ยมแขวนไว้กับคอตราบเท่าทุกวันนี้

ส่วนอีกราย เป็นสตรีวัยกลางคนอยู่ที่สมุทรปราการ ได้ชานหมากของหลวงปู่สี เก็บใส่กระเป๋าสตางค์ไว้ อยู่มาวันหนึ่งระหว่างเดินทางกลับบ้านตอนพลบค่ำ ในระหว่างที่เดินอยู่ในซอยเปลี่ยว ตนมีความรู้สึกว่ามีคนเดินตามหลังมา ๓ คน ตนจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อหนีให้ห่างจากชายสามคนที่เดินตามมานั้น แต่ก็ได้ยินเสียงเท้าของผู้ตามมานั้นอย่างกระชั้นชิด ตนจึงได้วิ่งหนีด้วยความกลัว แต่คนทั้งสามก็ยังวิ่งตามมาอีกอย่างไม่ลดละจนในที่สุดตนรู้สึกเหนื่อยจึงหยุดวิ่งทันทีแล้วหันหน้าไปดูชายทั้งสามที่วิ่งตามมานั้นหยุดชะงักเช่นกัน เมื่อเห็นหน้าตนหันมาดูด้วยอาการหวาดกลัวและร้องเสียงดังพร้อมกันแล้วคนร้ายทั้งสามต่างวิ่งโกยกลับหลังหนีไปอย่างอัศจรรย์ ทั้งที่ความจริงแล้วใบหน้าของสตรีวัยกลางคนผู้นั้นจัดว่าเป็นหญิงที่มีความงามเลยทีเดียว เป็นไปไม่ได้ที่คนร้ายทั้งสามจะตื่นกลัวตกใจจนวิ่งหนีจากไปเช่นนี้
ในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของชานหมากของหวงปู่สีนั้นยังมีอีกมาก ลูกศิษย์ใกล้ชิดของหลวงปู่ล้วนมีไว้ประจำติดตัวทุกคน ท่านจะห่อด้วยเศษจีวรของท่านและสั่งห้ามไม่ให้แกะออกเป็นอันขาด และห้ามลองด้วย

ขอบคุณที่มา พระเกจิ-คณาจารย์ นครสวรรค์
แอพเกจิ แอพรวมเรื่องราวประสบการณ์จริง เกี่ยวกับ พุทธคุณ ไสยศาสตร์ วิชาอาคม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ