1552.อภินิหารหลวงปู่แหวน ประสบการณ์จริงของผู้ศรัทธาหลวงปู่

อภินิหารหลวงปู่ แหวน
คุณณรงค์ สุทธิกุลพานิช และคุณประวัติ โชติกำจร ได้เชิญ ท่านสุภาพสตรีมาอัดเทป ท่านสุภาพสตรีผู้นี้มานามว่า คุณลำยอง ได้ประสบเหตุการณ์กับตนเองมาแล้ว ได้มาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและให้สัมภาษณ์แก่คุณประวัติ โชติกำจร อัดเสียงเพื่อนำมาให้ข้าพเจ้า จะได้เรียบเรียงขึ้น ขอขอบคุณทุกท่านที่หวังดีหวังประโยชน์ส่วนรวมมาในที่นี้ด้วย

เมื่อข้าพเจ้าได้รับแล้วเปิดเทปออกฟังเพื่อถอดเป็นตัวหนังสือเขียนขึ้น การเรียบเรียงครั้งนี้บางอย่างบางตอนแม้จะเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ก็เขียนขึ้นไม่ได้ ข้าพเจ้าต้องขออภัยที่ต้องขอตัดออก
ดังคำบอกเล่าจากปากของคุณลำยองที่ให้สัมภาษณ์ ท่านสุภาพสตรีผู้นี้ได้ประสบเหตุการณ์ด้วยตนเองว่า
“ดิฉันมีเรื่องประหลาดอยากเล่าให้ฟัง เมื่อเดิอนอะไรดิฉันก็จำไม่ได้แล้ว ( เล่าใน พ.ศ.๒๕๑๘ ) วันหนึ่งดิฉันไปธุระที่วัดธาตุทอง เพื่อนำเงินไปทำบุญส่งไปที่ลอสแอนเจลีสในสหรัฐอเมริกา ก็ไปหาท่านพระครูสมบุญ ท่านบอกผู้ที่ร่วมกุศลจะได้ของที่ทำไว้สมนาคุณผู้บริจาค โดยหลวงปู่แหวนท่านชรามากแล้วจำเป็นจะต้องนำขึ้นไปมอบให้ท่าน เพื่อทำพิธีพุทธาภิเษกที่วัดดอยแม่ปั๊ง จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อดิฉันได้ฟังก็เกิดมีความเลื่อมใสศรัทราขึ้นมาทันที นึกอยากไปหาหลวงปู่แหวนเพื่อมนัสการท่านที่เชียงใหม่ ต่อมาบังเอิญ เพื่อดิฉันได้สร้างพระประธาน และได้นำไปประดิษฐานที่วัดศรีนาชื่นในเมืองน่าน

ดิฉันนึกว่าคราวนี้คงมีโอกาสเลยขึ้นไปมนัสการหลวงปู่แหวนจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเราได้นัดวันออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ขึ้นไปที่วัดศรีนาชื่น ในจังหวัดน่าน เสร็จการถวายองค์พระที่วัดเรียบร้อยแล้ว เราก็ตกลงมุ่งขึ้นไปเชียงใหม่ ตั้งใจไปที่วัดดอยแม่ปั๋ง เพื่อมนัสการหลวงปู่แหวน ตามที่ดิฉันนึกอยู่ตลอดเวลา คืนนั่นเราต้องพักค้างคืนอยู่ใน โรงแรมที่เชียงใหม่ ตั้งใจจะเดินทางไปวัดดอยแม่ปั๋งแต่เช้าตรู่ก่อนท่านจะฉันอาหารเสร็จ

ก่อนนอนดิฉันนึกถึงหลวงปู่แหวนจึงตั้งจิตอธิฐานว่า “ เจ้าประคุ๊ณ พรุ่งนี้เช้าขอให้ดิฉันได้มีโอกาสมนัสการหลวงปู่แหวนด้วยเถิด” แต่แล้วมีความรู้สึกว่ามีรูปหน้าคนแก่มาลอยอยู่ตรงหน้าดิฉันเห็นหน้าชัดเจน จะว่าฝันก็ไม่ใช่ จะว่าหลับก็ไม่เชิง นึกอยู่ในใจว่า “โรงแรมนี้มีวิญญาณ มาหลอกหลอน” เมื่อคิดได้เช่นนั่น ดิฉันก็แผ่ส่วนกุศลไปให้ วิญญาณใดที่ อยู่ในบริเวณนี้ จงได้รับส่วนกุศลที่ดิฉันได้แผ่ไปให้ด้วยเถิด แล้วไม่ช้าก็หลับไป

รุ่งเช้า เราจะเอารถออกแต่เช้าเพื่อให้ทันก่อนท่านจะฉันเสร็จแล้วเข้ากุฏิ แต่บังเอิญเกิดมีอุปสรรค เพราะเวลาเช้าปั๊มน้ำมันทางเมืองเชียงใหม่ เขาจะเปิดขายเวลา ๖ โมงเช้าหรือย่ำรุ่งจึงจะเปิดปั๊ม ไม่ได้เปิด ๒๔ ชั่วโมงเหมือนกรุงเทพฯ เราก็ต้องคอยว่าปั๊มน้ำมันจะเปิดขาย เมื่อปั๊มน้ำมันเปิดแล้วรถจึงไปเติมน้ำมัน เติมน้ำ สูบลม เราก็ถือโอกาสแวะเข้าไปดูของในตลาด พวกในตลาดถามเราว่าจะไปในกัน เราบอกว่าจะไปมนัสการหลวงปู่แหวนที่วัดดอยแม่ปั๋ง พวกตลาดบอกว่าป่านนี้ยังไม่ไป คงไปไม่ทัน เพราะเมื่อหลวงปู่ท่านฉันเสร็จ ท่านก็จะเข้ากุฏิ แล้วไม่ออกมาให้ใครพบอีก ท่านฉันเสร็จประมาณสองโมงเช้า

ดิฉันได้ฟังพวกในตลาดพูดเช่นนั่นก็ไม่สบายใจนัก แต่ดิฉันก็มีกำลังใจ คิดในใจว่าจะต้องได้พบท่าน เพราะเมื่อคืนดิฉันได้ตั้งจิตบอกท่านไว้แล้วว่า ดิฉันจะไปมนัสการท่าน เพราะดิฉันอธิฐานจิตบอกท่านไว้แล้ว

เมื่อพวกเราไปถึงเกือบสามโมงเช้าแล้ว ได้ทราบว่าหลวงปู่และพระกำลังฉันอาหาร ดิฉันก็ดีใจ เพราะมีโอกาสได้มนัสการท่านแน่ๆ พวกเราชวนกันนั่งคอยท่านอยู่ข้างนอก คิดว่าเมื่อท่านฉันเสร็จแล้วก็จะเข้าไปกราบท่าน กำลังคิดก็มีคนออกมาบอกว่า หลวงปู่กำลังคอย ให้เข้าไปข้างใน เราสงสัยว่าท่านรู้ว่าเรามามนัสการท่านได้อย่างใด เรารีบเข้าไปกราบมนัสการท่าน พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นท่าน ดิฉันก็ตกใจขนลุกเพราะหน้าที่ลอยอยู่ที่โรงแรม เมื่อหลังจากดิฉันอธิฐานจิต กับหน้าหลวงปู่นั่นเป็นหน้าเดียวกัน ท่านก้มหน้ามองลอดแว่นออกมายิ้มให้กำลังใจ เหมืนอจะแสดงว่าที่เราอธิฐานจิตจะมามนัสการเช้าวันนี้ท่านรู้หมดแล้ว

พระที่เป็นศิษย์ของท่านได้บอกว่า”คุณนี่มีบุญนะ หลวงปู่กำลังคอยคุณอยู่ ไม่อย่างนั่นคงไม่ได้พบเช้านี้แน่ เพราะเช้านี้ท่านฉันช้ากว่าธรรมดา เมื่อท่านฉันเสร็จแล้วหลวงปู่ก็ให้ศิษย์เอาขันไปตักน้ำมาทำน้ำมนต์โดยเฉพาะ เมื่อเสร็จแล้วท่านก็ชี้ไปที่พระองค์หนึ่ง หลวงปู่บอกว่าพระองค์นี้กับหลวงปู่พรมน้ำมนต์ให้ก็เหมือนกัน พระองค์นั่นทราบว่าท่านชื่อทองใส หลวงปู่ยิ้มแล้วยังบอกว่าพรมให้โชกๆนะ แล้วหลวงปู่ท่านก็ลุกจากที่ฉัน ถือไม้เท้ามีพระพยุงให้ท่านลุกขึ้น แล้วท่านก็ถือไม้เท้ายันกายเดินออกมาองค์เดียวอย่างปรกติ แล้วก็เข้ากุฏิ

พระที่นั่งข้างๆ ท่านบอกว่า ถ้ามีผู้ที่ไม่มีความศรัทรา จิตไม่เป็นกุศลจะมาหาท่าน หลวงปู่ก็จะรีบเข้ากุฏิไม่ยอมพบด้วย ถ้ามีจิตศรัทรา ท่านก็จะคอยให้พบ

เมื่อหลวงปู่เข้าไปในกุฏิแล้ว พระทองใสท่านก็ถามดิฉันว่า โยมมาจากไหน ดิฉันก็บอกท่านว่า เพื่อนดิฉันสร้างพระได้นำเอาไปถวายที่วัดศรีนาชื่น ที่เมืองน่าน แล้วก็ตั้งใจว่าจะมามนัสการหลวงปู่แหวนที่วัดดอยแม่ปั๋งอยากจะได้ธรรมของพระสุปฏิปันโน
ท่านทองใสเมื่อได้พรมน้ำมนต์ให้เสร็จแล้ว ท่านก็ให้ธรรมอย่างจับใจ กล่าวถึงอานิสงส์ของการสร้างพระ เพื่อนดิฉันที่ได้สร้างพระก็มีความปิติยินดี ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ ดิฉันมองดูท่านทองใสเวลาให้ธรรมนั่น ท่านมีท่าทางสง่า มีราศีอย่างน่าเคารพนับถือ นี่เป็นเรื่องที่ดิฉันประสบมาด้วยตัวเอง
ต่อมา บุตรเขตของดิฉัน ซึ่งไม่เชื่อเรื่องอภินิหาร อยากจะลองดีกับหลวงปู่ จึงขึ้นไปหาหลวงปู่ที่วัดดอยแม่ปั๋ง ระหว่างอยู่ในรถบุตรเขยดิฉันนินทาหลวงปู่มาตลอดทาง ทั้งๆที่ไม่เชื่อเรื่องศักดิ์สิทธิ์และอภินิหารแต่ก็ได้จัดแจงซื้อของมาถวายหลวงปู่แหวน
เช้าวันนั่น บุตรเขยของดิฉันไปถึงที่วัดแต่หลวงปู่ลุกจากที่ฉัน กำลังเดินเข้ากุฏิของท่าน บุตรเขตดิฉันรีบเดินตามก็ไม่ทัน เพียงแต่เห็นหลังท่านไวๆ กำลังเปิดประตูเข้าไปในกุฏิแล้วลงกลอนข้างใน แกตามไม่ทันร้องนิมนต์เท่าไรท่านก็ไม่ออกมา แกอารมณ์เสียเข้าไปจะกระชากประตู เอามือตบประตูร้องตะโกนบอกนิมนต์หลวงปู่ ผมจะมาถวายของ ขอออกมารับด้วย
เมื่อเห็นเงียบก็ใช้มือทุบบานประตูหน้าต่าง บอกนิมนต์ออกมาจะถวายของ เสียงหลวงปู่ออกมาจากข้างในว่า “เอาไปถวายพระองค์ไหนก็ได้บุญเหมือนกัน” แต่บุตรเขยของดิฉันยังไม่ยอมแพ้ ทำท่าจะพังประตูหน้าต่างเข้าไป พูดโดยอารมณ์รุนแรงว่า ”อยากจะลองดีกับพระองค์นี้นัก” พระที่ยืนมองดูเหตุการณ์ก็บอกว่า “โยมอย่าพูดแบบนั่นกับหลวงปู่ เดี๋ยวจะไม่ได้กลับ” แต่บุตรเขยดิฉันไม่สนใจ
หลังจากนั่น เมื่อขับรถจะกลับกรุงเทพฯ ออกจากเขตเชียงใหม่ ได้ไม่นาน มาระหว่างทางก็เกิดพายุ ท้องฟ้ามืดมัวลงทันที ลมพายุหมุน ม้วนขึ้นเป็นก้อนวนเวียนรอบรถ ซัดฝุ่นทรายมองไม่เห็นทางทั้งข้างหน้าและหลังรถ ก่อนจะเกิดพายุหมุนมองเห็นแต่ไกลว่า ข้างหน้ามีรถบรรทุกน้ำมันกำลังจะวิ่งสวนทางมาโดยความเร็วสูง ทางหลังก็มีรถอีกหลายคัน ตามมาอย่างกระชั้นชิด ความตกใจอย่างไม่นึกฝันจะเกิดเหตุร้ายเช่นนี้ขึ้น นึกได้ว่าพระที่ดอยแม่ปั๋งท่านเตือนว่า อย่าไปลองดีกับหลวงปู่นะ เดี๋ยวจะไม่ได้กลับ

พอมีสตินึกได้ ลูกเขยดิฉันก็ยกมือพนมตั้งจิตด้วยความกลัว นึกถึงความผิดที่ได้แสดงออกทางกาย วาจาใจ ที่ได้ล่วงเกินท่าน ขอขมาลาโทษหลวงปู่แหวน ขอให้ท่านโปรดยกโทษด้วย เพราะที่ทำไปนั่น โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทันใดนั่นท้องฟ้าก็แจ่มใส พายุก็หายไป มองเห็นรถบรรทุกน้ำมันต่างห้ามล้อหยุดเกือบจะชนกันกลางพายุ แต่โชคดีต่างหยุดทัน ส่วนรถที่ตามมาหลัง ผู้คนต่างตื่นเต้นตกใจตกตะลึง ทุกคนนึกว่าคราวนี้ไม่รอดก็ต้องตาย เพราะรถทุกคันวิ่งมาด้วยความเร็วสูง จนเกิดพายุหมุนปิดบังทางอย่างไม่ทันรู้ตัว มองไม่เห็นถนน ไม่คิดว่าจะรอดพ้น จากการชนอย่างปาฏิหาริย์ เพราะต่างคนต่างห้ามล้อรถหยุดอย่างกะทันหัน หน้ารถลูกเขยกับหน้ารถบรรทุกน้ำมันเกือบจะประสานกันเข้าแล้ว ส่วนรถตามหลังก็เกือบจะชนท้ายกันเป็นแถว ทุกคนที่นั่งมาในรถใจหายใจคว่ำ ขวัญเสียตกใจตัวสั่นกันทุกคน ไม่คิดว่าจะปลอดภัย เพราะพายุจางหายไปทันที หากพายุไม่หยุด หลายชีวิตคงจะต้องจบลง กลางถนนอย่างน่าเศร้าที่สุด

นับแต่วันนั่นมา ลูกเขยดิฉันก็เคารพนับถือหลวงปู่ขึ้นใจ ตลอดมาจนทุกวันนี้
http://kothangkum.com/?p=898

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ