เส้นทางมือปราบพระกาฬ ตอนที่ 14 ได้ครับ (ชลอ เกิดเทศ)

เส้นทางมือปราบพระกาฬ ตอนที่ 14 ได้ครับ (เขียนโดยชลอ เกิดเทศ)

สนามมวยกิตติขจร กรุงเทพมหานคร

วันที่17 พฤษภาคม พุทธศักราช 2516

ชาติชาย เชี่ยวน้อย ไม่ทำให้แฟนมวยชาวไทยผิดหวัง ชนะเทคนิเกิล ฟริต เซอร์เวต ได้ในยก 5 กระชากเข็มขัดแชมป์โลกจากสภามวยโลก (WBC)มาครอง

จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี ขึ้นไปคาดเข็มขัดแชมเปี้ยน ใหม่ด้วยตัวเอง

ชาติชาย เชี่ยวน้อย กลายเป็นแชมป์โลกถึง 3 สมัย ครองแชมป์ทั้งสถาบันเดอะริง (The Ring) สภามวยโลก (WBC) สมาคมมวยโลก (WBA)

หลังมวยสุดมันคู่นี้จบลง ชลอ ให้แฟนมวยเดินออกจากสนามจนบางตา ก่อนเดินลงมาจากชั้นริงไซค์ด้วยความมันสะใจ มีพยาบาลสาวสวย 2 คน ในชุดไปรเวทเดินขนาบข้าง ส่วนจ่าศาสตร์เดินตามหลังมาติดๆ

“ สะใจจริงๆ ไม่ได้ดูเสียดายแย่ เลือดไอ้ฝรั่งมันเต็มหน้า ท่าทางเย็บหลายเข็ม….”

นายตำรวจหนุ่มพูดกับตัวเอง พร้อมบอกจ่าศาสตร์

“ไปหาอะไรอร่อยๆ กินก่อนกลับโรงพยาบาล….”

กว่าจะถึงโรงพยาบาลประจำจังหวัดสระบุรี ปาเข้าไปเกือบสี่ทุ่ม

“ขอบคุณมากนะครับ ที่ไปเป็นเพื่อน…”

นายตำรวจหนุ่มกล่าวขอบคุณ 2 พยาบาลสาว ที่แอบพาคนป่วยอย่างเขาออกไปเชียร์มวยถึงกรุงเทพฯ หลังเปลี่ยนชุดเป็นคนไข้ตามปกติ

แต่ในเช้าวันรุ่งขึ้น

แพทย์เจ้าของไข้ เดินหน้าบอกบุญไม่รับเข้ามาหา โดยมี 2 พยาบาลสาวที่เพิ่งไปดูมวยกับเขาที่กรุงเทพฯเดินตามหลังมาตืดๆด้วยหน้าตาวิตกกังวล

“คุณอยากหาเรื่องตายเหรอ หากแผลมันปริแตก เลือดไหลไม่หยุดจะทำยังไง…”

แพทย์ใหญ่เจ้าของไข้ เปิดฉากดุนายตำรวจต่อหน้าพยาบาลที่เชื่อว่าคงโดนเอ็ดมาไม่น้อยก่อนหน้า

“พวกคุณ 2 คนก็เหมือนกัน เห็นดีเห็นงาม พาออกไปได้อย่างไร…”

2 พยาบาลสาวก้มหน้านิ่งเงียบ เพราะถูกเอ็ดอีกรอบ

“ผมขอโทษครับหมอ ผมผิดเอง ขอร้องให้เขาพาไป ผมอยากดูมวยมาก แล้วผมก็พอที่จะแข็งแรงแล้ว นะครับ นะครับ อย่าเอาโทษกับน้องทั้ง 2 คนนั่นเลย….”

ชลอ กล่าวรับผิด พร้อมขอให้ยกโทษ 2 พยาบาลสาวที่หลงกลเขาพาไปดูมวยถึงกรุงเทพฯ

“ได้…คุณขอ คราวนี้ผมยกให้….”

หมอหนุ่มเสียงเบาลง แต่ยังหันไปเอ็ด 2 พยาบาลสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างๆ

“คุณ 2 คนเหมือนกัน อย่าให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก ไม่งั้นผมเอาเรื่อง….”

พูดเสร็จหมอเจ้าของไข้ก้าวฉับๆเดินกลับออกไป โดยมี 2 พยาบาลสาวหันหน้ามามอง ชลอ ด้วยแววตาปะหลับปะเหลือก

อีกไม่กี่วัน หมออนุญาตให้ ชลอ ออกจากโรงพยาบาลได้ หลังพักรักษาตัวมาเดือนกว่า

แต่นายตำรวจหนุ่ม ทำเรื่องลาพักร้อนต่อ เพราะรู้สึกว่าร่างกายยังไม่แข็งแรง โดยหอบกระเป๋าเสื้อผ้าไปนอนพักฟื้นร่างกายอยู่พัทยา

ระหว่างพักฟื้นอยู่เฉยๆในโรงแรมของพรรคพวก ชลอ คิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะย้ายสายงาน เขาอยากเข้าไปทำงานอยู่ในกรมตำรวจบ้าง เพราะงานสายปราบปรามที่เขาทำอยู่นั้น มันเสี่ยงต่อการเจ็บตัวเหลือเกิน

ดีไม่ดี อาจถึงตายหรือไม่ก็พิการได้

นอนเล่นชมทะเลอยู่ได้เกือบ 10 วัน ลูกน้องตำรวจที่มวกเหล็ก ตามมาหาถึงพัทยา พร้อมคำสั่งกรมตำรวจให้ไปรายงานตัวกับ พลตำรวจโทวิทูรย์ ยะสวัสดิ์ ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ ฝ่ายปราบปราม อดีตนายทหารเจ้าของรหัส เทพ 333 ผู้หยุดทฤษฎีโดมิโน และโอนย้ายมากรมตำรวจในสมัยรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร

ไม่รู้เรื่องอะไร แต่ในใจชลอ คิดว่ามีโอกาสจะขอย้ายสายการทำงานซะเลย…..

กลางเดือนมิถุนายน พุทธศักราช 2516

“กระผม พันตำรวจตรีชลอ เกิดเทศ ผู้บังคับกองสถานีตำรวจภูธรอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ครับ…”

ชลอยืนนิ่งหลังรายงานตัวอยู่หน้าพลตำรวจโทวิทูรย์ ยะสวัสดิ์ ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ ที่กำลังนั่งอ่านเอกสารสำคัญหลายอย่างที่โต๊ะทำงาน ท่ามกลางความเย็นฉ่ำไปทั้งห้องจากแอร์คอนดิชั่น

“ไอ้รุจน์ เพื่อนอั๊ว พูดถึงลื้อว่าเก่งนักในเรื่องงานปราบปราม…”

เจ้าของรหัสเทพ 333 ละสายตาจากเอกสารในแฟ้มทำงานกองพะเนินบนโต๊ะ พร้อมเกริ่นนำถึง รุจน์ หรือพลตำรวจตรีรุจน์ กาญจนราช ผู้บังคับการตำรวจภูธรเขต1 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นายตำรวจหนุ่มเข้าใจทันที เพราะผู้การรุจน์ใช้เขาทำงานหลายอย่าง ขณะเป็นผู้บังคับกองเมืองพระนครศรีอยุธยาอยู่เนืองๆ คงแนะนำให้พลตำรวจโทวิทูรย์เลือกเขามารับงานนี้

“มีเหตุคนร้ายปล้นรถดัมพ์ รถบรรทุกดิน หลายราย ส่วนคนขับน่าเชื่อว่าจะถูกฆ่าทิ้ง คาดว่าคนร้ายน่าจะก่อเหตุช่วงถนนสายรังสิต-พระนครศรีอยุธยา…และน่าเชื่ออีกว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะมีคนอยุธยาร่วมด้วยไม่มากก็น้อย…”

ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจเอ่ยถึงสถานการณ์ให้ชลอฟัง และถามด้วยน้ำเสียงดังกังวานต่อว่า

“ลื้อรับงานนี้ไปทำได้ไหม”

ทั้งที่ใจของชลอ อยากเปลี่ยนสายงานใจจะขาด เพราะเบื่อกับงานปราบปรามที่เสี่ยงอันตรายแบบนี้ แต่ปากเจ้ากรรมกลับตอบกลับด้วยเสียงดังฟังชัดไม่แพ้กัน

“ได้ครับ…….”

“ดี….เดี๋ยวผมจะให้กำลังคุณไปทำงานชิ้นนี้ มีหลายที่ไม่ว่าจะจากกองปราบฯ หรือภูธร รวมทั้งใครก็ได้ที่คุณต้องการไปทำงาน ไหวมั้ย”

เจ้าของรหัสเทพ 333 ที่โอนย้ายมาเป็นตำรวจชั่วคราวมอบหมายงานให้

“ไหวครับ….”

ปากเจ้ากรรมทำหน้าที่เร็วกว่าความคิดอีกแล้ว

หลังกลับออกจากห้องผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจเพียงวันเดียว คำสั่งกรมตำรวจที่มอบหมายให้ ชลอ เป็นหัวหน้าเฉพาะกิจรับผิดชอบคลี่คลายคดีนี้ ถูกส่งไล่หลังมาติดๆ

วันต่อมา ชลอ เรียกประชุมนายตำรวจที่ได้รับคำสั่งที่กองปราบปราม สามยอด เนื่องจากกำลังนายตำรวจในชุดคลี่คลาย ส่วนใหญ่มาจากกองปราบปราม ที่มีพลตำรวจตรี สมหวัง เพ็ญสูตร เป็นผู้บังคับการ

พันตำรวจตรีหนุ่ม รู้จักและชื่นชมนายตำรวจท่านนี้ เมื่อครั้งเป็นอดีตผู้กำกับการตำรวจภูธร เขต 1 หัวหน้าชุดปราบ 17 โจร ปิดตลาดท่าเรือ เมื่อปีพุทธศักราช 2508

ในที่ประชุม หัวหน้าชุดเฉพาะกิจตามคำสั่งกรมตำรวจ ใช้เวลาชั่วครู่ในการแนะนำตัว เพื่อรู้จักหน้าค่าตากับทีมงานซึ่งกันและกัน ก่อนสรุปสถานการณ์ และแบ่งงานให้รับผิดชอบ

จากนั้น ชลอ ขับรถกลับมวกเหล็กเพื่อไปหาลูกชายลูกสาวที่ฝากเมียลูกน้องตำรวจเลี้ยงไว้

ระหว่างทาง หัวสมองของนายตำรวจหนุ่มครุ่นคิดแต่เรื่องงานที่ได้รับมอบหมาย เขาต้องตีโจทย์ให้แตก เพราะเหตุร้ายดังกล่าวเชื่อว่าเกิดในเส้นทางใกล้จังหวัดพระนครศรีอยุธยาทั้งสิ้น

“มันจะเอารถไปไหน….”

สมองของชายหนุ่มหมุนจี๋

“รถดัมพ์มันเอาไว้ขนดิน ที่ไหนวะที่ต้องทำทางก่อสร้างขนาดใหญ่ มันต้องลดต้นทุนในการทำงาน รถไม่พอขน……”

นักสืบสมองเพชร จินตนาการการไปเรื่อย

“งานสร้างถนน งานทำทาง มีที่ไหนบ้างวะ…”

“ใช่แน่ๆ ต้องใช่ที่นี่แน่ๆ งานสร้างทางสายยุทธศาสตร์ตัดภูเขาเข้าไปในดินแดนผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในเขตภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย และจังหวัดน่าน…”

ประกอบกับมีข่าวเหตุการณ์กลุ่มผู้ก่อการร้ายดักยิง และทำลายรถบรรทุกดิน รถดัมพ์ เพื่อตัดเส้นทางของฝ่ายรัฐบาลจนเสียหายอยู่เนืองๆ ชลอคิดว่า น่าจะมีคนหัวใสใช้วิธีลัด ปล้นรถบรรทุกดินขึ้นไปขายกลุ่มผู้รับเหมางานทางราชการที่มีรถไม่พอใช้งานก็เป็นได้

วันรุ่งขึ้น ชลอ ขับรถเข้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้จ่า “เจิม ภู่สุดแสวง”ลูกน้องเก่าหาข่าวกลุ่มคนร้ายในจังหวัด ตามที่ผู้บังคับบัญชาคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า

แค่วันเดียว โชคก็เข้าข้างชลอ เมื่อจ่าเจิม ตะครุบ ไอ้ วี หรือ ทวี หัวรอ 1 ในแก๊งคนร้ายรายนี้ได้ก่อน

จ่าเจิม นำตัวมันมาพบผู้บังคับบัญชาหนุ่มของเขาในเซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง

“ยังไงมึง….พวกมึงมีกี่คน ใครบ้าง……”

นายตำรวจหนุ่มยิงคำถามเป็นชุด

ขณะที่ไอ้ทวี โจรลักรถถูกใส่กุญแจมือไพล่หลัง และใช้ผ้าปิดตาตามแบบเชลยสงคราม เพื่อให้เกิดความกลัวขึ้นในจินตนาการของมัน

มันนั่งพับเพียบ ไหล่ห่อ ตัวสั่นเป็นลูกนก เพราะไม่รู้จะเกิดอะไรกับมันขึ้นนับต่อจากนี้…….

จินตนาการสืบสวนของชลอ ถูกต้อง เมื่อวายร้ายตัวเอ้รับสารภาพว่า ร่วมกับพวกลงมือก่อเหตุ เอารถขายพวกสร้างทางที่ภาคเหนือ

หลังรีดข้อมูลจาก “ไอ้วี หัวรอ”จนหมดไส้หมดพุง ใครเป็นใครในแก๊ง ใครทำหน้าที่อะไร ชลอ นัดแนะกำลังทั้งหมดตามคำสั่งกรมตำรวจ เดินทางขึ้นเหนือ มุ่งหน้าจังหวัดเชียงใหม่ ตรงเข้าพักที่โรงแรมมนตรี ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองทันที

พันตำรวจตรีหนุ่ม ใช้วิธีเช่าเหมาชั้น โดยเลือกชั้น 3 ของโรงแรมเป็นที่พักของทีมงานที่ขึ้นมาคลี่คลายคดี

ด้านสำนวนการสอบสวน ชลอ ให้ รองสารวัตรจากกองกำกับการ 3 กองปราบปราม ซึ่งมีหน้าที่ดูแลพื้นที่ในเขตภาคเหนือ สอบปากคำ “ไอ้วี หัวรอ”ถึงเพื่อนร่วมทีม แผนประทุษกรรม โดยเฉพาะจุดทิ้งศพที่มันรับสารภาพเบื้องต้นว่า ยิงทิ้งคนขับรถดัมพ์ รถบรรทุก ตามป่าเปลี่ยวข้างทาง ช่วง จังหวัดกำแพงเพชร เรื่อยไปจนถึงจังหวัดตาก ก่อนนำรถไปขายให้“ไอ้ออย เกาะคา” ที่จังหวัดลำปางอีกทอด

พันตำรวจตรีชลอ สั่งนายตำรวจกองปราบฯคุมตัว “ไอ้วี หัวรอ”ไปดูสถานที่เกิดเหตุตามคำรับสารภาพ โดยเฉพาะจุดทิ้งศพประมาณ 10 ศพ

พร้อมประสานพลตำรวจตรีสมหวัง เพ็ญสูตร ผู้การกองปราบปราม ออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้อง

“ไอ้ตั๋น” มึงเอากำลังไปที่เกาะคา ลำปาง 5-6 คน ลากตัวไอ้ออย มาให้ได้…..”

ชลอ สั่ง จ่าตั๋น จ่าสิบตำรวจทนงศักดิ์ แจ่มแจ้ง ตำรวจชั้นประทวนกองปราบฯที่มีอายุอานามน้อยกว่าไม่เท่าไหร่ ไปดำเนินการ….

ส่วนตัวเขา และกำลังที่เหลือ แบ่งกำลังออกหาข่าวแก๊งโจรลักรถในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน รวมทั้งหาข่าวจากเพื่อนๆนายทหารกองทัพภาค 3 ที่กำลังรบแย่งชิงมวลชนจากพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เกี่ยวกับการประมูลงานจัดสร้าง รวมถึงผู้อิทธิพลในพื้นที่ เพื่อปิดคดีนี้ให้ได้โดยเร็ว

กราบขออนุญาต : ชลอ เกิดเทศ
ที่มา : Cops-magazine
โดย : กิตติพงศ์ นโรปการณ์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ