1888.พุทแลแล หลวงปู่ทอง เหนียวจนซามูไรสยบ

พุทแลแล หลวงปู่ทอง เหนียวจนซามูไรสยบ

คาถาพุทแลแล ของหลวงปู่ทอง วัดราชโยธา จะคล้ายคลึงกับคาถาพุทแลแล ของเจ้าคุณพิศาล อุตรดิตถ์ กับคุณพ่อชุม ไชยคีรี แต่ของหลวงปู่ทองจะยาวกว่า

ต่อมาท่านได้ถ่ายทอดให้หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง ซึ่งหลวงพ่อแช่มจะยึดคาถานี้ เป็นหลักในการเสกของทางคงกระพัน จนสืบทอดมาถึงหลวงพ่อเต้า วัดเกาะวังไทร ได้ใช้ปลุกเสกของ จนมีชื่อเสียงโด่งดังทางด้านคงกระพัน ท่านจะเรียกคาถานี้คาถาปัถมึน

Exif_JPEG_PICTURE

ในสมัยสงครามมหาเอเซียบูรพา ญี่ปุ่นได้เซ็นสัญญากับไทย ขอเป็นทางผ่าน จึงมีการมาตั้งฐานทัพในไทย มีอยู่คราวหนึ่ง กลุ่มทหารไทยได้สนทนากับทหารญี่ปุ่น ทหารไทยได้พูดถึงความเชื่อ ทางด้านไสยศาสตร์ของคนไทย ปรากฏว่ามีนายทหารญี่ปุ่นคนหนึ่ง ได้กล่าวดูถูกดูแคลน ว่าเป็นเรื่องเหลวไหล เป็นความเชื่อที่ใช้หลอกคนโง่เท่านั้น นายทหารไทยจึงพยายามอธิบาย แต่เรื่องกลับไปกันใหญ่ นายทหารญี่ปุ่นได้หยิบดาบซามูไรขึ้นมา แล้วบอกถ้าดาบเล่มนี้ฟันไม่เข้าจึงจะยอมเชื่อ นายทหารไทยท่านนี้ จึงบอกจะทดลองวิชาคงกระพันให้ดู

นายทหารคนนี้จึงนำหมาก มาเสกด้วยคาถาพุทแลแล ที่เรียนมาจากหลวงพ่อแช่ม เมื่อเคี้ยวหมากไปสักพัก รู้สึกหนังหนาขึ้น เกิดขนลุกขนชันไปทั้งตัว จึงพยักหน้าให้ทหารญี่ปุ่นฟันได้ ครั้งแรกที่ฟัน ทหารญี่ปุ่นฟันเพียงเบาๆ คงกะให้ได้อาย ไม่กะเอาถึงตาย แต่คมดาบซามูไรที่แสนคม ขนาดปล่อยกระดาษลงมากระทบ กระดาษยังขาด หาระคายผิวหนังทหารไทยไม่ ครั้งที่สองที่สาม จึงฟันแบบไม่ยั้ง เสียงดังปึกๆ ยังเป็นเหมือนเดิม คือไม่เข้าเหมือนเดิม ทหารญี่ปุ่นที่เห็นเหตุการณ์ จึงเข้ามาแบกทหารไทย แห่แหนไปรอบค่าย พร้อมกับตะโกนว่าบันไซๆ

ต่อมาท่านอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ได้พบกับทหารท่านนี้ จึงสอบถามว่า”นึกยังไงจึงยอมให้เขา เอาดาบซามูไรมาฟันไม่กลัวเหรอ” นายทหารท่านนี้จึงตอบว่า”ทีแรกก็กลัวเหมือนกัน แต่ทนไม่ได้ที่มันมาดูถูกดูแคลน วิชาไสยศาสตร์บ้านเรา แต่พอเสกหมากแล้วความกลัวมันหายหมด เกิดความมั่นใจขึ้นเต็มเปี่ยม ว่ายังไงก็ฟันไม่เข้า” อ.เทพย์ไม่ได้เอ่ยถึงชื่อนายทหารท่านนี้ แต่แอดมินขอคารวะท่าน ในฐานะที่กู้ศักดิ์ศรีไสยศาสตร์ไทยจากชาวต่างชาติ

ขอบคุณที่มา ศิษย์สายวัดสะพานสูง
แอพเกจิ แอพรวมเรื่องราวประสบการณ์จริง เกี่ยวกับ พุทธคุณ ไสยศาสตร์ วิชาอาคม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ