1811.ประสบการณ์รอดตายจากคมกระสุนด้วยบารมีธรรมหลวงปู่โต๊ะวัดประดู่ฉิมพลี

ประสบการณ์รอดตายจากคมกระสุนด้วยบารมีธรรมหลวงปู่โต๊ะวัดประดู่ฉิมพลี
พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สะระนังคัจฉามิ
ข้อความต่อไปนี้ข้าพเจ้าขอกราบบูชาในบารมีธรรมแห่งหลวงปู่โต๊ะวัดประดู่ฉิมพลี เพื่อประกาศเกียรติคุณของหลวงปู่ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ทุกท่านสืบไปเมื่อปี พ.ศ.2537ขณะที่ผมและภรรยาลูกชายคนเล็กอายุสามเดือนพร้อมด้วยพี่สาวภรรยาได้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากพัทยาเพื่อที่จะไปรับแฟนพี่สาวภรรยาซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่นที่สนามบินดอนเมือง เครื่องลงเวลาประมาณเที่ยงคืนออกจากดอนเมื่องเที่ยงเศษขณะขับรถกลับตัวผมเองก็เกิดอาการเขม่นตาขวามาตลอดทาง ในใจของผมคิดว่าคงจะต้องเกิดเรื่องแน่แต่ก็ไม่ได้บอกให้แฟนผมทราบระหว่างขับรถก็ได้สวดคาถาชินบัญชรในใจตลอดเวลาขอบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายให้คุ้มครองโดยเฉพาะหลวงปู่โต๊ะที่ผมและภรรยาแขวนอยู่ในคอ(ผมแขวนปิดตาปลดหนี้หลังยันต์นะใบลานภรรยาแขวนปรกใบมะขาม) เมื่อขับก่อนจะถึงค่ายทหารรักษาพระองค์ซึ่งสมัยนั้นเปลี่ยวและมืดมากรถได้ถูกวางตะปูเรือใบโดยคนร้ายได้ตอกตะปูห้านิ้วไว้กับไม้หน้าสามวางสลับไปมารถผมก็เหยียบตะปูเข้าอย่างจังพอไม้หน้าสามถูกบังโคลนรถก็หลุดทำให้ยางฉีกขาดไม่สามารถวิ่งต่อไปได้ต้องค่อย ๆ บังคับรถให้เข้าข้างทาง ตอนนั้นเองที่ทำให้ผมรู้ว่ากำลังจะถูกปล้นแต่ผมก็ต้องลงจากรถเพื่อเปลี่ยนยางอะไหล่ ผมจึงลงจากรถพร้อมด้วยภรรยาและชาวญี่ปุนโดยให้พี่สาวภรรยาอ้มลูกนั่งอยู่ในรถ ตอนนี้เองผมได้บอกกับภรรยาผมว่าให้ยืนดูรอบๆ ขณะที่ผมกำลังจะเปลี่ยนยาง ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลก็ให้รีบบอก ยังไม่ทันไรก็มีรถที่ขับตามหลังผมมาถูกตะปูอีกหนึ่งคันแต่เขาก็ยังขับไปได้อีกประมาณ 50 เมตรห่างจากผมเป็นรถเก่า ๆ สีขาว

ผมถอดน๊อตยังไม่ทันหมดภรรยาผมก็บอกว่าเห็นผู้ชายสองคนแต่งชุดหมีเหมือนพวกช่างกลเป็นวัยรุ่นเดินอยู่อีกฝั่งของถนนอ้อมไปยังรถคันที่จอดอยู่ข่างหน้าแต่ยังไม่ทันเดินไปถึงก็อ้อมกลับมาที่รถของผม เมื่อเดินมาถึงทั้งสองคนก็เปิดชายเสื้อชักปืนขึ้นมาจ่อมาที่ผมสองกระบอกพร้อมกันวินาทีนั้นผมก็เอามือผลักภรรยาให้หลบอยู่ข้างหลังผม และภรรยาได้ผลักให้ชาวญี่ปุ่นลงไปหลบในคูข้างทาง หนึ่งในคนร้ายได้พูดขึ้นว่าเฮ้ย…มึงมีของมีค่าอะไรถอดมาให้หมด ผมก็ตอบทันที…กูไม่ให้ภรรยาผมก็บอกต่อว่ากูก็ไม่ให้…คนร้ายก็บอกว่าไม่ให้กูยิง….ขณะนี้เองที่ใจของผมได้สตินึกถึงหลวงปู่โต๊ะในใจว่า(หลวงปู่โต๊ะช่วยลูกด้วย…ขอให้ยิงไม่เข้า)แล้วผมจึงพูดว่า..ยิงก็ยิงซิว่ะ…(ขอโทษที่ใช้คำไม่สุภาพนะครับ)จากนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้น..เปรี้ยง..?ผมเห็นไฟแล็บจากปากกระบอกปืนแล้วผมก็รู้สึกชาที่ข้อศอกจนแขนสะบัดผมนึกว่าแขนคงหักในมือผมมีเหล็กที่ใช้เปลี่ยนยางผมก็ยกขึ้นกะจะตีสวน แต่ปืนอีกกระบอกด้านขวามือก็ดังขึ้น…เปรี้ยง ? ผมถูกยิงที่ไหปลาล้าเต็ม ๆจนหงายหลัง แต่ด้วยบารมีของหลวงปู่คุ้มครองผมจึงกระโดดเข้าสู้ คนร้ายเห็นว่าผมถูกยิงสองนัดไม่เป็นไรก็ตกใจพูดขึ้นว่า…เฮ้ยถอยแล้ววิ่งอ้อมไปทางหลังรถภรรยาก็ตะโกนว่า..ช่วยด้วย ๆ ถูกปล้น คนร้ายก็หันมายิงภรรยาผมอีกหนึ่งนัดถูกที่ขาจนกางเกงยีนทะลุแต่ไม่เข้าครับแล้วคนร้ายก็วิ่งข้ามถนนเข้าซอยหายไป

ต่อมามีรถกะบะและรถขายปลาหมึกปิ้งได้จอดให้ความช่วยเหลือจนผมเปลี่ยนยางเสร็จต่อจากนั้นผมก็ไม่ได้แจ้งความเพราะดึกมากตีสามกว่าอีกอย่างก็ไม่ได้เสียทรัพย์สินไปผมรีบขับรถเข้าตัวเมืองชลบุรีแวะร้านข้าวต้มที่มีแสงไฟสว่างเพื่อดูบาดแผลที่ถูกยิงปรากฏว่าที่ข้อศอกและที่ไหปลาล้าเป็นรอยบวมเท่าลูกมะนาวแต่ไม่เข้ามีอาการขัดยอกเท่านั้นเองครับ….ถ้าไม่ใช่บารมีแห่งหลวงปู่โต๊ะวัดประดู่ฉิมพลีผมและภรรยาคงไม่มีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้..ตั้งแต่ปี37เป็นต้นมาผมทุก ๆ ปีผมต้องกินเจถวายหลวงปู่เพื่อแสดงความกตัญญูถวายท่านและจะทำตลอดไป (ลูกปืนนัดแรกที่ยิงถูกแขนก็ได้แฉลบไปถูกประตูด้านซ้ายเป็นรอยหัวกระสูนเลยครับ…ปืนเป็นขนาดเก้ามม.ครับทั้งสองกระบอกที่ผมทราบเพราะผมเป็นทหารเรือครับ)ตอนนี้ผมและภรรยาลูกชายนับถือหลวงปู่กันทั้งบ้านเลยครับ…เรื่องโชคลาภก็ดีจริง ๆ ครับเคยไปกราบรูปหล่อที่วัดขอโชคจากท่านได้เลข19 ผมถูกเลขท้ายล๊อตเตอรี่ 17 ใบคร้บ นี่คืออีกเสี้ยวหนึ่งของบารมีหลวงปู่โต๊ะที่ผมได้ประสบกับตัวเองและครอบครัว ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่หลวงปู่ได้แผ่บารมีช่วยผมเอาไว้คราวหน้าผมจะเล่าให้ท่านทั้งหลายอ่านอีกครับ…ถ้าหากท่านใดมีโอกาสได้พระของหลวงปู่ขอจงเก็บรักษาไวดีเถอะครับบารมีท่านมากล้นจริง ๆ ความดีอันใดที่ผมได้ทำมาด้วยดีแล้วขอถวายให้หลวงปู่โต๊ะด้วยความเคารพบูชาสูงสุดครับ….
Cr. munee

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ