เส้นทางมือปราบพระกาฬ ตอนที่ 27 คว้าถ้วยบอลคิงส์คัพครั้งแรก (ชลอ เกิดเทศ)

ะหว่างทาง ชลอนั่งพูดคุยกับ ใหญ่-สุรางค์ พลทรัพย์ และ ลูกชายคนโต กุ้ง-ชอบรบ ในเรื่องสัพเพเหระต่าง ๆนานาตามประสาคนในครอบครัว จนเข้าตัวเมืองลพบุรี

จ่าแป๊ะ หักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าบ้านพักหลวง ตรงข้ามจวนผู้ว่าราชการ จังหวัดลพบุรี ที่อยู่หลังกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี

แว่บแรกเขาเห็นพันตำรวจโทวิทูร ศิริพากย์ และบรรดานายตำรวจที่เขาเคยร่วมงานเมื่อครั้งสมัยเป็นรองผู้กำกับการอยู่ที่นี่ ยืนจับกลุ่มรออยู่

กวาดตาดูต่อยังมี พันตำรวจโทอัมพร อุ้มอารีย์ พี่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานรุ่น 13 รองผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี พันตำรวจตรีสุทธิศักดิ์ ละมัยเกศ สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านหมี่ พันตำรวจตรีจรูญ ศิริมงคล สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจภูธรอำเภอโคกสำโรง พันตำรวจตรีสำเริง มุยคำ น้องนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 19 สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจภูธรอำเภอชัยบาดาล พันตำรวจตรีชูศักดิ์ โภชนะพันธ์ สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจภูธรอำเภอพัฒนานิคม

ทันทีที่ จ่าแป๊ะจอดรถนิ่งสนิทหน้าบ้านพัก ชลอ ลงจากรถเดินตรงเข้าไปสวัสดีนายตำรวจรุ่นพี่สถาบันเดียวกันก่อนเป็นคนแรก

“หวัดดีครับพี่อัมพร…”ชลอยกมือไหว้นายตำรวจรุ่นพี่ พร้อมกับพันตำรวจโทอัมพร วันทยาหัตถ์ทำความเคารพผู้บังคับบัญชา นายตำรวจรุ่นน้อง

จากนั้น ชลอ เดินไปทักพันตำรวจโทวิทูร เพื่อนร่วมรุ่น

“แหม…มารอรับกันครบเลยนะมึง …”

“ไม่มาได้ไง…เพื่อนกลับมาใหญ่อีกครั้ง ยินดีด้วยโว้ย…”

พันตำรวจโทวิทูรกล่าวตอบเพื่อนที่กลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งในฐานะผู้บังคับบัญชา

ขณะที่นายตำรวจสารวัตรใหญ่อำเภอต่างๆ ทยอยเข้ามารายงานตัว เหล่าหลังบ้านนายตำรวจที่มารอรับ พาคุณนายผู้กำกับ ใหญ่-สุรางค์  และ กุ้ง-ชอบรบเข้าไปพักผ่อนภายในบ้าน ให้คลายความเหนื่อย และเป็นการผูกมิตรไปในตัว

วันรุ่งขึ้น พันตำรวจเอกชลอ เดินทางไปรายงานตัวกับพลตำรวจตรีประจันต์ พราหมณ์พันธ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร เขต 1 ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากนั้นเดินทางกลับมาที่ลพบุรี เข้ารายงานตัวกับนายโชดก วีรธรรมพูลสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด พ่อเมืองละโว้

“ชลอ ไหน ๆคุณก็มีตำแหน่งในสมาคมฟุตบอลอยู่ตอนนี้  ผมฝากคุณดูแลเรื่องฟุตบอลในจังหวัดเรา เป็นประธานฟุตบอลอีกตำแหน่งหนึ่งแล้วกันนะ…”

“ได้ครับ..ไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับ”

หัวหน้าตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรีกล่าวตอบพ่อเมืองละโว้ หลังพูดคุยถึงสถานการณ์บ้านเมือง และสถานการณ์ในจังหวัดเป็นที่เรียบรอย

เพราะเป็นที่เริ่มรู้กัน นอกจากชลอจะมีตำแหน่งเป็นอุปนายก ในสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์แล้ว เขายังเป็นประธานสโมสรฟุตบอลตำรวจด้วยเลยต้องเข้ากรุงเทพฯอยู่เป็นประจำ

และในคราวที่มารับตำแหน่งผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ชลอยังได้รับการทาบทามจากพันเอกอนุ รมยนนท์ นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย สมัยที่ 2 ให้นายตำรวจหนุ่มพวกเยอะอย่างชลอ เป็นผู้จัดการทีมฟุตบอล ในศึกฟุตบอลถ้วยพระราชทานคิงส์คัพครั้งที่ 12

นับเป็นภาระที่หนักหนาสาหัสเอาการ เพราะทีมชาติไทยไม่เคยประสบความสำเร็จในฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ระดับชาติถ้วยนี้เลย ทั้งที่เป็นเกมฟาดแข้งมีบรรดายอดทีมแห่งเอเชียมาเล่นต่อหน้าพระพักตร์พระประมุขของชาติ และต่อหน้าแฟนฟุตบอลชาวไทยที่แห่แหนกันไปเชียร์แน่นสนามศุภชลาศัยกรีฑาสถานแห่งชาติ

ฟุตบอลคิงส์คัพ คือรายการที่ยิ่งใหญ่ เป็นถ้วยที่ในหลวงพระราชทาน เป็นถ้วยเกียรติยศสูงสุดของประเทศ  ไม่มีถ้วยฟุตบอลใบไหนอีกแล้วในเอเชียที่จะยิ่งใหญ่เท่า เป็นถ้วยที่นักฟุตบอลทีมชาติอยากเล่นมากที่สุด รวมทั้งแฟนบอลชาวไทยทั่วประเทศ อยากให้ถ้วยใบนี้อยู่ในเมืองไทยสักที

แต่ทีมชาติไทยไม่ถึงฝั่งฝัน ส่วนใหญ่มักจะแพ้ให้กับเกาหลีใต้คู่ปรับ มีดีที่สุดครั้งเดียวคือครองแชมป์ร่วมกับมาเลเซีย ในศึกคิงส์คัพครั้งที่ 9

เมื่อภาระมาตกที่นายตำรวจหนุ่มที่ชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ ชลอรับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมชาติไทย ชุด เอ หรือทีมชาติไทยชุดใหญ่ หาสปอนเซอร์แหล่งเงินจากพรรคพวกมาเกื้อหนุนทีม โดยมี ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง เป็นหัวหน้าสตาฟฟ์โค้ช สมชาติ ยิ้มศิริ และเกรียงศักดิ์ วิมลเศรษฐ์ เป็นผู้ช่วยโค้ช

นักฟุตบอลจากสโมสรต่าง ๆที่ขับเคี่ยวกันในศึกฟุตบอลพระราชทานถ้วย ก. ถูกคัดเลือกให้มารับใช้ชาติทีม เอ อาทิ ผู้รักษาประตู นายทวารมือปลามึก-ไชยวัฒน์ พรหมมัญ คู่ปราการหลังทีมชาติ อย่าง นายพันกระดูกเหล็ก-อำนาจ เฉลิมชวลิต มนุษย์ไม้-ประพันธ์ เปรมศรี กองกลางดาวรุ่งอย่าง เจ้าป้ำ-วรวรรณ ชิตะวณิช เด็กมหัศจรรย์ ที่เพิ่งเล่นทีมชาตินัดนี้เป็นครั้งแรก ส่วนกองหน้ามี “ปีกซ้ายมหาภัย” เชิดศักดิ์ ชัยบุตร เจ้าหลอหัวเรดาร์- พิชัย คงศรี ดาวยศ ดารา รวมทั้งกัปตันทีมเจ้าของฉายาสิงห์สนามศุภ อย่างนิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์

ในที่สุด ทีมชาติไทย ชุดเอ ที่มีผู้จัดการทีมเป็นนายตำรวจมือปราบ สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการฟุตบอลไทย ด้วยการเข้าชิงชนะเลิศกับเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พุทธศักราช 2522

แฟนฟุตบอลชาวไทยพากันเฮกันลั่นสนาม เมื่อ ดาวยศ ดารา ตะบันลูกตุงก้นตาข่ายทีมชาติเกาหลีใต้ เฉือนชนะไปหวุดหวิด 1 ประตูต่อ 0

สร้างความคึกคักในหัวใจให้กับแฟนบอลชาวไทยทั่วประเทศเป็นอย่างมาก

ในแมตช์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ นิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ กัปตันทีมชาติจากสโมสรการท่าเรือ ตำนานลูกหนังเมืองไทยตัวจริงหมายเลข 13 ได้ร่ำไห้ประกาศอำลาทีมชาติกลางสนามศุภชลาศัย หลังประสบความสำเร็จชนะเลิศพาทีมชาติไทยคว้าถ้วยพระราชทานที่ยิ่งใหญ่ในเอเชียมาครองได้เป็นครั้งแรก

และนี่คือครั้งแรกที่ทำให้ชื่อของ ชลอ เกิดเทศ เริ่มเป็นที่รู้จักมักคุ้นของนักข่าวสายกีฬา และแฟนลูกหนังชาวไทยเช่นกัน

ถึงชลอจะเข้ามาทำงานให้กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย แต่งานในหน้าที่หลัก คือการปราบปรามโจรผู้ร้ายก็ไม่ได้ห่างหาย เพราะลพบุรี ได้ชื่อเป็นจังหวัดที่มีคดีอาชญากรรมสูงสุดจังหวัดหนึ่งในเขตภาคกลาง โดยเฉพาะกลุ่มแก๊งโจรเรียกค่าไถ่ มีค่อนข้างเยอะ

รวมทั้งการแผ่อิทธิพลของกลุ่มแขกปาทาน โดยเฉพาะนายสมชาย พงษ์สว่าง หรือหยอง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเจ้าพ่อไบคาน

ต้นปีพุทธศักราช 2523 ขณะที่ ชลอ กำลังนั่งกินกาแฟคุยงานราชการกับ พันตำรวจโท วิทูร  ศิริพากย์ และพันตำรวจโทอัมพร อุ้มอารีย์ 2 รองผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ภายในห้องทำงานของเขา เกี่ยวกับคดีสังหารหมู่ญาติไบคาน ที่จังหวัดเลย 4 ศพ

“พวกที่นั่น บอกว่าเป็นฝีมือ “ไอ้หยอง”จัดชุดขึ้นไปหวด เหตุเพราะต้องการล้างแค้นให้ก “วันดี ศรีตรัง”เมียมัน…”

วิทูร บอก

“อ้าว กูนึกว่า มันลงมือเองซะอีก..”ชลอแย้ง

“ตอนนั้นมึงอยู่ตาก มึงไม่รู้หรอกว่าไบคาน มันรักมันหลงวันดี สะใภ้สาวคนไทยขนาดไหน ไอ้หยอง ยิ่งแล้วใหญ่ ถึงมันจะเฮงซวยแค่ไหน มันก็ไม่ลงมือทำอะไรเมียมัน…” วิทูร กล่าวต่อ

“ไอ้หัวใจวงหัวใจวาย มันไม่ใช่หรอก มันถูกไอ้น้องเขยงกสมบัติวางแผนฆ่า เอางูกัด เพราะหวงสมบัติ มันอิจฉาที่ไบคาน หลงไหล เพราะการปรนนิบัติพัดวี และตามประเพณีอิสลาม คนเสียชีวิตเขาต้องฝังก่อนตะวันตกดิน มันเลยไม่ได้มีการพิสูจน์ว่า การตายที่แท้จริงเป็นอย่างไร…..”

คราวนี้ รุ่นพี่นักเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน รุ่น 13 กล่าวบ้าง

“แต่ที่แน่ ๆในวงข่าวนักเลง รู้กันว่าไอ้น้องเขยกับลูกน้องที่ถูกยิงถล่มเละที่จังหวัดเลย  เป็นฝีมือแก้แค้นของ ไอ้หยอง มันล่ะ….”

ระหว่างที่กำลังถกเรื่องการเสียชีวิตของ วันดี ศรีตรัง นางเอกสาวชื่อดังที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควร พลันมีวิทยุด่วนเกิดเหตุจับตัวประกัน ข้าราชการชั้นตรี สาธารณสุข ไปเรียกค่าไถ่ เหตุเกิดในท้องที่ของสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านหมี่

เล่นเอานายตำรวจทั้ง 3 คนนั่งไม่ติด ชวนกันไปสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านหมี่ทันที

รายงานเหตุเบื้องต้นระบุ คนร้ายมีทั้งหมด 5  คน แต่งกายคล้ายทหาร ใช้ปืนเอ็ม 16 และปืนลูกซองเป็นอาวุธ บุกเข้าไปฉุดลูกสาวเศรษฐีเงินกู้ในตำบลสนามแจง อำเภอบ้านหมี่

ใช้เวลาไม่นาน นายตำรวจทั้ง 3 คน เดินทางมาถึงสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านหมี่ โดยมีพันตำรวจตรีเมือง เปียสวน สารวัตรป้องกันปราบปรามโรงพักแห่งนี้ เข้าต้อนรับ และรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ท่ามกลางนายตำรวจจาก 4 อำเภอใกล้เคียงที่ ชลอวิทยุด่วน เรียกให้เข้าร่วมคลี่คลายคดีนี้ด้วย

“อุกอาจเหลือเกิน…”ชลอบอก

เหตุเกิดตอนเย็นครับนาย…จากคำให้การของแม่เหยื่อตัวประกัน คาดว่าครั้งแรกกลุ่มคนร้ายจะเข้ามาจับคนเป็นแม่ แต่จับไม่ได้ เผอิญเห็นลูกสาวนุ่งชุดกระโจมอกกำลังจะอาบน้ำ เลยเปลี่ยนใจจับลูกสาวไปแทน…”

พันตำรวจตรีเมือง รายงานสถานการณ์

“แล้วนอกเหนือจากประเด็นเรียกค่าไถ่ มีอะไรลึกไปกว่านี้หรือเปล่า เช่นเรื่องชู้สาว….” ชลอซัก

“แม่ของเหยื่อผู้เสียหายบอกว่า เมื่อ 2- 3 เดือนที่ผ่านมา มีผู้ใหญ่ฝ่ายหนุ่มข้างบ้านเก่าที่ อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี มาสู่ขอเหยื่อสาวที่ถูกจับ แต่แม่ผู้เสียหายปฏิเสธไป อ้างว่าฐานะความเป็นอยู่ของฝ่ายชายไม่ควรคู่กัน อาจจะเป็นชนวนให้ฝ่ายชายที่เป็นม่ายขันหมากโกรธแค้น ให้พวกมาดักฉุดก็เป็นอีกประเด็นได้..”

สารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านหมี่รายงานต่อ

“อีกประเด็นครับ เมื่อ 2-3 ปีก่อน พ่อของเหยื่อซึ่งเป็นกำนัน พาตำรวจจับคนร้ายแก๊งเรียกค่าไถ่ได้หลายคน อาจทำให้พวกโจรที่เหลือโกรธแค้นมาเอาคืนก็ได้ครับ เพราะคดีนี้มีผู้ต้องหาบางคนที่ถูกจับไปศาลสั่งยกฟ้อง…..”

“ดี..คุณดูประเด็นนี้ด้วยแล้วกัน อย่าเพิ่งให้ออกทะเลไปล่ะ ดูการติดต่อกลับมาหาผู้เสียหายของคนร้ายด้วย…..”

ชลอสั่งการ โดยแบ่งกำลังออกเป็น 4 สาย ให้พันตำรวจตรีเชวงศักดิ์ กรานแก้ว สารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมือง นำกำลังหาข่าวไปทางเขาปกล้น รอยต่อ 3 อำเภอคือ อำเภอเมือง อำเภอบ้านหมี่ และอำเภอท่าวุ้ง

สายที่สอง ให้ พันตำรวจตรีณรงค์ สาริมาน สารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรอำเภอโคกสำโรง เดินทางไปที่ตำบลพะเนียด สายที่สามให้พันตำรวจตรีสุชาติ สุขประเสริฐ สารวัตรป้องกันปราาบปราม สภานีตำรวจภูธรอำเภอชัยบาดาล ไปหาข่าวที่ ตำบลดาวดึงส์ ตำบลหนองม่วง อำเภอโคกสำโรง

สายที่ 4 สายสุดท้าย มีพันตำรวจตรีสุทธิศักดิ์ ละมัยเกศ สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านหมี่ ออกหาข่าวจากชาวบ้านตามแม่น้ำบางขาม เขตติดต่อระหว่างจังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดลพบุรี พร้อมเข้าพูดคุยกับแม่ และพี่ชายฝาแฝดของผู้เสียหายเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม

โดยเฉพาะตัวพี่ชายเหยื่อสาวชั้นตรี ออกอาการเป็นห่วงเป็นใยแฝดสาวผู้น้องอย่างเห็นได้ชัด พอรู้ว่า ตำรวจเข้ามาสืบสวนเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ทำให้กลัวจะเกิดอันตรายกับน้องสาว เพราะคนร้ายได้ทิ้งจดหมายขู่ไว้ ให้ระวังมีกลุ่มโจรอีกกลุ่มที่สวมรอยมาเพื่อหวังเงินเรียกค่าไถ่เช่นกัน

หลังประชุมแบ่งงานเสร็จสิ้น ชลอ เดินลงมาจากโรงพัก พบกับผู้สื่อข่าวกลุ่มใหญ่กรูเข้ามาถามความคืบหน้าของคดี  นายตำรวจหนุ่มให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาตามสไตล์ว่า

“ตอนนี้พอรู้กลุ่มคนร้ายที่จับชั้นตรีสาวสาธาณสุขแล้ว ขอประกาศตรงนี้ หากไม่ยอมปล่อยตัวเหยื่อภายใน 7 วัน ผมจะจับตายทั้งหมด…”

กราบขออนุญาต : ชลอ เกิดเทศ
ที่มา : Cops-magazine
โดย : กิตติพงศ์ นโรปการณ์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ