1510.หลวงปู่ทองมา ถาวโร วัดสว่างท่าสี จ.ร้อยเอ็ด “เงาทมิฬ ช่วยเด็กจมน้ำ”

หลวงปู่ทองมา ถาวโร วัดสว่างท่าสี จ.ร้อยเอ็ด

หลวงปู่ทองมา ถาวโร เกิดเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๔๔๓ ปีชวด ที่บ้านท่าสี ตำบลท่าสี อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด หลวงปู่ทองมาผ่านการธุดงค์มาอย่างโชกโชน ถึง ๖ ประเทศ คือ ไทย ลาว เขมร เวียดนาม พม่าและอินเดีย ท่านได้ผ่านอุปสรรคนานับประการโดยที่ท่านมีเพียง “ธรรมาวุธ” เพียงอย่างเดียว ทุกแห่งที่ท่านธุดงค์ผ่าน ท่านจะอบรมสั่งสอนชาวบ้านให้ตั้งอยู่ในศีลธรรม ยึดมั่นในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระวิปัสสนาผู้เดินธุดงด์มาเเล้วถึง ๖ ประเทศทรงไว้ซึ่งอภิญญาและเมตตาธรรมอย่างสูงส่งจนเป็นที่ประจักษ์ ขับไล่ผีร้ายปัดเป่าโรคภัยพลิกเเผ่นดินผีให้เป็นเเผ่นดินธรรม สยบวิญญาณร้ายให้ก้มกราบ กําราบเหล่าเทวดามิจฉาทิฏฐิ โปรดพญาช้างที่มุ่งทําร้ายถึงชีวิต ยอมสละกายให้เสือเเม่ลูกอ่อนที่หิวโชเคี้ยวกินเป็นอาหารเยี่ยงพระบรมศาสดาเดินตามทางที่พุทธบิดา มุ่งปฏิบัติวิปัสสนาอย่างยิ่งยวดกลางป่าเขาลําเนาไพรเป็นผู้ที่มีศรัทธาใน ปฏิปทาของสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) มุ่งจาริกตามเส้นทางที่ท่านได้เคยเดินธุดงด์ไปก่อนแล้วในเขตประเทศลาวได้รับการขัดเกลาและศึกษาสรรพวิชามาเเล้วอย่างดีจากพระมหาเถระผู้ทรงคุณวิเศษเเห่งเเขวงจําปาสักนั่นก็คือ สมเด็จลุน ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง ก่อนที่จะฝากตัวเป็นศิษย์ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ณ ภูเขาควายดินเเดนอาถรรพ์เเห่งเวียงจันทร์จนหลวงปู่มั่นเอ่ยปากชมว่า ปฏิบัติมาถูกทางเเล้ว ทั้งยังเป็นศิษย์ “หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน” อีกด้วยทั้งหมดนี้เป็นเพียงประวัติโดยสังเขปตลอดระยะเวลาที่ถือครองสมณเพศยาวนานถึง ๗๔ พรรษานับรวมสิริอายุได้ ๙๑ ปี จนได้รับสมญานามจากชาวบ้านว่า “พระโพธิสัตว์มาโปรด พระนักบุญ หลวงปู่หมอยาเทวดา”
*************

“เงาทมิฬ ช่วยเด็กจมน้ำ” อ่านแล้วขนลุกเลยครับ มนุษย์ทุกคนเมื่อเคยเจอเรื่องราวประสบการณ์เฉียดตายหรือสะเทือนใจก็มักจะจดจำเรื่องราวนั้นได้เป็นอย่างดี เช่น เรื่องราวต่อไปนี้ เกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๓๔ ที่ อ. กมลาไสย์ จ.การฬสินธุ์ ณ บริเวณทุ่งนาแห่งนี้ เป็นที่นาของครอบครัวหนึ่ง ที่นาจะมีสระน้ำ และมีเกาะกลางน้ำ ไว้สำหรับเลี้ยงเป็ดและเลี้ยงไก่ มีสะพานไม้ทอดข้ามไปได้ ทุกๆวันคุณตาจะพาหลานชาย ที่อยู่ในวัยเพียง ๗ ขวบไปให้อาหารเป็ดกับไก่ที่เลี้ยงไว้ที่นั้น เพราะอยู่ห่างจากหมู่บ้านไม่ไกลนัก วันนี้ก็เช่นเดียวกัน หลังจากที่ตากำลังให้อาหารไก่ เด็กน้อยคนนี้ก็คิดอยากจะลงไปเล่นน้ำตามประสาเด็ก เลยได้มองเห็นเถาวัลย์ที่มันพาดลงไปในสระน้ำในอีกด้านหนึ่งของสระน้ำ ที่ห่างจากสายตาที่คุณตาจะมองเห็นได้ เด็กชายค่อยๆจับเถาวัลย์ ลงไปในสระ ส่วนผู้เป็นตานั้นก็มองไม่เห็นหลาน และคิดว่าหลานคงจะกลับเข้าหมู่บ้านไปแล้ว เมื่อให้อาหารไก่เสร็จ จึงได้เดินทางกลับโดยทันที โดยไม่รู้ว่าหลานแอบลงไปเล่นน้ำอยู่อีกด้านหนึ่งของสระ เด็กชายเล่นน้ำอยู่ไม่นานอยู่ๆเชือกเถาวัลย์ที่เขาจับไว้มันเกิดขาด ร่างของเด็กชายก็จมลงไปในน้ำที่มีความลึกประมาณสองเมตรครึ่งทันที โชคร้ายที่เด็กชายว่ายน้ำไม่เป็น เขาพยามกระโดดตะเกียกตะกายขึ้นจากน้ำ และเอื้อมมือไปเกาะที่ฝั่ง แต่ดูเหมือนว่ายิ่งพยายามเท่าไร ก็ยิ่งหมดแรงลงไปทุกที เขาสำลักน้ำ และกินน้ำไปหลายอึก จนในใจของเด็กชายผู้นี้คิดว่าตัวเองต้องไม่รอดชีวิตแน่นอน สุดท้ายของความคิด ก่อนที่ร่างของเขาจะจมดิ่งลงก้นสระ เขาได้นึกถึง “หลวงปู่ทองมา” ที่แม่ของเขาได้ห้อยไว้ที่คอเพื่อคุ้มครองเขา เด็กชายระลึกถึงหลวงปู่และขอให้หลวงปู่ช่วย โดยนั้นอาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาพอจะทำได้ก่อนที่เขาจะสิ้นใจ เด็กชายหมดเรี่ยวแรงและปล่อยตัวจมลงน้ำไปทันที วินาทีสุดท้ายก่อนเขาจะสิ้นใจ ได้ปรากฏเหตุอัศจรรย์ขึ้น เมื่อปรากฏร่างคนๆหนึ่ง มองไม่ชัด แต่เขารู้ว่าเป็นเงาสีดำๆ พยุงอุ้มเขาขึ้นสู่ฝั่งของสระน้ำ จากนั้นร่างเงาดำก็หายไปทันที เด็กชายผู้นั้นนอน อยู่ริมสระนานนับชั่วโมง ด้วยความอ่อนเพลีย จนเขาพอมีแรง เขาจึงเดินกลับบ้านและเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้แม่เขาฟัง เขาเชื่อว่า เป็นบารมีของหลวงปู่ที่ช่วยเขาขึ้นจากน้ำในวันนั้น เขานับถือศรัทธาหลวงปู่มาก คนที่หมู่บ้านก็นับถือหลวงปู่ทองมา เกือบทั้งหมู่บ้านและที่สำสัญที่หมู่บ้านของเขา มี “หลักพระธรรม” ของหลวงปู่ทองมา ถาวโร เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านลูกหลานที่นี่ กราบสาธุหลวงปู่ทองมา ถาวโร
ถ่ายทอดเรื่องราวโดย : คุณขจรจิตต์
https://www.facebook.com/LuangpuThongmaTawaro101/photos

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ