694. รวมอภินิหารพระเครื่องหลวงปู่ทวด (ภาคต่อ)ฯ

คุณอภินิหารของพระเครื่องหลวงปู่ทวดฯ
เท่าที่ปรากฏเห็นประจักษ์แล้ว
บันทึกและรวบรวมโดยนายอนันต์ คณานุรักษ์ จำนวน ๓๒ เรื่อง จากหนังสือประวัติ หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด และคุณอภินิหารพระเครื่องหลวงพ่อทวดฯ วัดช้างให้ จัดพิมพ์เนื่องในงานฉลองโบสถ์วัดช้างให้ ๒๔-๓๐ เมษายน ๒๕๐๔

เรื่องที่ ๑๘
อาจารย์ครับ ผมมีเรื่องเกี่ยวกับอภินิหารหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดที่ผมได้ประสพมา และอยากจะเล่าให้อาจารย์ฟัง กล่าวคือ เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๐๐ ทางโรงเรียนได้พาคณะอาจารย์ออกเดินทางไปตรวจภูมิประเทศทางภาคอีสานโดยทางรถยนต์ พร้อมกับนำนักเรียนนายร้อยชุดปัจจุบันไปทำการฝึกภาค วันที่ ๑๑ ตุลาคมเป็นวันเดินทางออกจากขอนแก่น จะไปพักแรมที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อรถยนต์แล่นมาถึงสถานีบ้านไผ่ประมาณ ๘ กิโลเมตร รถคันที่ผมนั่งมาด้วยนั้นเกิดพลิกคว่ำลงอย่างแรง เพราะรถแล่นลงตามทางลาดต่ำและวิ่งไปด้วยความเร็วสูง รถจะต้องเลี้ยวโค้งเป็นมุมฉากเพื่อตัดข้ามทางรถไฟ เนื่องจากคนขับไม่เคยทาง จึงไม่ทราบลักษณะของโค้ง จึงขับด้วยความเร็ว ๕๐ ถึง ๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง เลยพลิกคว่ำลงอย่างไม่เป็นท่าลงตรงนั้นเอง รถพลิกคว่ำลงข้างถนนอันเป็นที่ลาดต่ำมากสี่ล้อชี้ฟ้าไปเลย ครอบเอาพวกเราไว้ในกะบะรถนั่นเอง ขณะรถทำท่าจะพลิกคว่ำนั้นผมตกใจมากร้องตะโกนโดยไม่รู้สึกตัวว่า “หลวงพ่อทวดช่วยด้วย” สิ่งที่น่าอัศจรรย์ก็คือ รถนั้นน่าจะพลิกต่อไปตามทางลาดต่ำอีกหลายทอด แต่ก็ไม่พลิก น่าอัศจรรย์ที่สุดก็คือ พวกเราคลานออกมาจากใต้กะบะรถทีละคนๆ ด้วยความปลอดภัยไม่มีใครเป็นอะไรเลยก็ว่าได้ เพราะอย่างมากก็มีแผลฟกช้ำดำเขียวเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

พวกขับรถโดยสารมาพบเข้าหยุดถามว่า “ตายกี่คน” จึงบอกเขาว่าไม่เป็นไร เขาบอกว่าเมื่อรถคันใดพลิกตรงนี้ จะไม่มีคนตายนั้นไม่เคยมี เมื่อพวกเราตรวจดูรถที่คว่ำแล้วก็ปรากฏสิ่งที่น่าแปลกใจอีกว่า ที่รถไม่พลิกลงตามลาดอีกต่อไปเป็นเพราะถังน้ำมันเบ็นซินขนาด ๒๐๐ ลิตร ๓ ถัง ที่บรรทุกอยู่ในรถคันนี้ มีอยู่ ๒ ถังตกลงไปรองรับขอบกะบะรถด้านลาดต่ำข้างหน้า ๑ ถัง ข้างหลัง ๑ ถัง อีกถังหนึ่งกระเด็นกลิ้งไปไกลจากเรา มิฉะนั้นคงจะทับพวกเราบี้แบนไปหมดแน่ น่าคิดว่ามีอภินิหารอะไรที่เอาถังน้ำมันไปรองรับขอบกะบะมิให้รถพลิกต่อไปถึง ๒ ถัง และตั้งรับไว้ในที่อันเหมาะสมเช่นนี้ ทำให้พวกเราปลอดภัยได้น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก นายทหารทุกคนโจทย์กันว่าในจำนวนพวกเราคงมีของดีแน่ๆ และในขณะรถวิ่งเร็วได้แฉลบมาหลายครั้ง ผมตกใจอาราธนาให้หลวงพ่อทวดฯ ช่วยทุกครั้ง และขณะรถพลิกคว่ำครั้งนี้ผมก็กำลังตกใจมากจึงร้องตะโกนว่า “หลวงพ่อทวดช่วยด้วย” นี่แหละครับเรื่องที่ผมประสพมา
CR:พันโท ประสิทธิ์ เวชสวรรค์

เรื่องที่ ๑๙
ผมขอเล่าเรื่องอัศจรรย์เกี่ยวแก่อภินิหารหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดมาให้อาจารย์ทราบคือ
ผมต่อเรือยนต์ให้ พลเรือตรี หม่อมเจ้ารังษิยากร ใช้ในสัตตหีบ ๑ ลำ ต่อมาท่านให้นักบินกับช่างเครื่องนำเรือลำนี้เข้ากรุงเทพฯ โดยมีเรือยนต์ของตำรวจเป็นพี่เลี้ยงคุ้มกันระหว่างทางเพราะเป็นเรือใหญ่ ส่วนเรือที่ผมต่อยาวเพียง ๑๘ ฟุตเท่านั้น การนำเรือจากสัตตหีบเข้ากรุงเทพฯ จะต้องแล่นฝ่าคลื่นลมไปกลางทะเลราวๆ ๑๔ ชั่วโมง จึงจะถึงกรุงเทพฯ ก่อนนำเรือเล็กเดินทางผมเป็นห่วงเกรงว่าจะเกิดอันตรายเสียกลางทะเล ผมจึงอาราธนาหลวงพ่อทวดฯ และขอน้ำมนต์พรมเรือ ขอให้แคล้วคลาดปลอดภัย

ต่อมาหลายวันนักบินและช่างเครื่องกลับมาถึงสัตตหีบ ได้เล่าให้ผมฟังว่า เมื่อเรือทั้ง ๒ ลำ แล่นไปถึงเกาะสีชัง ท้องทะเลเกิดพายุและฝนตกหนักละลอกคลื่นใหญ่โตมาก นักบินและช่างเครื่องเห็นภัยจะเกิดขึ้นเช่นนั้น ก็เตรียมตัวถอดเสื้อและกางเกงนอกออกเหลือแต่กางเกงใน นั่งถือชูชีพมั่นอยู่ เรือทั้ง ๒ ลำได้โต้คลื่นและพายุมากลางทะเลอย่างแรง เป็นเวลานานถึง ๒ – ๓ ชั่วโมงจึงสงบ ปรากฏว่าละลอกคลื่นสาดขึ้นท่วมเรือ แต่น้ำไม่ได้เข้าไปในลำเรือจึงปลอดภัย ส่วนเรือตำรวจซึ่งเป็นเรือพี่เลี้ยงคุ้มครองเรือเล็กต้องเสียหายคือ เพลาใบพัดหัก หางเสือบิด ไม่สามารถแล่นต่อไปได้ เรือเล็กจึงกลับต้องเป็นเรือพี่เลี้ยงเรือลำใหญ่ลากจูงเข้าสู่กรุงเทพฯ พิจารณาดูเอาเองเถอะครับว่า อภินิหารของพระเครื่องหลวงพ่อทวดฯ มีอภินิหารอย่างไร
CR:บุญเกิด กู้เกียรติ

เรื่องที่ ๒๐
ผมได้เดินทางไปเยี่ยมญาติที่จังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายนปีนี้ ผมได้มอบพระเครื่องหลวงพ่อทวดฯ ให้แก่เด็กของผมคนหนึ่งชื่อนายเขียว เขารับพระจากผมไปแล้วได้เอาพระแขวนไว้กับเสาหลัก ห่างจากตัวประมาณ ๗ – ๘ วา เขาเตรียมจะยิง ผมมองเห็น ร้องห้ามว่าอย่า แต่ทันใดนั้นเขาน้าวไกปืนเสียงดังแชะ เขาน้าวไกปืนครั้งที่ ๒ อีกที กระสุนจึงระเบิดขึ้น ปรากฏว่าปืนแตกหักเป็น ๒ ท่อนทันที แต่นายเขียวไม่ได้รับอันตรายใดๆ เขาจึงเสียปืนแก๊ปกระบอกนั้นไป ๑ กระบอก ข่าวนี้เล่าลือกันมากในจังหวัดชุมพร เพราะมีผู้รู้เห็นมากคน จึงเล่ามาให้คุณทราบ
CR:ขุนเจนเวชศาสตร์

เรื่องที่ ๒๑
พลตำรวจ รวย ดำรักษ์ อายุ ๒๔ ปี ประจำการค่ายอิงคยุทธบริหาร (บ่อทอง) จ.ปัตตานี ทางการตำรวจส่งตัวไปสมทบกับกองตรวจ เพื่อปราบผู้ร้ายในจังหวัดพัทลุง ในคืนของวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๙ พลฯ รวย ได้แยกจากพวกออกไปตรวจทางเรือในตำบลดอนพนางตุง ใกล้หมู่บ้านทะเลน้อย อ.ควนขนุน มีนายศรีและนายเสริฐสองพี่น้องช่วยเป็นผู้พายเรือร่วมไปด้วย เวลาประมาณ ๒๐.๐๐ น. พบเรือลำหนึ่งล่องสวนทางลงมาตามลำน้ำและส่องไฟฉายมาที่เรือพลฯ รวย พลฯ รวยจึงตะโกนบอกว่า “เราตำรวจโว้ย” เรือนั้นได้ลอยลำใกล้เข้ามา พลฯ รวยจึงส่องไฟฉายดูบ้าง ปรากฏว่าชายฉกรรจ์อยู่ในเรือลำนั้น ๖ คน มีปืนลูกซองวางอยู่ที่ท้องเรือ ๒ กระบอก พลฯ รวยเห็นผิดปกติก็ระวังตัว แต่เรือก็ได้ล่องเข้ามาเทียบชิดกัน พลฯ รวยตัวคนเดียวเห็นว่ามีทางเสียเปรียบหากมีเหตุเกิดขึ้น จึงใช้มือทั้ง ๒ ข้างผลักดันเรือลำนั้นให้ออกห่างไป แต่ทันใดนั้น พลฯ รวย ดำรักษ์ ก็ถูกยิงจากชายกลุ่มนั้นด้วยปืนสั้น ๑ นัด กระสุนปืนได้ถูกที่คิ้วซ้าย พลฯ รวยสลบตกน้ำไป เพิ่งมารู้สึกตัวเมื่อขึ้นมานั่งอยู่ริมน้ำแต่กำลังงงอย่างหนัก เพราะประสาทและสมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก ปืนเล็กยาวของพลฯ รวยก็หายไปพร้อมๆ กับเรือทั้ง ๒ ลำ

ข้าพเจ้าถามว่าใครเอาตัวพลฯ รวยขึ้นจากน้ำในเมื่อกำลังสลบอยู่ เขาตอบว่าไม่ทราบ ข้าพเจ้าถามว่ามีใครอยู่ใกล้เคียงที่นั่นบ้าง เขาตอบว่าไม่มีใครเขานั่งอยู่คนเดียว ข้าพเจ้าถามว่าเขารอดชีวิตจากกระสุนที่สำคัญแต่ไม่เข้าและสลบจมอยู่ในน้ำอีก ทั้งสองครั้งนี้เป็นเพราะอะไรและมีอะไรติดตัวอยู่บ้าง เขาตอบว่าผมมีพระเครื่องหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ได้ขอจากท่านอาจารย์ทิมฯ ที่วัดช้างให้ อยู่ในกระเป๋าเสื้อ ๑ องค์ ผมจึงเชื่อแน่ว่าหลวงพ่อทวดฯ ได้กรุณาคุ้มครองชีวิตผมไว้ จึงรอดตายมาทั้ง ๒ ครั้ง

หลังจากข้าพเจ้าสอบถามปากคำ พลฯ รวย ดำรักษ์ ประมาณ ๑๕ วัน ข้าพเจ้าพบกับ พ.ต.ท.วิชิต รักษนาเวศ ผกก.ต.ช.ด. เขต ๘,๙ เรียนถามเรื่องของพลฯ รวย กรุณาตอบว่า เรื่องของพลฯ รวยนั้นเป็นความจริงในเรื่องถูกผู้ร้ายยิง ท่านผู้กำกับซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาพลฯ รวย ท่านได้รับรายงานไว้แล้ว ปืนพลฯ รวยก็เพิ่งได้คืนจากผู้ร้ายเมื่อเร็วๆ นี้
CR:อนันต์ คณานุรักษ์ บันทึก

เรื่องที่ ๒๒
เมื่อเดือน ๖ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ฉันไปเทศน์มหาชาติที่วัดตะเคียนทอง อ.ยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ตอนกลับแวะเยี่ยมคุณที่บ้านไม่พบ เด็กบอกว่าไปเหมืองแร่ ฉันจึงกลับสงขลา วันรุ่งขึ้นไปเทศน์มหาชาติที่วัดในเมืองไทรบุรีอีก ขณะนั่งรถอยู่นั้นก็นึกถึงพระเครื่องหลวงพ่อทวด ตั้งแต่คุณให้มายังไม่เคยได้ชมอภินิหารของท่านเลย ได้รับฟังแต่ข่าวเขาเล่าลือกันมากมายเท่านั้น ครั้งนี้ฉันคิดว่าจะลองดูบ้าง จึงนึกอาราธนาในใจว่า ขออย่าให้คนรถเก็บค่าโดยสารรถเลย เมื่อถึงหน้าวัดฉันบอกคนรถให้เขาหยิบปัจจัยค่ารถในย่ามนั้นเถิด คนรถว่านิมนต์ครับไม่ต้อง แล้วเขาก็ขับรถจากไป คนรถก็ยังไม่รู้จักกับฉันเลย ฉันโดยสารรถมามากเคยเสียค่าโดยสารทุกครั้ง ครั้งนี้จึงแปลกใจ

ต่อมาถึงเดือน ๗ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เขานิมนต์ฉันไปเทศน์ที่เมืองไทรบุรีอีก เมื่อลงจากรถโดยสารสายหนึ่งและจะรอรถโดยสารอีกสายหนึ่งที่ฉันจะไป ฉันยืนคอยท่ารถบัสอยู่ที่หน้าวัดบากามาตาในไทรบุรี เพื่อจะไปที่ปลายละมัย รถบัสผ่านไป ๔ คันคนนั่งแน่นทุกคัน เวลาก็เย็นลงมากแล้ว ถ้าพลาดรถก็ไปไม่ได้ ฉันร้อนใจมากเกรงจะเสียงานของเขา จึงระลึกถึงหลวงพ่อทวดขึ้นมาได้ จึงอธิษฐานแต่ในใจว่า ขอให้หลวงพ่อทวดดลบันดาลให้รถยนต์คันหนึ่งคันใดมารับสักทีเถอะจะได้ไปทันรถเมล์สายไปปลายละมัย ฉันคอยอยู่ประมาณ ๕-๖ นาที ก็มีรถเก๋งคันหนึ่งเจ้าของผู้ขับก็ไม่เคยเห็นหน้ารู้จักกันเลย แล่นมาจอดตรงหน้าที่ฉันยืนอยู่ เขาถามว่าจะไปไหน ฉันบอกความประสงค์แก่เขา เขาว่าขึ้นรถเถอะจะพาไปส่ง เมื่อเขาส่งถึงที่แล้วก็ไม่เรียกร้องอะไรจากฉันเลย ฉันรู้สึกอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง จึงแจ้งมาให้คุณทราบและควรจะบันทึกไว้
CR:พระภิกษุ ประลอง จุลมุสิก

เรื่องที่ ๒๓
นานแล้วไม่ได้ส่งข่าวอะไรติดต่อกัน แต่ยังระลึกถึงความใจดีของคุณที่ได้ส่งพระเครื่องหลวงพ่อทวดไปให้ผมตามความประสงค์ ตั้งแต่ผมได้รับพระไว้แล้วยังไม่มีอะไรเกิดให้เป็นที่อัศจรรย์ นอกจากผมอาราธนาท่านทำน้ำมนต์และเวลาต้มยา น้ำมนต์นั้นผมได้รับรักษาคนป่วยซึ่งเป็นผู้หญิงมลายูได้ผลดีมาก เขารักษามาด้วยยาแผนใหม่มากแต่ก็ไม่หาย ผมจึงใช้ยาต้มและน้ำมนต์หลวงพ่อทวด รักษาไม่กี่วันอาการป่วยก็หายลงตามลำดับ ขณะที่ผมเขียนจดหมายนี้ เขาก็เกือบจะสบายดีอยู่แล้ว ต่อไปผมตั้งใจว่าจะรักษาคนป่วยด้วยยาสมุนไพรประกอบด้วยน้ำมนต์หลวงพ่อทวดรักษาคนไข้ต่อไป จึงแจ้งให้ทราบ
CR:ตันม้าขุ่น

เรื่องที่ ๒๔
เพื่อนรักของข้าพเจ้าผู้หนึ่ง (ขอสงวนนาม) ได้มาเยี่ยมข้าพเจ้าที่บ้าน ท่านผู้นี้ไม่มีความสนใจในเรื่องโชคลาภใดๆ แต่ข้าพเจ้ามีความรักและเจตนาดี จึงได้มอบพระเครื่องหลวงพ่อทวดให้ไป ๑ องค์ และกำชับว่าแม้ว่าท่านยังไม่มีความสนใจ แต่ผมขอร้องให้เชื่อผมไว้เถอะ จะไปไหนมาไหนให้ติดกระเป๋าเสื้อไว้ วันหลังจะทราบผลเอาเอง อยู่มาวันหนึ่งท่านได้พบกับข้าพเจ้าและเล่าเรื่องอัศจรรย์ที่ท่านได้ประสบโดยไม่น่าจะเป็นไปได้ คือครั้งหนึ่งท่านกลับจากจังหวัดภูเก็ตจะมาจังหวัดปัตตานีเป็นการด่วน จึงโดยสารเครื่องบินเมล์กลับมา ขณะเครื่องบินๆ มาได้ครึ่งทาง ก็ประสบกับพายุและฝนตกอย่างแรง นักบินให้สัญญาณไฟแดงแจ้งความไม่ปลอดภัย ลำเครื่องบินถูกพายุแรงโคลงตัวอย่างกับเรือถูกคลื่นใหญ่ นักบินจะนำเครื่องบินหนีพายุจึงปักหัวขึ้นสูงจะให้พ้นพายุ แต่กลับซ้ำร้ายยิ่งกว่าเดิม เพราะประสบพายุแรงยิ่งขึ้น อากาศมืดดำมองไม่เห็นทิศทางเลย ท่านวิตกและนึกถึงหลวงพ่อทวดขึ้นได้ จึงเอามือตบกระเป๋าเสื้อดูก็พบว่ามีอยู่ ท่านจึงกล่าวในใจว่า ขอให้หลวงพ่อทวดปาฏิหารย์ปัดเป่าพายุร้ายให้สงบลงเถิด ทันทีนั้นอากาศก็สว่างมองเห็นพื้นดิน ท่านจำได้ว่าเครื่องบินกำลังบินอยู่เหนืออำเภอระโนด จังหวัดสงขลานี้เอง

ข้าพเจ้าจึงถามซักว่า ขณะที่ท่านขอให้หลวงพ่อทวดปาฏิหารย์ปัดเป่าพายุนั้นนานประมาณสูบบุหรี่หมดไปสักครึ่งมวนได้ไหม พายุจึงสงบ (ข้าพเจ้าคิดว่าสูบบุหรี่ครึ่งมวนนั้นเครื่องบินๆ เร็วอาจจะพ้นพายุได้) แต่ท่านหัวเราะแล้วตอบว่า พายุสงบทันทีนั้นเอง และท่านว่าก็เป็นที่น่าอัศจรรย์ซึ่งน่าจะเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ได้เป็นไปแล้ว เป็นที่น่าประจักษ์
CR:นายอนันต์ คณานุรักษ์

เรื่องที่ ๒๕
ผู้สงวนนามท่านหนึ่ง เล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า เมื่อท่านได้รับพระเครื่องหลวงพ่อทวดฯ ไปจากข้าพเจ้าแล้ว ท่านจะไปไหนก็พกพระใส่กระเป๋าเสื้ออยู่เสมอ ต่อมาจึงได้เลี่ยมห้อยคอเป็นประจำ ต่อมาวันหนึ่งในเดือนพฤศจิกายน ๒๔๙๘ ท่านได้ทำการประชุมอบรมลูกน้อง ขณะนั้นฝนตกหนักฟ้าก็คำรามกลบเสียงที่ท่านพูด ท่านจึงให้ลูกน้องนำรถจี๊ปเข้ามาใกล้แล้วเดินเรื่องทำไฟเข้ากับเครื่องขยายเสียง เพื่อจะได้พูดให้ดังขึ้น ขณะที่พูดไปได้สักครู่ ฟ้าก็ผ่าลงมาใกล้ๆ บริเวณนั้น กระแสไฟฟ้าได้ช๊อตเข้าเครื่องขยายเสียง และขณะนั้นท่านจับไมโครโฟนอยู่ กระแสไฟได้ช๊อตเข้าตัวท่าน ปรากฏว่าหัวใจได้หยุดเต้นไปประมาณ ๒ นาที ท่านรู้สึกว่ามีอำนาจลึกลับมาปะทะหน้าอกท่านให้มือที่จับไมโครโฟนหลุดห่างออกมาได้ ท่านรู้สึกตัวจึงตบดูที่หน้าอกก็พบพระหลวงพ่อทวดที่ห้อยคออยู่ รู้สึกขนลุกซ่าไปทั่วตัว และอาการที่ทำให้ท่านใจสั่นและอ่อนระทวยนั้นก็กลับคืนดีเป็นปกติ และได้ทำการอบรมลูกน้องจนจบ หลังจากนั้นท่านต้องรักษาตัวกับนายแพทย์ที่ปัตตานีถึงสามเดือน โรคกระทบกระเทือนของท่านที่ถูกไฟฟ้าช๊อตครั้งนั้นจึงหายเป็นปกติ ข้าพเจ้าไปเยี่ยมถึงบ้านท่าน ท่านจึงเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง
CR:นายอนันต์ คณานุรักษ์

บันทึกและรวบรวมโดยนายอนันต์ คณานุรักษ์

แอพเกจิ – AppGeji
——————————————————————————-

ติดตามเรื่องราวครูบาอาจารย์ได้เพิ่มเติมที่
แอพเกจิ Facebook: www.facebook.com/appgeji
Web Sit: www.appgeji.com
App Store (IOS): https://appsto.re/th/wlGScb.i

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ