3952. เส้นทางมาเฟีย ตอนที่ 70 บทอวสาน (สุริยัน ศักดิ์ไธสง)

เส้นทางมาเฟีย ตอนที่ 70 บทอวสาน (จบ) (สุริยัน ศักดิ์ไธสง)

แล้วผลกระทบจาการกดวลปืนของพวกเรากับเจ้าถิ่นในตลาดโต้รุ่งเมืองแคน จนหัวหน้าทีมเจ้าถิ่นชื่อ “ไอ้หยอง” เสียชีวิตก็ถูกนักข่าวหนังสือพิมพ์ส่วนกลางประจำจังหวัดตามขุดคุ้ยให้คดีเป็นเจตนาฆ่าจากกลุ่มมาเฟียอันเกี่ยวกับผมประโยชน์เป็นหลัก ทั้งในข่าวยังมีการรายงานเชิงตั้งข้อสังเกตผู้ทรงอิทธิพลระดับ “เสี่ย” กับ “เจ้าพ่อเมืองหลวง” ผู้ฝันจะพลิกแผ่นดินอีสานเป็นแดนกาสิโนอยู่เบื้องหลัง

เมื่อสื่อมวลชนกระหน่ำตีข่าว ๓ วันติดๆ กัน เพื่อความปลอยภัย เต็งโก้ จึงส่งทีมนักบู๊และนายบ่อนคนใหม่นาม เล่าถิ ไปรักษาการณ์แทน ส่วน จบหลังวัง ตาลสุทธิสาร ลพสูติ ดำเอสโซ่ และผมกลับเข้าเมืองหลวง เข้าคุ้มครองธุรกิจ “โต๊ดเถื่อน” ของเต็งโก้อย่างไม่มีทางเลือก เวลาผ่านไป วันคืนบนเส้นทางนี้คล้ายราบรื่น ประดานักบู๊เริ่มขยายตัวเข้าไปมีบทบาทยังหมู่ชนหลากหลายอาชีพ เช่น วงการกีฬา วงการเพลง ตลอดจนวงการภาพยนตร์และทีวี ช่วงนี้น่าสังเกตว่ามีการเปิดตัวเจ้าพ่อแห่งวงการอย่างไม่เป็นทางการหลายท่านและหลายวงการ ธุรกิจมือปืนจึงเฟื่องทันตา

จบ, ตาล, ลพ, และดำ ล้วนรับงานนอกที่เต็งโก้ป้อนให้เดือนละอย่างต่ำ ๒ ราย สำหรับผม ดังเรียนแล้วเลวไม่แผกเพื่อนก็ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้กำหนดแผนปฏิบัติการทั้งนครบาลและภูธร ๔ เพื่อนจึงดังระเบิด ยามมั่งมีทรัพย์ชื่อเสียง รอบกายเพื่อนย่อมมากมายมิตรชายหญิง มังกรใหญ่หลายท่านล้วนนิยมเลื่อมใส ผมเองก็ได้อาศัยบารมีเพื่อนเชิดหน้าไปด้วย ท่ามกลางธุรกิจเถื่อนดำเนินไปตามปกติ ข่าวใหญ่ระดับชาติและสำคัญสำหรับผมปรากฏพาดหัวบนหน้าหนังสือพิมพ์ ทีวี และวิทยุ

“นายกฯ ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว”

“สฤษดิ์ถึงแก่อสัญกรรมโดยสงบ”

ล่วงถึงปลายปี พ.ศ.๒๕๐๘ หลังท่านจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ถึงแก่อสัญกรรม ความสงบเริ่มส่อเค้าไม่สงบ เมื่อเกิดการโกงกันซึ่งหน้าในการแข่งอาชาชิงถ้วยพระราชทาน ณ สนามม้านางเลิ้งจากฝีมือ เฮียช่วย หรือ “ช่วย แป” นักบู๊อาวุโสอดีต “โต๊ดเถื่อน” หรือนายสนามเถื่อนคนแรกของเมืองไทย (ถูกฟันเส้นเอ็นบริเวณข้อแขนซ้ายขาด) เมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อนนั่นเอง สาเหตุจาการแข่งขันม้าเที่ยวชิงถ้วยพระราชทานซึ่งมีม้าเข้าแข่งรวม ๗ ตัว โดย ๑ ใน ๗ ม้านั่นเองบรรดาเซียนอาชาที่คอยตามสืบเสาะการฟิตซ้อม สถิติ และสายเลือดมาแล้วลงความเห็นว่า “ขวัญมงคล” ซึ่งม้านามนี้จะเต็งจนทางสนามไม่กล้ารับแทง มิหนำซ้ำในโปรแกรมแข่งอาชาปกเหลืองและแดง นักวิจารณ์อาชาแต่ละฉบับให้ความเห็นว่า

“สำหรับเที่ยวนี้ ‘ขวัญมงคล’ จะแพ้มีเพียง ๒ ประการคือ ม้าขาหักกับเด็กขี่ตก”

“ขวัญมงคลเคยวิ่งสนามดินปนทราย เช่น ที่ขอนแก่น อุดรฯ และที่โคราชมาทั้ง ๓ สนาม เมื่อลงแข่งสนามนางเลิ้งระยะ ๔๕-๕๐ เส้น หากไม่ ‘ตับแตก’ จะนำทุกม้าเข้าเส้นชัยห่างราว ๔-๕ ช่วงตัว”

ทั้งเซียน ทั้งนักวิจารณ์ลงความเห็นพ้องเช่นนี้บรรดา “โต๊ดเถื่อน” จึงเตรียม “อั้น” การแทงม้า “ขวัญมงคล” ไว้ ซึ่งผมกับเพื่อนก็เห็นสมควรรับแทงแต่พอหอมปากหอมคอ จู่ๆ ใกล้เที่ยงวันอาทิตย์ ผมกับดำ เอสโซ่ได้รับโทรศัพท์จากเต็งโก้ให้เปิดรับแทงม้า “ขวัญมงคล” ไม่อั้นเพราะเงินสดจำนวน ๕ ล้านบาท จะเข้าสมทบอีกส่วนหนึ่ง นอกจากจะรับแทงไม่อั้นแล้ว ล้อกับเต็งโก้ยังไปให้ “เฮียช่วย” ซึ่งตั้งก๊วนรับแทงอยู่ยังอัฒจันทร์ซีกซ้ายมือสุด “รับแทง”มไม่อั้นเช่นกัน ผมกับ ๔ เพื่อนร่วมทีมงงเต๊กกับพฤติกรรม ๒ นักบู๊

แต่เมื่อทบทวนความ “เป็นไปได้” จากคำยืนยันของเฮียล้อกับเต็งโก้ก่อนม้าเข้าแข่ง ก็พอเห็นทางที่ “ขวัญมงคล” จะไม่ติด ๑-๓ เหมือนกัน หากท่านเจ้าของม้าเห็นค่าเงินรางวัลม้าชนะที่ ๑ น้อยกว่าทาง ๒ เซียนจัดให้ ในที่สุดทั้งอัฒจันทร์สนามนางเลิ้งแทบถล่มทลายกลางตะวันบ่าย เมื่อ “ม้าเต็ง” ชื่อ “ขวัญมงคล” โขยกตามก้นกลุ่มม้าอื่นเข้าเส้นชัยพลิกล็อกกราวรูด งานนี้เนื่องเพราะทางสนาม “อั้น” แฟนอาชาแทงม้าเต็ง นายสนามเถื่อนจึงรวยเป็นล้าน และเฮียล้อกับเต็งโก้ได้ขอส่วนแบ่ง ๕๐ เปอร์เซ็นต์จากเฮียช่วยกลับเจอปฏิเสธสิ้นเชิง ดังนั้นช่วง ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาบรรยากาศในสนามม้าทั้ง ๒ สนามจึงอยู่ระหว่างคุมเชิงกัน เมื่อสภาพการณ์แตกร้าวถึงขั้นนี้ก็จำเป็นต้องปรึกษาความกับเต็งโก้ โดยอาสาเจรจาความมิให้เสียหน้าเพื่อน เขากลับย้อน

“เราถูก “หัก” คนทั้งสนามเขารู้กันทั่ว แต่แทนที่มันจะมาเคลียร์ กลับระดมคนคุ้มกันเพียบ…อย่าเลยเปี๊ยก คงไม่นานเรื่องทุกอย่างก็เงียบไปเอง”

พอขึ้นศักราชใหม่ ล้อวงเวียนฯ ระดม “มือดี” เลือดมังกรเข้าร่วมทีม เช่น ทุม แซ่ฉั่ว, มีน เกตึ้ง, ชิคาโก, แดง โรงหมู และเมื่อรวมกับ เล่าถิ, หง่า สำเหร่ พร้อมเกียย้ง ทีมนักบู๊เจ้าพ่อวงเวียน ๒๒ฯ จึงแน่นปั๋ง เหล่านี้กลับทำให้เต็งโก้เร่งระดมมือดีเข้าเสริมทีมตนเช่นกัน ทว่า “มืออาชีพ” จริงๆ ส่วนใหญ่ถูกบรรดาเจ้าพ่อเจ้าแม่รุ่นใหม่จากหลายวงการดึงตัวไปเป็นการ์ดคุ้มกันเป็นส่วนใหญ่ เต็งโก้จึงหันไปหา “มืออาชีพ” มี “สี” เข้าร่วมทีมแทน

โรงแรมวังทอง เวลา ๑๑ น. เศษ ผมตื่นตาขึ้นอาบน้ำอย่างรีบร้อนเสร็จขณะผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เสียงเคาะประตูดังรัวถี่ยิบระคนเสียงเสือเอสโซ่

“เปี๊ยก มีเรื่องด่วน”

สิ้นคำ ผมละจากเสื้อกางเกงโจนผางไปเปิดประตูให้ร่างเล็กเพรียวก้าวเข้ามาค่อยผลักประตูปิด ดำบอกเสียงเข้ม

“จบถูกยิงตายเมื่อครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมานี่แหละ”

“ที่ไหน…ใครยิง”

“ในร้านกาแฟ ‘ไอ้ยี’ สะพานวันชาติ เด็กวัยรุ่นยิง ยังจับตัวไม่ได้ ส่วนตาลกับลพตำรวจกำลังตามล่าข้อหาร่วมมือกับจบยิง ‘เฮียช่วย’ ตายคารถที่สี่แยกหลานหลวงนี่เอง”

“จบไปยิงเฮียช่วยตอนกี่ทุ่ม” ผมกังขา

“ตี ๑ กว่า”

“แสดงว่าคนของเฮียช่วยตามยิงจบเป็นการแก้แค้น”

“ไม่เร็วไปหรือเปี๊ยก” ดำกล่าวสุ้มเสียงมีเลศนัย

“ทำไมหรือ”

“หลายคนอยาก “เก็บ” พวกเรา เต็งโก้เองก็อยากเลิกรากับพวกเรา เพราะฐานเขาพร้อมแล้ว อีกทั้งพวกเรารู้เรื่องเขามากทุกที”

“แล้วดำคิดยังไง” ผมถามเบากริบ

“เราอยากถอนตัวจากวงการ” เพื่อนกล่าวเสียงนุ่มเบา “รู้สึกเหมือนมันหมดสมัยพวกเราแล้ว ทุกวันนี้นักเลงต้องมีมากกว่าคุณธรรมกับใจถึง เช่น สันดานดิบ เล่ห์เหลี่ยม และลอบกัด ซึ่งเราคงฝืนใจเลวกว่าที่ผ่านมาไม่ได้ว่ะ เปี๊ยกล่ะ…คิดยังไงกับตัวเอง”

“คิดเหมือนนายน่ะแหละ”

“เราถอนตัวด้วยกันนะ…” ดำชวน “เรามีน้องสาวคนเดียว นายมีหลวงพ่อองค์เดียว หากท่านรู้ว่าเราล้างมือจากวงการคงดีใจน่าดู”

“ดำรักน้องสาวคนนี้มากหรือ” ถามทั้งๆ รู้

“รักเหมือนพ่อรักลูก เหมือนพี่รักน้อง…นี่จบมหา’ลัยแล้ว แต่ยังสำรองงานอยู่ในกรมชลฯ”

“เรายินดีด้วยที่เธอประสบความสำเร็จ แต่นายคงยินดีมากมายกว่าเรานัก”

“แน่นอน เพื่อน” บอกระคนยิ้ม

จากนั้นดำจึงชวนไปชมสถานที่เกิดเหตุดับจบ หลังวัง ด้วยรถเก๋งส่วนตัวยังร้านกาแฟ “ไอ้ยี” เชิงสะพานวันชาติถิ่นเก่า ผมอยู่จนเที่ยงตรงก็ได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมือสังหารดาวดังวังบูรพาเป็นเด็กเชิญแขกประจำซ่อง “เล็ก โฮม-เด้น” ซึ่งจบเคยยิงจนหูซ้ายขาดมาแล้ว

ต่อมา ดำขับรถฝ่าแสงแดดกล้าไปออกถนนวิสุทธิกษัตร์สู่ที่จำพรรษาพระคุณเจ้าหลวงพ่อ พบประตูกุฏิ ๒ บานปิดสนิท สอบถามศิษย์วัดคุ้นเคยได้ความว่าพระคุณเจ้าถูกเชิญไปสถานีตำรวจ ก็นั่งคอยอยู่จนบ่ายโมงจึงเขียนโน้ตบอกท่านฝากกับกับศิษย์วัดจะมาเยี่ยมอีกครั้ง แล้วพากันขับรถตระเวนหาร้านอาหารถูกสัป๊กส์สำรองกระเพาะ อีก ๓-๔ วันต่อมา ผมได้ข่าวเสี่ยเล็กขับรถจากขอนแก่นเข้าพบเต็งโก้และอยู่คุยร่วมชั่วโมงจึงกลับออกไป จวบตอนสายวันรุ่งขึ้นเต็งโก้จึงมาหาผมกับดำด้วยตนเอง

“มีเรื่องยุ่งที่ขอนแก่น เล่าถิอมเงินหวยไปแอบซื้อบ้านจัดสรรให้เมียน้อยแสนกว่า กำลังตรวจสอบบัญชีกันอยู่ เราเรียกทั้งทีมกลับมาแล้ว ดำกะเปี๊ยกพร้อมเด็กของเราต้องไปดูแลแทน”

“แล้วคดีไอ้หยองล่ะ” ผมถามทันที

“เรียกร้อย…เราให้ ‘ไอ้เข่ง’ รับเป็นคนยิง”

“หยั่งงั้นโคเค”

ลับร่างมังกรดังสะพานเหลืองพักใหญ่ดำได้กลับมาที่ห้องผมอีกครั้ง พร้อมชวนนั่งรถชมเมืองหลวงก็ไม่ขัดข้อง แต่มีข้อแม้ ๒ ทุ่มตรงต้องพาผมไปกราบเท้าพระคุณเจ้าหลวงพ่อ

๑๔ นาฬิกา ดำแวะรถไปจอดยังด้านหลังโรงพยนตร์ปารีส แล้วตีตั๋วเข้าโรงภาพยนตร์หนีความร้อนอบอ้าวบนถนน ซึ่งตลอดเวลา ๖๐ นาทีในโรงหนังดำได้เผยความร้ายกาจของเต็งโก้ในช่วงเวลาที่ใกล้ชิดกันให้ผมรับรู้อย่างหมดเปลือกพลางสรุป

“มีเปี๊ยกคนเดียวที่ไม่เคยรู้เรื่องมันค้าผงกับเฮียล้อ เฉพาะจบ, ตาล, ลพ, ปุ๊ และเราถูกหลอกให้คุ้มกัน ‘ของ’ ไปส่งเมืองชล ๒ เที่ยว ปุ๊บังเอิญจับได้ มันจ่ายค่าปิดปากคนละหมื่นอ้างทำการแค่ ๒-๓ เที่ยว เอาเงินมาขยายกิจการ ต่อมาพวกเราก็ไม่ได้มีส่วนในเรื่องนั้นอีกเลย…ต้องขอโทษเปี๊ยกด้วยที่เราปิดบังมาแต่แรก”

ผมแสดงน้ำใจ “ถึงบอกเดี๋ยวนี้ก็ไม่สาย เหตุการณ์ที่ขอนแก่นจะเป็นเครื่องชี้การตัดสินใจของเรา…นายเห็นด้วยไหม”

“เห็นด้วย ๑,๐๐๐ เปอร์เซ็นต์”

ใกล้ภาพยนตร์อวสานเราพากันออกจากโรงหนังก่อนทุกคน เดินโต้แสงตะวันรอนข้ามถนนด้านหลังไปยังฝั่งตรงข้ามสถานที่ตั้ง “ปารีส คาเฟ่” นั่งดื่มน้ำส้มคั้นผึ่งแอร์ พร้อมฟังนักดนตรีเดี่ยวอิเล็กโทนรอฟ้ามืดเพื่อให้มั่นใจพระคุณเจ้าไม่มีกิจนิมนต์อีก

๑๘ นาฬิกาตามเวลานาฬิกาบนข้อมือ ผมบอกดำเตรียมเดินทางเพราะจะต้องแวะรถซื้อจตุปัจจัยถวายพระคุณเจ้าหลวงพ่อ เพื่อนจึงลุกไปที่เคาน์เตอร์ขอใช้โทรศัพท์ ผมเรียกพนักงานรับค่าบริการและนั่งรอจนเขาเสร็จกิจก็พากันออกจากคาเฟ่ไปยืนยังขอบวีถีหน้าคาเฟ่สังเกตเภทภัย พลัน!…ไอ้หนุ่มแว่นดำแต่งกายรัดกุมยืนพิงเก๋งบีเอ็มเคลื่อนไหวเร็ว ผมร้องลั่นพร้อมกระชากแขนเสือเอสโซ่หมายถอยกลับเข้าร้าน วิบตา เสียงปืนแผดสนั่นหู เสียงกระจกแตกราว ผมกับดำฟุบร่างบนฟุตปาทกราดปืนในมือหาเป้า ทันใดประตูคาเฟ่เปิดผลัวะ ปืนสั้น ๒ กระบอกในมือ ๒ หนุ่มสวมหมวกแก๊ปหลุบหน้าซึ่งซุ่มอยู่ในคาเฟ่ป่ายศูนย์มาที่ผมกับดำ เหนี่ยวไกยิงทันที

เสียงปืนแผดกัมปนาทกึกก้อง และแม้พลิกตัวหลบในบัดดลก็ไม่วายเจอคมกระสุนเจาะเข้าเหนือสะโพกด้านหลังปวดหนึบ แต่ไม่มีเวลาเจ็บ พยายามกลิ้งตัว หลบกระสุนปืนจากทุกทิศ มุดเข้าใต้ท้องรถที่จอดเรียงเป็นตับ เสียงปืนเงียบหายไป ผมกัดฟันแนบซีกแก้มลงกับพื้นถนนสองดวงตาส่ายหาศัตรู มือที่กำปืนอยู่สั่นระริก ครู่เดียวไซเรนรถวิทยุกรีดเสียงครวญใกล้เข้ามาดูเหมือนจะหลายคันสังเกตได้จากการเหยียบเบรกห้ามล้อ ผมสูดหายใจลึก ค่อยๆ กระเถิบร่างมุดออหจากใต้ท้องรถ แสงไฟฉายพุ่งวาบมาที่ผม มือขวาที่กำปืนอยู่ถูกเหยียบเต็มแรงเสียงรองเท้ากระทบพื้นดังกุกกัก ผมได้แต่นอนบิดตัวให้นายตำรวจยศร้อยเอกปลดอาวุธอย่างอ่อนระโหย

“ใครยิง รู้ตัวไหม จำหน้าได้ไหม”

ผมส่ายหน้า อีกท่านหนึ่งซักบ้าง “คนตายนั่นเพื่อนคุณใช่ไหม”

เสียงห้าวชัดเจนตอนแทน ” ไม่ต้องไปถามมันหรอก เพื่อนมันทั้งนั้นที่ฆ่ากันทุกวันนี้…นั่นละ ไอ้ดำ เอสโซ่ ตัวมหากาฬ”

เจ้าหน้าที่เริ่มหามผมขึ้นวางบนเตียงพยาบาล เลือดเริ่มทะลักโกรก เจ็บปวดแทบเหลือทน ชาวบ้านชายหญิงบริเวณที่เกิดเหตุแห่มายืนดูจนต้องปิดตานอนสงบนิ่งให้เจ้าหน้าที่หามฝ่าคลื่นคนอย่างทุลักทุเล

บนเตียง ร.พ. ตำรวจรอบสองของผมนับแต่ไปถึงมีแต่ผู้สื่อข่าว-ช่างภาพวนเวียนเข้า-ออกทำหน้าที่จนหงุดหงิด จวบแพทย์นำเข้าห้องศัลยกรรมในที่สุด เวลาบนเตียงพยาบาลล่วงไป ๓ วันแล้ว ไม่ปรากฏนักบู๊นามใดมาเยี่ยม แม้คนที่ผมเคยคิดว่าพร้อมตายแทนได้อย่างเต็งโก้ก็มิเคยมา จวบสัปดาห์เต็มพระคุณเจ้าหลวงพ่อกับ “ก้อย” แฟนสาวเข้าเยี่ยมพร้อมข่าวร้ายจากคำถามท่าน

“ตำรวจเขาอายัดตัวเอ็งข้อหาฆ่าคนตายที่ขอนแก่น…มันจริงหรือเปล่า”

“เราดวลปืนกันครับ”

พระคุณเจ้าขยับแว่น ผมฝืนใจกล่าว “หลวงพ่อครับ ผมตั้งใจจะเลิกแล้วแต่ยังสายไปจนได้ครับ”

“ไม่สายหรอก อย่างน้อยเอ็งยังคิดได้”

“ก้อยด้วย…พี่ขอบใจที่ช่วยเหลือพี่กับหลวงพ่อด้วยความเต็มใจ”

“เรื่องเล็กจ๊ะ” เธอกล่าวเสียงกังวาน ยิ้มฟันขาว

“แต่แล้วพี่ก็ต้องกลับเข้าคุก”

“ก้อยจะรอ…กี่ปีก้อยก็จะรอพี่”

สิ้นคำสาว พระคุณเจ้าค่อยๆ เลี่ยงไปสนทนากับผู้ป่วยอื่น ก้อยขยับมายืนจนเอื้อมมือถึงจึงกุมไง้บอกเสียงแน่น

“พี่มีเรื่องบอกฝากก้อย ก้มลงมาสิ”

แก้วในดวงใจช่างเดียงสานัก เธอก้มลงเอียงหูมาพร้อมรับฟังจึงบรรจงจูบแก้มขาวนวลเสียฟอดใหญ่

“โธ่…พี่เปี๊ยกนี่”

เส้นทางมาเฟียจบบริบูรณ์

สุริยัน ศักดิ์ไธสง
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : นักเลงโต
ขอขอบคุณรูปภาพสวยๆจาก : The People
แอพเกจิ แอพรวมเรื่องราวประสบการณ์จริง เกี่ยวกับ พุทธคุณ ไสยศาสตร์ วิชาอาคม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ