โก๋ หลังวัง “วัยรุ่นประลัยกัลป์” ตอนที่ 8 (สุริยัน ศักดิ์ไธสง)

โก๋ หลังวัง “วัยรุ่นประลัยกัลป์” ตอนที่ 8 (สุริยัน ศักดิ์ไธสง)

ไม่เคยพบเจอะเจอปัญัหาปวดใจเยี่ยงนี้มาก่อน จอมประลัยกัลป์เลยเว่อไปครู่หนึ่ง จึงเบนสายตาให้ตรงกับ ปากกระบอกปืนของ สิงห์ไผ่ตัน ก้าวช้าๆเข้าไปอีกก้าว ทุกส่วนในกายของ เอ็ดหลังวัง พร้อมจะเผชิญทุกสถานะ อาจช้าไปก้าวหนึ่งหรือหลายก้าว อันนีคนอย่างเข้าอ่านทะลุ เพราะคนที่ถือปืนจ้องเขม็งที่หมายฆ่า กับคนที่มีปืนคาเด่ติดเอว มันเป็นรองกันตั้งแต่ในมุ้ง สำคัญที่สุดสำหรับเขา คือ ดำม้าเหล็ก อินทรีขาวใจอัคคีที่กำลังรอการเผาไหม้อารมณ์หากเขาไม่ด่วนจัดการ ในที่สุด เขาตัดใจอย่างฝืนความรู้สึก

“ตกลง ไอ้ดำ! นับแต่เดี๋ยวนี้มึงไม่ใช่เพื่อนกู!”

เข้วังแดง ขวัญศรีเมือง เวียนวังแดง ตลอดไปถึงไอ้ต้อยตัวเหตุต่างคาดไม่ถึงกับการตัดสินใจของเขา เขากำลังได้อย่างหนึ่งแล้ว…และคงไม่นาน สำหรับ ดำม้าเหล็ก ต่างออกไปทางด้านความคิด เขาคิดว่า อาณาจักรอันเป็นถิ่นเกิดไม่ต้อนรับเขา กรุงเทพฯ นี่แหละจะต้องเป็นอาณาจักรใหม่ของเขา การดำรงชีวิตท่ามกลางมหาภัยรอบด้านมันออกรสแก่ชาติชายชาตรีอย่างเขายิ่งนัก มีสู้ถอย สนามสนุกคละเคล้าสาบผู้หญิงและคาสิโนจนประดุจเป็นส่วนหนึ่งของมัน เขาจึงทรนง อีกครู่หนึ่ง ต้อยเทวัญ ก็เดินออกมาจากห้องสีหน้าเจร่งเครียด ขวัญศรีเมือง ออกปากทันที

“ไอ้เอ็ดว่ายังไง?”

“เสียใจเพื่อน เราต้องแยกทางกันแล้ว”

ยังไม่ชักไซ้ใจความ เอ็ด หลังวัง เดินก้าวออกมา เขามองสามเพื่อนซี้แวบเดียว จึงผละเดินไปยังห้องของตน เหล้าเท่านั้นคือเพื่อนของเขาในยามนี้ขณะกระดกเหล้าลงคอติดๆ กันสองเป๊ก เขายังหาช่องทางอะไรไม่ได้เลย การเป็นหัวหน้าคนโดยเฉพาะคนๆ นั้นเป็นเพื่อนการตัดสินใจทำอะไรลงไปทุกอย่างมันยากใจที่สุด เผลอๆ เสียใจไม่พอ ยังเสียเพื่อน…! ถึงกระนั้นเขาก็แก้ปัญหาการล้างผลาญกันจนสำเร็จลุล่วงทุกคนไม่เสียเลือด นอกจากไอ้ต้อย ทว่านับแต่คืนนี้ไป เขารุ้ว่าเขาอาจเสียเพื่อน ในที่สุด เหล้าก็ไม่ได้เข้าปากเขาอีกนั่นเป็นเพราะเขาเมาพับไปแล้ว

แปดโมงเช้ายังไม่มีใครตื่นกันสักคน นอกจากแม่บ้านสองคน เสี่ยสุวิทย์ขับ บีเอ็ม.คันใหม่สีแดงสดเข้ามาจอด เขาจอดรถคาทางออกของรถคันอื่นหมด คนแรกคือ บังโบลิ่ง ที่ลงมาก่อนถัดไปก็เสี่ยสุวิทย์ เจ้าพ่อคาสิดนและกิจการเถื่อนหลายแห่ง เขาเรียกแม่ครัวมาขณะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาร์ให้เอาบิลค่าใช้จ่ายภายในบ้านมาทั้งหมดสมองของเจ้าพ่อคำนวณตัวเลยครู่ใหญ่จึงเงบหน้าขึ้น

“ไอ้เอ็ดกับพรรคพวกมันตื่นกันกี่โมง?”

“ร่วมเที่ยง…”

“ยังงั้นคืนนี้นัดไปหาอั๊วที่บ้านพัก อย่าให้เกินทุ่ม ต่อไปนี้ลื้อคุมทุกอย่างในบ้านนี้ ตลอดทั้งการเงินสิบเปอร์เซ็นต์เป็นเป็นของลื้อดำเนินดีขึ้น ส่วนไอ้เอ็ดให้มันคุมบ่อนกับภัตตาคาร แต่ให้แยกบ้านกันอยุ่ ระหว่างพวกเด็กของลื้อ กับพวกของมันเพราะเป็นการป้องกันความแตกราวในหมู่คณะโดยเกิดขึ้นไม่ได้อีก…สำหรับไอ้ต้อย อั๊วเสียดายมัน”

เสียพูดอย่างจริงใจนับแต่เริ่มเข้าสู่อาราจักรทรชน

“มันแยกทางกับไอ้เอ็ดเมื่อคืนนี้สองคน ทั้งไอ้ต้อยและไอ้ดำ” บัง โบลิ่ง รายงาน

“ตอนมันมีเรื่องกัน มึงกลับมาทันทำไมไม่ห้ามมันไว้” ราชากิจกรรมเถื่อนตำหนิ

“ผมต้องการเหลือคนที่ เก่งจริง ไว้คนเดียวเท่านั้น”

“เพื่อคุ้มกันอั๊ว?!”

ห้องรับแขกกลืนตัวเองดังภิกษุวางกิริยาสงบ พัดลมเพดานหมุนตัวเองทำหน้าที่ตามมือที่กดระบบการจ่ายกระแสไฟทั้งๆ ยังเช้าอยู่

“ต่อไปนี้ไม่ต้องจักใครคุ้มกันอั๊ว ถ้าต้องการจะเลือกเอง”

เขาสั่งแค่นั้น และไม่ยอมเสียเวลาอยู่ต่อไปเขาส่งใบบิลทั้งหมดให้นักเลงดังย่านเพชรบุรีตัดใหม่ ฟ้าสีครามทะมึนคล้ายวิปริตอาเพทอันใดบางสิ่งบางอย่าง ที่โตีะอาหารได้รับการจัดเตรียมกับข้าวและอาหารไว้พร้อมสรรพ สำหรับสมาชิกชาย-หญิงภายในบ้าน

บัง โบลิ่ง สิงห์ ไผ่ตัน ต้อง คลองเตย และหมี ท่าเรือ นั่งอยู่ที่โต๊ะหนึ่ง แต่ไม่ห่างจากกลุ่มดาวดังวังบูรพา ซึ่งเหลืออยู่สี่องค์ดุจเดียวกัน เขาได้รับทราบคำสั่งของเสี่ยจากปาก บัง โบลิ่ง แล้วถึงการให้เขาไปหา เขาเคาะประตูสองสามครั้ง

“ใคร?” เสียงใสจากข้างให้อง

“พี่เอ็ดเอง”

ประตูห้องเปิดคล้ายรออยู่แล้วเขาแทรกตัวเข้าไปในห้องพร้อมกับนั่งลงบนเตียงนอน สายตามองละผ่านทุกสิ่งที่ประดับอยู่ในห้องของเธอดดยไม่ยอมเผยเจตนา เจ้าของห้องกลับร้อนกว่า ฌธอนั่งอยู่หน้ากระจกสางเส้นผมยาวสลวยอย่างประณีต ปากก็ถาม

“พี่เอ็ดเสียเพื่อนไปสองคนเพราะศรีมาย’

“ทำไมจึงคิดเช่นนั้น” เขาย้อนถามเสียงขรึม

“เรื่องเกิดเพราะศรีมาย”

“เปล่าเลย…เธอเป็นเพียงสิ่งที่พวกมันจูงเข้ามาให้เกิดเรื่องโดยเจตนาเท่านั้น”

หญิงสาวทำหน้างงๆ

“อย่าไปคิดถึงเรื่องนั้นอีกเลยวันนี้หรือพรุ่งนี้พี่อาจย้ายบ้านใหม่เสี่ยคงให้อยู่ที่บ้านในซอยกลางที่เช่าไว้ให้พวกผู้หญิงบาร์กับอาบ-อบ-นวดอยู่…ศรีมายไปอยู่กับพี่ที่นั่นไหม? พี่จะขออนุญาตเสี่ยให้ แล้วก้อย่าเพิ่งคิดเป็นอื่น ขอให้มองตัวเองเสียก่อนสำหรับวันนี้ จากนั้นก็ฟังเหตุผลของพี่…”

“พี่คงหมายถึงความลำบากกายใช่ไหม?” เธอถามอย่างแผ่วเบา

“นั่นพี่คิดว่าศรีมายได้รับมันมาโดยตลอดแล้ว แต่เหตุผลที่พี่ต้องการให้ไป หมายถึงสังคมผู้คนที่ดีกว่าเธอจะได้อยู่พุดคุยหรือขึ้นห้องกับคนอีกระดับหนึ่ง ซึ่งต่างกว่าตู้กระจก และห้องนอนในโรงแรม พี่ให้เวลาศรีมายคิดแล้วตอนเย็นค่อยให้คำตอบพี่” เขายุติการสนทนาขยับลุกขึ้นยืน

“เดี๋ยวพี่?!” เธอลุกขึ้นยืนเช่นกัน

“ทำไม?…”

“ศรีมายตกลงใจเดี๋ยวนี้แล้วค่ะ!”

“ว่ามา”

“ไปค่ะ” ตอบสั้นๆ แต่ยิ้มเสียหวานจ๋อย

ก่อนหนึ่งทุ่ม เอ็ด หลังวัง ถึงบ้านเจ้าพ่อเสี่ยสุวิทย์ทักทายตามอัธยาศัยลูกพี่เห็นลูกน้อง การสนทนากันครั้งนี้เป็นการตัดสินให้เขาเลือกเอาว่าจะอยู่กิจการภัตตาคารกับบ่อน หรือว่าคุมเด็กส่งหาเงินตามโรงแรมอย่างที่ตนเองพานพบมันมาแล้ว วัยรุ่นซึ่งกลายเป็นวัยหนุ่มดัง หลังวัง ตัดสินใจเล่นเกมกับลูกพี่ทางบ่อนกับภัตตาคารทันทีอย่างน้อยเขาก้มีเหตุผลคือการหลีกเลี่ยงการปะทะกันเองระหว่างกลุ่มของ บัง โบลิ่ง กับกลุ่มเพื่อนซี้ของเขา แต่การกระเตื้องขึ้นทางกิตติศัพท์ของเอ็ด หลังวัง พาให้สุมาอี้และเก๊าตี๋ต้องปวดกระดองใจเพราะบริการของเสี่ยสุวิทย์ดีกว่า มีห้องรับประทานอาหารพิเศษโดยเฉพาะในกลุ่ม

คาสิโนทุกชนิดมีให้เลือกแทง หรือหากใครกล้าหาญก็โดดลงเป็นเจ้ามือวัดดวง อุปกรณ์การเล่นของทางบ่อนจัดหาไว้ครบ ต๋ง พันละร้อยบาท สวัสดิภาพของชีวิตนักพนัน เสี่ยสุวิทยืสั่ง เอ็ด หลังวัง ดูแลให้ความปลอดภัยเต็มที่หากเมื่อ รวย ออกไป เฮียเหลา กับ ซาเก๊า วงเวียน สองขุนพลของวัยรุ่นกุมารจีนเริ่มหาทางแก้ ให้บ่อนเซ็งโดยวางแผนขึ้นบ่อนตรวจกิจกรรมของฝ่ายตรงข้าม แต่ต่างคนต่างไป มีอะไรบ้างที่จะให้กลุ่มทรชนดำเนินชีวิตร่วมกันอย่างสันติล่ะ?

เขาทั้งปวงอาจมีบางคนที่ปรารถนาเป้นอาชญากรโดยสันดาน แต่ก็มีไม่น้อยที่สภาพแวดล้อมชีวิตชักพาให้เตลิดมองความปรารถนาดีของชีวิตอย่างคนที่หลงเงาตัวเอง เข้าใจสังคมผิดมีปมด้อยระคายใจ พวกเขาต้องรู้เช่นเห็นชาติ สามทุ่มของคืนนี้ภายในบ่อนเสี่ยสุวิทย์ทุกคิดไม่ถึงว่าเฮียเหลาจะมาเยือนบ่อนของตนพร้อมจอมประลัยกัลป์สองพี่น้องคือ สุมาอี้ และเก๊าตี๋ ดาวดังหลังวังเข้าเทคแคร์พาชมกิจการตามที่นักเลงสวนมะลิต้องการ เจ้าพ่อกุมารจีนชมเขาเปาะ

“มีระเบียบดี ขาก็ดีด้วย เอ็ดเป็นคนมีฝีมือหากมีทุน ไม่คิดจะทำเองหรือ?” มังกรสวนมะลิรุ่นใหย่ทั้งชมทั้งชวนให้คิดในประโยคสุดท้ายนั่น

“เฮียกับพวกๆ ผมทุกคนคงไม่ต้องการให้ขึ้นชั้นเร็วนัก ไม่ใช่หรือ?’ เขาตอบและถามในเชิง สายตาเหลือบสังเกตท่าทีของสองบริวาร

“มันก็ดีว่ะ…” สุมาอี้สอด “จะได้อยู่นานดับช้า!”

เอ็ด หลังวัง ร้อนวูบวาบคำพูดของน้องชาย เก๊า ม้าเก็ง เพราะเป็นการประกาศความเป็นศัตรูอย่างชัดแจ้ง

“อดทน-อดกลั้นไว้” เขาบัญชาตัวเองอยู่ในอก

ขวัญ ศรีเมือง เข้ วังแดง และเวียน วังแดง ไม่ได้ปล่อยให้เพื่อนซี้คลาดสายตาไปเลย กระทั่งถึงโต๊ะกำถั่ว… เจ้าพ่อสวนมะลิ ประกาศลั่นโต๊ะ

“โต๊ะนี้ พวกเราขอเหมาเล่น”

นักเลงหลังวังพรวดเข้าไปเจรจาหนักแน่น

“ไม่ได้หรอกเฮีย…เสียกฏ..! ถ้าเฮียอยากเล่นก็ต้องให้ลูกค้าทั่วไปแทงได้”

มังกรอาวุโสเจอเบรกเขาหันขวับประจัญสายตา เอ็ด หลังวัง นิ่งและนาน….ที่สุดก็บอกอนุญาตให้สมาชิกแทงได้ทุกคน สุมาอี้ส่งเงินแลกชิปห้าหมื่นบาท

การเล่นดำเนินการไปท่ามกลางตากระจกทุกสายตาจับจ้องอยู่ที่เม็ดถั่วที่เฮียเหลาแจงออกมา พอปลายไม้แจงถั่วเขี่ยเม็ดสุดท้ายออก เสียงพึมพำดังลั่นโต๊ะ แล้วทุกคนก็เงียบกริบ เมื่อร่างหนึ่งโผล่เข้าประตูมา “ซาเก๊า วงเวียนยี่สิบสองกรกฎาฯ!” เอ็ด หลังวัง เริ่มเห็นหมากของฝ่ายมังกรบ้างแล้ว เขาเดินเข้าไปหามือปืนคุ้มกันซาเก๊าทั้งสองคนอย่างรีบร้อน เพราะมันไม่ใช่ใครอื่น กลับเป็นเพื่อนซี้ ต้อยเทวัญ และ ดำ_ม้าเหล็ก

“มึงไปอยู่กับซาเก๊า…” ถึงตัวก็ถามทันที

“กูผิดหรือ?!”

จอมประลัยกัลป์วังบูรพามองสองเพื่อนซี้อย่างไม่ทราบว่าจะพูดอะไร ทุกคนเข้าใจเจตนาเขาผิดหมด

“ทำไมพวกมึงจะต้องไปอยู่กับไอ้คนที่จะต้องรบกับเสี่ยสุวิทย์”

“เอ้า! กูจะได้รบได้เร็วขึ้น” ต้อย เทวัญโพล่ง

“หมายถึงรบกับกูด้วย”

“หรือมึงจะยิงกูสองคนได้ลงคอ” ดำ ม้าเหล็ก เอ่ยบ้าง

เขาสะบัดหน้าตามร่างซาเก๊าซึ่งกำลังเดินไปยังโต๊ะถั่ว สองราชากิจการเถื่อนพบกัน ว่าได้แค่ทักทายกันเท่านั้น

“กูจะต้องตามวาเก๊าไป” ต้อย เทวัญ พูดเสียงขรึมกับเขา เอ็ด หลังวัง หันกลับหน้าแดงก่ำมองเพื่อนอย่างน้อยใจ

“บ่อนในความคุ้มครองกู ขาทุกคนที่เข้ามาเดือดร้อนใจไม่ได้ เสียก็กลับไป-ได้ก้ขนไป กูคุ้มกันให้อีก หากได้เป็นแสน! มึงไม่ต้องการคุยกับกูต่างหาก…ใช่ไหม?”

บรรยากาศในบ่อนคืนสู่สถานคาสิโนคลาสสิกขึ้นเมื่อระบบสเตอริโอให้เสียงเพลง เพลงอาจสุนทรีย์สำหรับผู้ที่มีชิปอยู่หน้าตักกองโต

“ไปที่เคาน์เตอร์นั่นกับกู มึงทั้งสองคนนั่นแหละแดกเหล้าในรังที่มึงเคยอยู่ ถ้าดับ กูดับก่อนมึง” เขาพูดเท่านั้นก้ก้าวปราดออกไปทางซ้ายมืออันเป็นที่ตั้งเคาน์เตอร์บารืเหล้า เอ็ด หลังวัง เข้าไปเทเหล้าเฮนเนสซี่สามเป๊กลงในแต่ละแก้ว น้ำแข็งยูนิคใส่ตามอีกแก้วละสองก้อน จึงเขย่าเบาๆ

“กูขอดื่มให้กับความสำเร็จของมึงทั้งสองคน”

ดำ ม้าเหล้ก กับ ต้อย เทวัญ ชะงักแก้ว ม้าเหล็ก อินทรีขาวข้องใจ

“ความสำเร็จอะไรของกูสองคน”

“ได้เป็นคนสนิทของซาเก๊า”

“แต่ต้องเป็นศัตรูกับเจ้านายมึง!” อดีตวัยรุ่น ต้อย เทวัญ เน้นเสียงหนัก

“สุดแต่วิถี…”

นักเลงดังวังบูรพาผายมือพร้อมกับถือแก้วเหล้าเดินวนไปมาครู่หนึ่งจึงยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนกล่าว

“สองปีก่อนกูแดกยี่สิบแปดดีกรีแดกสารพัดที่กินแล้วเมา กินแล้วสนุก เฮฮากับเพื่อนฝูง ถึงเวลาหิวก็หาข้าวกินกัน มาคืนนี้มีเฮนเนสซี่ซึ่งเป็นของใหม่แต่ มิตรภาพเก่าจางไปไม่มีอินจิเนียร์อยู่ในใจใครอีกแล้ว ความหวัง ความใฝ่ฝันจบอยู่ที่กระบอกปืนในฐานะมือเพชฌฆาตได้อย่างไรกัน? กูไม่อยากพูดอะไรมากเราโตเป็นควายแล้ว ก่อนที่อะไรมันจะพาให้มึงจบฉากเร็วนัก ก้ให้ใช้กบาลของมึงบ้าง”

น้ำเสียงนุ่มนวลน่าฟังแฝงความมั่งคงอย่างมุ่งมั่นเรืองไรอยู่ในดวงตาของ เอ็ด หลังหวัง ได้สะกดเพื่อนซี้ได้ชะงัด เขาเทน้ำสีทองเข้าปากอีกครั้งจึงอรรถาต่อ

“ตัวกูเองนี่ก็เหมือนกัน กูไม่ได้ดีหรือเก่งกว่ามึง…เปล่าเลย ต่างคนต่างมีมือตีน และก็เท่าๆ กันเสียด้วย กูเตือนเพื่อนครั้งนี้เป็นการระเมิดมึงสองคนหรือเปล่า? บอกกันอย่างไม่ต้องเกรงใจและสำหรับวันนี้พวกมึงมาอย่างศัตรูใช่ไหม?”

“สุดแต่ซาเก๊าสั่ง” ตัวแสบอินทรีขาวตอบ

เขาพูดกับสองอินจิเนียร์เพื่อนซี้เท่านั้นจึงตีจากไปเมื่อ สุมาอี้ พาน้องมาที่บาร์เหล้า วัยรุ่นประลัยกัลป์ทักทายกันเป็นอันดี เอ็ด หลังวัง โทรศัพท์รายงายเสี่ยสุวิทย์ถึงการมาเยือนของสองราชากิจกรรมเถื่อน แล้วเสี่ยก็สั่งเร็วปรื๋อ….

“เดี๋ยว…ถ้าสองคนนั่นออกมาแล้ว มึงสั่งปิดบ่อนเปิดเฉพาะภัตตาคาร”

“ตกลงครับเสี่ย”

สมองเขาตามเกมเจ้าพ่ออย่างทันการณ์ อันนี้เขาเองก็จำเป็นต้องอ่านเกมเช่นกันหากที่นี่มีอันพัง เขาจะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหน ใช่แล้ว เอ็ด หลังวัง เพียงสว่างทางปัญญา เขาคิดว่าเฮียเหลากับวาเก๊าไม่กล้าถล่มในรังของเขาแน่ ที่แน่ๆ ตำรวจกองปราบฯ สิ?! เวลาเจ้าพ่อเขาล้มกัน กองปราบฯ มักมีบทบาทอันมีทั้งได้ชื่อและเสียชื่อ จริงอยู่ ทุกคนต่างมีบารมี ผู้ใหญ่ คุ้มหัวกันอยู่ ทีนี้มันยุคใคร? ใครใหญ่จริงเท่านั้น…

เกือบสองชั่วโมงที่เฮียเหลาเสียเวลาให้บนโต๊ะถั่ว จู่ๆเขาก็เลิกกะทันหันทั้งๆที่เสี่ย…ซาเก๊าออกไปก่อน ทุกระยะ เอ็ด หลังวัง จับภาพไว้หมดสิ้น พอพ้นห้องเขากดกลิ่งสัญญานเตือนภัย! โต๊ะการพนันได้เปลี่ยนเป็นโต๊ะเหล้า และอาหารอย่างรวดเร็ว เพราะการเตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งก็จริงดังที่ดาวดังวังบูรพาคาดไม่ผิด กองปราบฯ พร้อมหมายค้นกรูกันขึ้นไปชั้นบนของภัตตาคารทันควัน พลิกลผ้อกกันทั้งขบวนที่ขนกันมา…พลอยให้กองปราบฯขายขี้หน้าไปด้วยเจ้าของท้องที่ตามมาหลังจากที่กองปราบฯ กลับไปแล้ว สองมังกรอาวุโสได้ทิ้งสมุนไว้คอยสังเกตการณ์อยู่แล้ว พอรู้ว่างานล้มเหลวต่างต้องหันหน้าเข้าปรึกษากัน เพราะขืนปล่อยให้นาย-บ่าวคู่นี้เคียงข้างกันขึ้นมาดังในด้านธุรกิจเถื่อน หัวอกจะกัดหนอง?!

ช่วงจังหวะก่อนประกาศิตเจ้าของบ่อนเถื่อนอิทธิพลจะมีปฏิกิริยาใดๆ สุมาอี้ กับน้องชาย เหิมเกริมขอเปอร์เซ็นต์จากบ่อนทุกบ่อนอย่างชนิดไม่มีใครคาดถึง อะไรคือสาเหตุให้น้องนักเลงม้าเก็งเอ๋ากล้าหาญถึงปานนั้น สีกากีเขายังไม่กล้าทำอย่างโจ่งแจ้งเช่นนั้น

อดีตเจ้าพ่อหัวลำโพง เกชาเปลี่ยนวิถี และเจ้าพ่อท่าเตียนอย่างพระเอก นิดท่าเตียน(อุมารัตน์) ถึงกับออกปากเมื่อ เฮียหลอน่ำแซ พูดถึงพฤติการณ์ของเขา
“มันจะตายร้อนและตายเร็ว!”

สุริยัน ศักดิ์ไธสง
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : นักเลงโต
ขอขอบคุณรูปภาพสวยๆจาก : The Standard
แอพเกจิ แอพรวมเรื่องราวประสบการณ์จริง เกี่ยวกับ พุทธคุณ ไสยศาสตร์ วิชาอาคม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ