3834. โก๋ หลังวัง “วัยรุ่นประลัยกัลป์” ตอนที่ 2 (สุริยัน ศักดิ์ไธสง)

โก๋ หลังวัง “วัยรุ่นประลัยกัลป์” ตอนที่ 2 (เขียนโดยสุริยัน ศักดิ์ไธสง)

ใกล้เวลาเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา ภายในร้านกาแฟหน้าตลาดเจริญผล วัยรุ่นหลังวังแวะเข้าไปสั่งโอเลี้ยงกินครบกับปาท่องโก๋แก้โหยได้ครึ่งแก้ว ห้าอนาคตอินจีเนียร์ภายในชุดน้ำเงินก็โปฝผล่เข้ามาในร้านต่างทักทายกันตามประสาครู่เดียว เวียนวังแดง ล้วงเงินออกจากกระเป๋าวางลงบนโต๊ะ

“กูรวมเงินกันหมดแล้ว รวมทั้งขายเหล้าด้วย ได้ห้าร้อยกว่าบาท”

ต้อยเทวัญ ในกลุ่มหน้าเซียวลงไปอีกวัยรุ่นหลังวังจุดบุหรี่สูบคล้ายทองไม่รู้ระคายองศาความร้อนแห่งหัวใจเพื่อน

“มือขวาไปโดนอะไรมาวะ ไอ้เอ็ด” วัยรุ่นวังแดงทักเมื่อเห็นผ้าก๊อสพันอยู่รอบมือเขา

“สังกะสีบาดว่ะ…หนีตำรวจเมื่อตอนเช้านี่เอง” เขาตอบพร้อมกับด่าตัวต้นเหตุ “ไอ้ต้อยนะมึง เห็นเพื่อนเป็นตัวอะไรวะ มีเรื่องเดือดร้อนน่าจะบอกกัน แต่เสือกพูดไม่เป็น พอกะทันหันขึ้นมาวิ่งหากันยังกับหมาถูกน้ำร้อน”

“กูเกรงใจ แล้วก็คิด”

“ไม่ต้องคิดแล้ว” เขาตวาดแหว “จะกินอะไรสั่งกินสิวะ เดี๋ยวโรงเรียนเข้า”

“เงินยังไม่ครบนะไอ้เหี้ย” ดำม้าเหล็ก วัยรุ่นอินทรีขาวกล่าวพร้อมกับวางมือลงทับเงินที่กองอยู่บนโต๊ะ

“กูมีสร้อยคอหนักราวๆ หนึ่งบาทแต่ไม่มีตะขอ ขายได้ไม่ต่ำสี่ร้อย แดกข้าวแกงคนละจานพอถมไป” เขาวางสร้อยคอทองคำเหลืองอร่ามลงบนหลังมือตัวแสบอินทรีขาวเมืองเหนือทุกคนนิ่งงัน ต้อยเทวัญ มองเพื่อนด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจ ข้าวแกงคนละจานบรรจุลงกระเพาะเรียบร้อย ห้าเลือดอินจิเนียร์เดินข้ามถนนเข้าโรงเรียนพอลับร่างเพื่อน

เอ็ดหลังวัง ค่อยๆ แกะผ้าก๊อสทีพันรอบแผลออก จัดการพันใหม่ให้เป็นระเบียบอีกครั้ง พลางถอนหายใจลึกๆ คราวนี้เขาครุ่นคิดถามตัวเองว่า พฤติกรรมเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ใครน่าสงสาร? เจ้าทุกข์? หรือไอ้ต้อย? หรือตัวเค้าเอง?

นับแต่เริ่มรุ่น และหาเรื่องไปตามเพลงฐานะทางคลอบครัวมิได้ยากจน (ไม่รวยไม่จน) ดังนั้นการได้สัมผัสชีวิตช่วงชิงเยี่ยงอาชญากรสำเร็จรายแรก จึงมีผลให้เขาก้าวออกนอกลู่นักเลงหรือโก๋ธรรมดาๆ โดยปริยาย เรื่องเช่นนี้กำลังทยอยออกมาเป็นปัญหาสำหรับเยาวชน เด็กอยากเรียนนับไม่ถ้วนที่เขาพลาดโอกาสเรียน แม้บางรายฐานะทางครอบครัวสามารถส่งให้เรียนได้ สถานที่การศึกษาบางแห่งก็โขกสับย่ำยีตัดตวงหาผลประโยชน์

เปลี่ยนการศึกษาเป็นการค้าอย่างน่าอัปยศ โรงเรียนหลวง…ล้วน “เด็กเส้น” โรงเรียนราษฎร์ยิ่งแล้วใหญ่ กระจุกกระจิกสารพัน ผลิตผลด้านส่งเสริมอุตสาหกรรมซึ่งเสมือนปราการหรือบันไดผู้จบการศึกษาขาดการเร่งรัดพัฒนาอย่างใส่ใจนักเรียน-นักศึกษาที่ผลิตออกมาปีละเป็นหมื่นๆ กลับตกงานถูกลอยแพตามยถากรรม?

คนไทยฐานะส่วนใหญ่ระหว่างคนจนกับคนรวยต่างกันราวฟ้ากับบาดาล น้อยรายนักที่เขาส่งลูกหลานเรียนเพื่อหาความรู้หรือประสบการณ์ต่างล้วนปรารถนาให้ลูกหลานศึกษาหาวุฒิบัตรหรือปริญญาไว้คว้าจับงานไม่เอกชนก็ของรัฐ เมื่อล้มเหลวพวกเขาจะไปไหน? หรือว่าอยู่ให้ผู้ปกครองอุปถัมภ์อย่างลูกคนมีเงินที่เลี้ยงไม่โต

ฉะนั้น เอ๊ดหลังวัง กับ ต้อยเทวัญ จึงมีต้นเหตุให้เกิดอาชญากรรมดังกล่าว เส้นทางของเด็กดังฝั่งธนบุรีหลังสลัดเสื้อ-กางเกงชุดนักเรียนทิ้ง เขาขยายบารมีจากริมฝั่งเจ้าพระยาวัดกัลยาณ์ฯ จนได้ประลองคมเขี้ยวกับนักเลงรุ่นพี่นาม ชาติเป๋ ในวันหนึ่ง

สมัยนั้นยังมีสามล้อถีบ มีระบบเลี้ยงนักเลงไว้เป็นหัวคะแนนให้กับพรรค มนังคศิลา ของรัฐบาล มีอธิบดีกรมตำรวจผู้เป็นเจ้าของคำขวัญ…”ภายใต้ดวงอาทิตย์ ไม่มีอะไรที่ตำรวจไทยจะทำไม่ได้” ดังกล่าว ตำรวจไทยของอัศวิน เผ่า ศรียานนท์ จึงดังทะลุจักรวาลในทุกๆ ด้าน

เย็นวันนี้ เอ๊ด หลังวัง ร้อนองค์ถึงขนาดเมื่อรู้ข่าวเด็กในคอนโทรลเจอฟันกบาลเลือดโชกกลับถิ่น สาเหตุเพราะ “ขั้ว” จีบเด็กนักเรียนหญิงศึกษานารีคนเดียวกัน เขาไม่ฟังเสียงนกเสียงกา จัดการเกณฑ์วัยรุ่นในถิ่นพร้อมมีด-ไม้ และโซ่เหล็กออกสมรภูมิอันมืดบอด มุ่งไปสถานที่เกิดเหตุทันที วงเวียนเล็ก ต้องไม่ใหญ่โตเหมือนวงเวียนใหญ่ และบริเวณนั้นแหละคือสมรภูมิย่อยของวัยรุ่นประลัยกัลป์ สามล้อถีบดีดกระดิ่งโก่งตัวใช้ตีนพากงล้อแห่งความจนแสวงหาผู้โดยสาร

ร้านอาหารฝั่งตรอกพญาไม้กำลังจัดโต๊ะเก้าอี้เรียงรายอยู่บนฟุดปาธยาวเหยียดตั้งแต่เชิงสะพานจรดมาถึงสามแยกวงเวียนเล็ก (เว้นซอยข้างโรงเรียนศึกษานารี) สนธยาเพราะธรรมชาติกำหนดดวงอาทิตย์สีหมากสุก ประกายรังสีตรงขอบฟ้าทิศตะวันตกระคนสีเลือดฉาดฉาน จักรยานสามล้อหลายคันผ่านหน้ากลุ่มของวัยรุ่น โดยสารถีไม่วายหันกลับไปเหลียวมองเมื่อเห็นลูกหลานไทยสองกลุ่มกำลังเผชิญหน้ากัน

ชาติเป๋ โขยกตีนอันไม่สมประกอบก้าวนำทีมวัยรุ่นนับสิบ จนเข้าประชิดกันโดยห่างไม่เกินสองเมตร

“มาขอขมาหรือแก้ตัว?” นักเลงรุ่นพี่ซึ่งขาพิการเพราะหาญท้าเจ้าพ่อหัวลำโพงดวลถล่มด้วยวาจา

“พี่ชาติ?” ดาวดังรั้วชมพู-ฟ้า เรียกตามอาวุโส “ผมมาขอตัวคนฟันหัวไอ้น้อย ไม่ได้คิดบุกมาหักหน้าหรืออยากเก่ง”

“ถ้ากูไม่ให้ล่ะ!?” หนวดเรียวริมฝีปากของนักเลงรุ่นพี่รกลูกนัยน์ตาอยู่แล้ว เมื่อสำรากความยัโสโถมออกมาเช่นนั้น ต่อให้เป็นนักแสวงหาสันติภาพลิ้นทอง ก็ไม่อาจยุติการนองเลือดได้

“ขอเลือดล้างตีน!”

สิ้นคำร่างของวัยรุ่นวังบูรพาก็โผนเข้าหา ชาติ เป๋ โดยฟาดโซ่เหล็กเข้าใส่ในจังหวะเดียวกัน

เมื่อแม่ทัพประกาศศึกไพร่พลต่างกรูกันเข้าประจัญบานกันอย่างดุเดือด เอ๊ด หลังวัง ฝึกหัดวิธีการใช้โซ่ซุ่มๆ มานานก่อนออกศึกพอเผชิญข้าศึกจริงๆ เขาจึงโชว์ลีลาได้เหี้ยมห้าวจน ชาติ เป๋ กรรเชียงคมแฝกคู่มือถอยไม่เป็นขบวน ใส่กันเข้าไป! กระหน่ำให้หนัก! ชีวิตช่างไร้ค่าหมดรสชาติเสียจริงๆ ?! เลือดกระเซ็นและปูดโปนกันทั้งสองฝ่าย

ผู้อาศัยการสัญจรไปมาหยุดดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ อย่างอกระทึกขวัญหาย หลายคนอยากรู้ว่า ณ ที่นั้นมันมีลูกหลานของตนหรือไม่

ชาติ เป๋ เจอโซ่เหล็กนาบหน้าจนเลือดกระฉูด บริวารรีบเข้าประคองหนีอลหม่าน ม่านการรบหากเป็นกองทัพ เอ๊ด หลังวัง หวดโซ่ไม่ต่างมังสินธูคะนองทวน ฝากไว้แก่กลุ่มอิระวดีทีเดียว ยิ่งเห็นทางเป็นต่อเขาฮึกเหิมโรมรันจนทุกทางแตกกระเจิง รางวัลแห่งชัยชนะของนักรบวันรุ่นต่างกว่าทหารผ่านศึกตรงที่ปราศจากเหรียญชัยสมนภูมิกับบำนาญเลี้ยงตัวเท่านั้น โดยเฉพาะหัวหน้าทีมนั้น ตกอยู่ในสายตาของรุ่นพี่อย่าง ตงสะพานพุทธ และ ตุ๊ตลาดสมเด็จ ตลอดเวลาจวบจนสนธยาลับหายปล่อยให้ทั้งสองฝ่ายสะบักสะบอมกลับถิ่นตามสถานะของตน

บัดนี้ เอ๊ด หลังวัง สู่ทำเนียบวัยรุ่นประลัยกัลป์อย่างองอาจ มีชื่อเสียงเกริกไกร ยิ่งดังเท่าใดการทดสอบเพื่อลบชื่อเขาออกจากทำเนียบไหลเวียนมาหาเขาบ่อยครั้ง จนต้องเป็นฝ่ายหนีมาเช่าบ้านอยู่ในซอยวัฒนา สำเหร่ รวมกับเพื่อนซี้รั้วเฟืองทองทั้งห้า

บ้านเช่าในซอยปลูกขึ้นแบบบังกาโลยกพื้นใต้ถุนสูง แบ่งเป็นสามห้อง. มีระเบียงด้านหน้าซึ่งตั้งโต๊ะยาวไว้ให้ทำประโยชน์เอนกประสงค์ บนโต๊ะยาวเอนกประสงค์หกวัยรุ่นกำลังโจ้ข้าวมื้อเย็นไฟฟ้าเกิดมีอันดับพรึ่บอย่างกะทันหัน ทั้งหมดนั่งเซ่อในเงามืดลางเลือนเพราะยังมีไฟจากบ้านใกล้เคียงกันไม่ดับ

“มันยังไงกันวะ ของเราดับบ้านอื่นไม่ดับ” วัยรุ่นอินทรีขาวเอ่ยน้ำเสียงงอแง

“กูว่าฟิวส์ขาด มึงดูบ้านเจ้าของที่พวกเราเช่าเขาอยู่ยังดับเลย เราใช้หม้อเดียวกัน” ขวัญ ศรีเมือง ชี้แจง

ยังไม่ทันจักการอะไร เสียงแจ๋วๆ ก็ดังขึ้นตรงหน้าบ้าน

“คุณคะ…คุณ…คุณแม่ให้มาขอแรงช่วยไปทำไฟให้หน่อย”

ทุกคนจังงัง เมื่อเห็นชัดตาว่า ผู้ที่มาเรียกพวกเรานั้นเป็นสาวรุ่นผิวผ่อง จัดเป็นคนสวยหรือดาวประจำโรงเรียนได้โดยไม่ต้องผ่านการคัดเลือก ราวนัดหมาย ทั้งหกลุกขึ้นพร้อมกันแต่วัยรุ่นวังบูรพากลับชะงัก หลีกทางให้พรรคพวกลงบันไดสำแดงบทเข้าพระเข้านางตามสบาย ความรู้สึกอย่างหนึ่งเตือนเขาว่า ปัจจุบันนี้เขาต่างฐานะกับเพื่อนๆ ทุกคน หมดหวัง หมดโอกาสที่จะเข้าแข่งในเชิงวิชาการเสียแล้ว

จากระเบียงที่ เอ๊ด หลังวัง นั่งฝั่งตรงข้ามเป็นสวนส้มโอ ของนายพลตำรวจท่านหนึ่งรอบๆสวนปลูกต้นมะพร้าวจนดูครื้มสำหรับเวลากลาวคืน เขาทอดตาเหม่อมองฝ่าความมืด อย่างใช้ความคิด เดือนรูปเคียวสาดแสงนวลเรื่อเรือง กลุ่มกาแล็กซี่ดาษตาเกลื่อนราตรีมันเป็นความผิดอย่างเอนกอนันต์หรืออย่างไรที่เด็กหนุ่มอย่างเขาเตลิดหลงออกจากรั่ว “ชมพู-ฟ้า”

เขาจะโทษใคร และกล้าตำหนิใคร ชีวิตที่กำพร้าพ่อมีแต่แม่ และพี่สาวผู้ขมักเขมันทำมาหากินตั้งแต่ตะวันรำไรแสง จวบจนใกล้เวลาพักผ่อนของคนอื่นๆ นั่นแหละแม่ถึงจะลุกจากโต๊ะเก็บเงินจากท่าเรือ

ทุกคนเหน็ดเหนื่อยเพื่อเขา ซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวที่แม่ฟูมฟักและจากเรือยนต์วิ่มข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาลำเดียวเช่นกัน ที่แม่สร้างมันขึ้นมาจนมีเรือวิ่งรับในท่าถึงสี่ลำ ระยะเวลาที่แม่ห่างเขา เรือนหลังใหญ่ริมน้ำจึงไม่ต่างกรงขังหยอดเติมความว้าเหว่เกาะติดใจเขาจนต้องออกคบเพื่อนแถวบ้าน แล้วพาลข้ามน้ำเข้ากรุงเทพฯ ซึมซับความสนุกสนาน และการผจญภัยในทางที่ผิด จนเขารู้สึกว่าความสุขที่แท้จริงไม่ใช่บ้าน นอกจากโรงหนัง, ร้านกาแฟ, โต๊ะบิลเลียด ตลอดจนแสงสีสิ่งบันเทิงต่างหากที่ใจเขาต้องการ

และเมื่อถึงวันนี้รั้วชมพู-ฟ้า ก็เป็นอดีตของ เอ๊ดหลังวัง โดยสิ้นเชิง….

สุริยัน ศักดิ์ไธสง
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : นักเลงโต
ขอขอบคุณรูปภาพสวยๆจาก : อันธพาล
แอพเกจิ แอพรวมเรื่องราวประสบการณ์จริง เกี่ยวกับ พุทธคุณ ไสยศาสตร์ วิชาอาคม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ