3763.เส้นทางมาเฟีย ตอนที่ 22 เนื้อนาบุญสหาย (สุริยัน ศักดิ์ไธสง)

เส้นทางมาเฟีย ตอนที่ 22 เนื้อนาบุญสหาย (เขียนโดยสุริยัน ศักดิ์ไธสง)

มหกรรมดนตรีร็อกภายในงานอุปสมบท แดงไบเล่ย์ กลางตะวันบ่ายอภินันท์โดย บังโบลิ่ง เจ้าถิ่นถนนเริงเมืองเพชรบุรีตัดใหม่ขณะนี้นักร้อง นักดนตรีเครื่องร้อนแล้ว เห็นได้จากมือกลองซึ่งโชว์ “โซโล่” ราวกับมี ๒๐ กร ประดาโก๋กี๋-ตี๋หมวยอันมิใช่แขกรับเชิญ แต่รักเสียงเพลงและรสบันเทิงไม่แผกเจ้าของงาน อีกทั้งพอรู้ชื่อกับเคยเห็นหน้าดาราดังไบเล่ย์หลายครั้งอยู่ต่างโดดเข้าฟลอร์จับคู่โชว์ร็อกร้อนๆ จมเขี้ยว ส่งผลให้ฟลอร์ดินอันก่อนเปิดงานนี้พวกผมได้ฉีดน้ำและใช้สองเกลอทุบจนคิดว่าดินแน่นแล้ว กระนั้นฟลอร์ดินที่ถูกเผามาครึ่งวันหมดสภาพชื้นก็บังเกิดฝุ่นคลุ้งจนได้ แต่ได้แก้ไขในช่วงเปลี่ยนวงโดยใช้สายยางฉีดน้ำเข้าไปทั่วฟลอร์ดิน บรรเทากิริยาเบื่อหน่ายจากกลุ่มแม่ครัวกับน้าโฉมมารดาของแดงได้เล็กน้อยเมื่อเทียบกับอาการเบื่อหน่ายบรรดาวัยคะนองที่แห่กันมาจนคนล้นงาน

ตกเข้าบ่ายจัด เหตุชุลมุนอุบัติเมื่อเชือกที่ใช้ขึงเต็นท์ทั้งสองทีาขนาบซ้ายขวาอยู่ข้างเวทีดนตรีถูกมือลึกลับตัดขาดอย่างเจตนา เพราะขวางทางตีนพวกเขา และเมื่อเชือกเต็นท์ขาดน้ำหนักผ้าใบก็หล่นโครมลงไปครอบหัวแขกผู้ใหญ่นับสิบทั้ง ๒ เต็นท์ เล่นเอาฝ่ายรักษาความสงบภายในงานผวาว่าดาวระเบิดกับเสือเอสโซ่บุกแล้ว พอเก็บเต็นท์เสร็จเหล่าวัยคะนองนักดิ้นยังช่วยเก็บเก้าอี้ไปวางพิงไว้ข้างบ้านอีก ผมเลยเซ่อเมื่อเห็นแขกวัยอาวุโสตั้งแต่อายุ ๔๐ ปีขึ้นไปจรดวัยชราชายหญิงยืนตีหน้าเหลอขณะไอ้หนุ่มอีหนูเตร่ไปทำยึกยักส่ายเอวอยู่ข้างๆ คล้ายไล่

ท่ามกลางความสนุกครึกครื้นที่พรรคพวกกำลังล่อกันสุดเหวี่ยงกลางฟลอร์ แหลมสิงห์, ตาลสุทธิสาร, หมึกพระเจนฯ และผมออกเดินตรวจสภาพงานโดยรอบด้วยความไม่ประมาทเพราะใกล้เวลายุติการแสดง เพื่อตระเตรียมทำขวัญนาคในตอน ๑๘.๐๕ น. ไม่พบสิ่งปกติ จวบเวลา ๑๖.๓๐ น. ขณะกำลังชมรุ่ง สันติฯ กี๋หน้าอ่อนคู่เขนย พันหลังวัง โชว์สเต็ปกับเพื่อนสาวอีก ๔ นางในชุดแดงเพลิงอยู่ เสียงระเบิดขวดได้ระเบิดขึ้น ๓ ตูมแข่งเสียงดนตรีที่แผดสนั่นหูแต่ด้วยความคุ้นหูกันสภาพเสียงระเบิด ผมหันขวับก้าวยาวๆ ไปยังด้านหน้าทางเข้างานแทนวิ่งมิให้ผู้อื่นพลอยตระหนก ด้านหน้างานอันมีถนนตัดผ่านเบื้องหน้าผม เมื่อไปถึงแหลมสิงห์ยืนอยู่กลางกลุ่มเพื่อนหล่นคำสบถหน้าแดงก่ำ นัยน์ตาเขียวปัด

“ไอ้สัตว์ กัดตอนเผลอ”

ผมกวาดตามองหาผู้ได้รับบาดเจ็บจากระเบิดไม่เห็นมี ก็รู้ว่าระเบิดขวด ๓ ลูกนี้ฝ่ายตรงข้ามหมายข่มขวัญด้านสงครามประสาท เพราะถ้าต้องการล้มงานแล้วเพื่อนคงไม่ยอมเปลืองระเบิดหรอก และเมื่อสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ก็ยิ่งรู้ว่าระเบิด ๓ ลูกนี้หาใช่ฝีมือ ปุ๊ระเบิดขวด เนื่องจากใช้มอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะ ที่สำคัญรูปโฉมนักบิดกับมือระเบิดพยายานบอกว่าเป็นกุมารจีน สังเกตได้จากใบหน้ากับผิวขาวซึ่งตรงกันข้ามกับผิวของปุ๊กับดำสิ้นเชิง จึงเลียบเคียงจากแหลมสิงห์

“นายมั่นใจว่าพวกไอ้ปุ๊กับไอ้ดำหรือ”

“คนอื่น ใครจะกล้า”

จริงของเพื่อน…ทอดตาแลนักบู๊เมืองหลวงวันนี้แล้วยอมรับว่าในรุ่นเดียวกันยังไม่เจอใครมากบารมีเท่าเขา ถ้าตัดปุ๊, ดำ, สุมาอี้ และเก๊าตี๋ออกไป ดังนั้นก่อนดนตรีจะโหมเพลงลา พวกเราจึงระดมกำลังส่งไปสกัดหัวตรอกกับท้ายตรอกไบเล่ย์ เตรียมรับการก่อกวนด้วนแผน ล่อเสือติดจั่น ส่วนตัวประสานงานระหว่างหัวตาอกตั้งแต่ร้าน “นายเหมือน” เลาะกำแพงคุกไปจรดท้ายตรอกโรงงานผลิตน้ำส้มไบเลย์ เราจัดตั้งทีมมอเตอร์ไซค์วิ่งสื่อข่าวถึงกันทุกระยะ

และแล้วเวลาที่เพื่อนศิลปินหลากหลายรวมใจกันมาสร้างความบันเทิงให้ก็กระหึ่มเพลงสรรเสริญพระบารมีบอกการอำลา บริเวณงานซึ่งเคลื่อนไหวคึกคักโดยตลอดยืนสงบนิ่ง สำหรับผมรู้สึกเบาใจขึ้นอีกโข “เรื่องสำคัญ” รองจากเรื่องเพื่อนเป็น “องค์พระ” ผ่านไปได้ราบรื่น พอเพลงที่ฝังใจลูกไทยทั้งเผ่าสิ้นเสียง

พลัน เสียงไซโยโห่ร้องดังสนั่นกึกก้องไปทั้งงาน นาคหนุ่มก้าวขึ้นไปบนเวทีกรอกเสียงเข้าไมค์อวยชัยให้แฟนเพลงเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพด้วยใบหน้ายิ้มละไม จึงได้รับเสียงปรบมือต้อนรับกึกก้องเช่นกัน รังสีสนธยาประดับฟ้าด้านทิศตะวันตกแล้ว พวกเราส่วนใหญ่ออกไปทำหน้าที่จราจรครั้งนี้อย่างนึกฉุนตำรวจ สน.สำราญราษฏร์ ที่ยังปล่อยให้ทหารในเครื่องแบบป้ออยู่กลางถนนทั้งที่เชื่อแน่ว่างานอุปสมบท แดงไบเล่ย์ นี้ แม้ไม่ได้แจ้งให้เจ้าของท้องที่ทราบ แต่บ้านงานกับสถานีตำรวจห่างกันประมาณ ๑,๐๐๐ เมตร หากไม่รู้ข่าวก็ไม่ใช่ตำรวจยุค ข้าขอรับผิดชอบแต่ผู้เดียว แน่

และด้วยอารมณ์ที่ถูกกระทบดังกล่าว ความริดหนึ่งแวบจี้ปัญญาในอันที่จะหาทางออกให้เพื่อนได้เป็น “องค์พระ” ได้แน่นอนยิ่งขึ้น

บัดดล…ปรากฏเสียงตะโกนบอกกันเอะอะดังมาจากท้ายตรอกหน้าโรงงานไบเล่ย์ไล่ๆ กับเสียงย่ำตีนของเหล่าวัยคะนองเด็กของแดง ๒-๓ นาย วิ่งผ่านผมไป ตาล, หมึก และแหลมสิงห์พุ่งตาม ในมือของแต่ละนามมีทั้งคมแฝกทั้งแป๊ปน้ำ

“จะไปไหนแหลม” ผมตะโกนถาม

“มีเรื่องแล้ว ที่ถนนใหญ่”

แหลมตะโกนตอบทั้งไม่หยุด ผมเลยสับวงล้อตีนตามเพื่อนแหวกกลุ่มแฟนเพลงที่กำลังทยอยกันเดินออกถนนใหญ่จี้ไปติดๆ จนออกถนนใหญ่ พบวัยรุ่น ๒ กลุ่มปักหลักสาวกำปั้นพร้อมสรรพอาวุธมวยไทยกันอยู่ ๕-๖ คู่ยังเกาะกลางถนนตรงข้ามประตูทางเข้าด้านข้าววัดสุทัศน์ ก็เข้าอ่อนยืนพิงกำแพงคุก ฉุนขาดที่สู้วางสายวางกำลังคนไว้พร้อมสรรพกลับเจอ “แหกตา” ให้ทะเล่อทะล่าวิ่งมาชมมวยเถื่อนจากกลุ่มวัยรุ่นโนเนมจนได้

ทันใด กลางสายตาวัยรุ่นชายหญิงนับร้อยที่เฝ้ายลมวยเถื่อนบนเกาะกลางถนน เสียงหนึ่งตะโกนลั่น

“ฉลามบกมา”

ไล่ๆ กับเสียงโวย เสียงไซเรนรถวิทยุดึงสายตาผมไปทางสี่แยกอุณากรรณ ก็พบฉลามบกของกองปราบฯ สามยอดเปิดไฟหลังคารถแดงวูบวาบระคนเสียงไซเรนกำลังทะยานลิ่วมาด้วยความเร็วสูง ส่วนบรรดาวัยคะนองซึ่งยืนลุ้นมวยเถื่อนอยู่ฝั่งเดียวกับผมร้องบอกนักชกเป็นการย้ำเสียงหลง

“ตำรวจมาโว้ย”

ทั้งเสียงตะโกนทั้งเสียงไซเรนดลให้นักมวยทุกคู่กระโจนหนีกรรมการกลับเข้าหากลุ่มคนทันควัน พวกที่กระโจนข้ามถนนหายผลุบเข้าประตูวัดสุทัศน์ก็มีหลายคน แหลมสิงห์, ตาล, หมึกและบริวารของแดง ไบเล่ย์ซึ่งคว้ามีด-ไม้ติดมือออกไปหมายลุยแบะเห็นกรรมการสีกากีจากสามยอดมาร่วมงานด้วยล้วนพากันถอยคืนรังเก็บอาวุธซุกซ่อนคืนที่เร่งด่วน

ผมยืนดูกองปราบฯ ตามล่าตัวนักมวยเถื่อน กับถือโอกาสค้นตัวเหล่าวัยรุ่นแต่ละบาง ครู่หนึ่งจึงถอยกลับเข้าบ้านงานอันแทบร้างผู้คนไปล้างหน้าล้างตาสักครู่ ได้มีเด็กมาตามว่าแดงเรียกให้ขึ้นไปบนเรือนพบเพื่อนพ้องนั่งอยู่กันพร้อมหน้าเบื้องหน้าแดง ซึ่งบัดนี้นุ่งจีบด้วยผ้ายกทอง ใส่เสื้อครุยปักทอง สไบเฉียงไปทางไหล่ซ้าย คาดเข็มขัดหัวเพชร นิ้วมือซ้ายมีแหวนทองคำสวมอยู่ ๒ วง ที่คอมีสร้อยคอทองคำห้อยอยู่ ๒ เส้นแลเหลืองอร่าม

“เดี๋ยวจะทำขวัญนาคแล้ว เปี๊ยกอ่าน จ.ม. นี่ดูสิ” แดงว่าพลางยื่นกระดาษสีฟ้าแผ่นที่ถืออยู่ในมือให้

ผมรับกระดาษสีฟ้าจากเขามาพิศลายมือเขียนหวัดแกมบรรจงความว่า

“แดง…เราขอเตือนเป็นครั้งสุดท้ายว่า นายไม่มีสิทธิเป็นองค์พระ จนกว่าจะ “พบ” กับเราหรือดำเป็นส่วนตัวที่ใดสักแห่ง ไม่เช่นนั้นอย่าหวังได้เข้าโบสถ์เลย นายมีเวลาคิดแค่คืนนี้เท่านั้นนะ แล้วพบกัน”

จ.ม. ไม่ระบุนาม ข้อความดังกล่าวพาเอาอึ้งไปอึดใจจึงถาม

“จ.ม. นี้ได้มายังไง”

“คนขับแท็กซี่เอามาให้ ถามหาชื่อเรา” แดงแจงสีหน้าขรึม แววกังวลแม้ถูกปกปิดก็ยังสาอประกาย

“นายว่ามันจะลงมือตอนไหน”

“คิดว่าตอนขบวนแห่ข้ามถนนไปเข้าประตูวัดจังหวะนี้มันมีจังหวะใช้รถปาระเบิดหรือก่อกวนอย่างอื่น”

“ถึงตอนนั้นนายจะทนนั่งพนมมืออยู่บนคอแหลมสิงห์ได้หรือ” ผมลุ้นดูใจเขา

นาคผู้ยังไม่เข้าพิธีอึ้งไปเช่นกัน ส่วนแหลม, ตาล, หมึกและผมก็ไม่ทราบว่าจะออกความเห็นอย่างไรดี ด้วยเป็นเสี้ยวสำคัญแก่งชีวิตคนไทยชาวพุทธ ต่อมา ไม่ทันมีใครสมองใสแก้เกมรุกคู่ศึก น้าโฉมได้มาตามให้เข้าพิธีทำขวัญนาคซึ่งทุกอย่างพร้อมแล้ว จึงพากันลุกไปนั่งย้งหน้าโต๊ะบายศรีตามพิธีพราหมณ์จากนั้นผู้เฒ่าเริ่มกล่าวคำเชิงแหล่ เห่เสภาเนื้อความบรรยายถึงชีวิตมนุษย์ตั้งแต่เริ่มเป็นตัวบิดามารดาทะนุบำรุงเลี้ยงดูมาด้วยความยากลำบาก ล่วงถึงวัยนี้ ด้วยปราถนาจะได้เห็นลูกชายเป็นคนดี มีธรรมวินัยคู่กายใจจึงขอให้เจ้านาคพึงรักษาความดีงามอันสูงมงคลนี้ไว้แก่ตนสืบไป

จบคำที่ร่ายยาวเหยียด พราหมณ์ตั้งต้นทำพิธีสมโภชให้น้ำสังข์จุนเจิมกับเรียนเทียน ช่วงนี้ดุริยางค์ขานรับคลอขณะญาติๆ และมิตรสหาย ภายในตัวเรือนกระทำเวียนเทียนไปโดยรอบ ส่วนผมขณะประจบเทียนขึ้นอธิษฐานและเวียนสืบต่อให้ ตาล, หมึก, กับแหลมสิงห์แล้วก็กระหวัดไปถึง “นิรยกถามหาวิบาก” ที่พระคุณเจ้าหลวงพ่อให้ศึกษา

ความตอนหนึ่งกล่าวถึงนรกที่ ๘ เรียกอเวจีนรก ตั้งอยู่ใต้มหาตาปะนรกลงไป ท่านว่าเป็นนรกขุมใหญ่กว่านรกทั้งปวง ดูน่ากลัว แลราวกับเมืองใหญ่มีกำแพงเหล็กเป็นเปลวไฟหนา ๙ โยชน์แวดล้อมอยู่โดยรอบ ๔ ทิศ เปลวไฟพุ่งออกไปได้ ๓ โยชน์ กว้างและลึกได้ ๑๐๐ โยชน์เท่ากัน มีเปลวไฟไหม้สัตว์นรกทั้งกลางวัน-กลางคืน ทั้งเสวยทุกข์ต่างๆ กันด้วยอิริยาบถอันยืนเท่าบาปไว้ ก็ยืนทนทุกข์อยู่ เดินทำบาปไว้ ก็มาเดินบนทุกข์อยู่ และที่นอนทำบาป ก็มานอนทนทุกข์อยู่

เมื่อถามว่า สัตว์ทั้งหลายทำบาปกรรมอะไรจึงได้ตกอเวจี แกว่า สัตว์ทั้งหลายทำกรรม ๒ ประการเป็นอนันตริยกรรมมีอยู่ ๕ อุบาทว์คือ ฆ่ามารดาของตัวให้ตายเองหรือให้ผู้อื่นฆ่า ๑ ฆ่าบิดาของตัวให้ตายเองหรือให้ผู้อื่นฆ่า ๑ ฆ่าพระอรหันต์ให้ตายเองหรือให้ผู้อื่นฆ่า ๑ โลหิตุบาท ทำเลือดในกายของพระพุทธเจ้าให้เกิดขึ้น ๑ และสังฆเภท ยุยงให้สงฆ์แตกจากกัน ๑ กรรม ๕ อย่างนี้เป็นกรรมใหญ่บุคคลใดก่อต้องเสวยอเวจี

เหล่านี้ เสือ เอสโซ่ กับดาวระเบิดขวดจะมีส่วนประพฤติเอากับ แดงไบเล่ย์ หรืออนาคแดงหรือไม่ เป็นคำถามที่ดึงใจให้ห่วงใยสวัสดิภาพเขา กระทั่งเสร็จพิธีทำขวัญนาคอันใช้เวลา ๑ ชั่วโมงเต็ม ราตรีมาเยือนแล้ว ขณะนี้สภาพภายในงานต่างกว่าเมื่อบ่ายไม่ติดฝุ่นเพราะนาคสั่งงดโหระทึก แต่ขนเหล้าที่เก็บจากบรรดาวัยรุ่นซึ่งงานเลิกแล้วไม่ยอมมารับคืนเป็นส่วนใหญ่ออกแจกจ่ายคอสุราและแม่ครัวทั่วงาน ส่วนใหญ่เป็นพลพรรคของพวกเราไม่ต่ำ ๓๐ นายดื่มกินเต็มเหนี่ยวแค่สองยามแล้วพักนอนเอาแรง ทั้งยังขอร้องเพื่อนพ้องทั่วหน้าว่า พรุ่งนี้ขอให้พร้อมชน หาใช่หามไปชน

โอกาสนี้เองครับที่ผมอาศัยจังหวะเร้นกายออกไปยืมมอเตอร์ไซค์พรรคพวกบิดออกจากงานแวบไปที่ศาลาเฉลิมกรุง เข่าโทรศัพท์จากร้านค้าบิดาเพื่อนละแวกนั้นแล้วพลิกสมุดโทร. หาหมายเลขโทร. สน. สำราญราษฏร์บอกกล่าวเรื่องราวภายในงานอุปสมบทแก่เจ้าหน้าที่กับเหตุอันอาจเกิดสงกรานต์เลือดระหว่าง ๒ แก๊งถ้าไม่ไปควบคุมสถานการณ์ เมื่อฟ้องเจ้าของท้องที่เสร็จ ผมฟ้องต่อไปที่กองปราบฯ โดยผสมผสานเอาเรื่องวัยรุ่นบู๊กันเมื่อตอนบ่ายบนเกาะกลานถนนข้างวัดสุทัศน์เอามาเป็นกลุ่มของแดงกับของปุ๊อย่างหน้าด้าน ทั้งยังเน้นว่าพรุ่งนี้เช้าตอน ๐๘.๓๐ น. ตามฤกษ์เคลื่อนขบวนแห่จะเกิดศึกผจญมาร จาก ๒ ดารา ปุ๊ระเบิดขวด กับ ดำเอสโซ่ ซึ่งมี จ.ม. มานัดหมายแล้ว

พอสะใจนักเลง ทำหน้าที่พลเมืองดีทางกองปราบฯ เรียบร้อย ผมฟ้องต่อไปยังหนังสือพิมพ์ #เสียงอ่างทอง (ไทยรัฐปัจจุบัน) ชนิดแทบเขียนเบื้องหลังข่าว ฟ้องเสร็จสิ้น ๓ งานก็บิดมอเตอร์ไซค์ไปนั่งซัดเหล้าที่ร้านหรดีถิ่นเก่าข้างโรงภาพยนตร์ควีนส์หมายล้างความละอายใจตัวที่ทำตนเป็น นักสู้สวะ เปลือยสัญชาติชายนุ่งซิ่น

ครับ เรื่องราวเหล่านี้ สำหรับผองเพื่อนชาวยุทธ์ถ้วนหน้าที่เหลือใจแผ่ธรรมและอธรรมจะกล่าวขานเช่นไร ขอรับผิดด้วยใจที่มั่นว่ายัง “คง” ความเป็น “ชาย” เสมอ อย่างไรขอเพียงวานให้มองถึงรูปธรรมที่จะเกิดว่า “เขา” แดงไบเล่ย์ พร้อมชนแค่ไหนในฐานะธาตุมนุษย์อันแน่นหนักในกตัญญูต่อมารดา ที่สุดน้ำเมาก็เค้นน้ำตาผมออกมาจนได้เป็นครั้งที่ ๒ หลังจากหลั่งให้หญิงชราผมขาว มารดาของ เชียรรถถัง ยังวัดชากลูกหญ้า เมืองระยอง ต่อมาผมยังคงนั่งซัดเหล้าเดียวดายอยู่พักใหญ่จนหมดกั๊กหน้าร้อนฉ่าก็จ่ายทรัพย์บิดมอเตอร์ไซค์กลับบ้านงานดังเดิม

ราตรีกาลที่นักบู๊ทุกนามนั่งซัดเหล้าฆ่าเวลารอเหตุล่วงไปจนครึ่งคืนทุกอย่างปกติ ไม่ปรากฏการตอแยจากคู่ศึก เหล่าปีศาจสุรารวมทั้งตนเองเริ่มหาที่เอน พวกที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยเท่านั้นที่ต้องผลัดเปลี่ยนกันเอนหลัง อย่างไรคืนนี้ผมหลับตาไม่สนิทนอนปิดตานิ่งเฉยคิดไปสารพันกับเรื่องที่ก่อไว้ จนได้ยินเสียงแม่ครัวคุยกันดังกว่าปกติจึงลืมตาพบฟ้าสว่างแล้ว ก็รีบจัดการสวมคอมแบตตีนแล้วลงไปช่วยพรรคพวกจัดเตรียมสิ่งของเข้าขบวนแห่ท่ามกลางสาวๆ สวยๆ ที่อาสาถือสรรพสิ่งของร่วมขบวนทยอยกันมาโชว์โฉมเอาสร่างมึน

พอจัดของเรียบร้อยก็ไปมอบหมายให้สาวๆ ถือสรรพสิ่งอันเหมาะสมโดยมีหมู่กลองยาว เทิ่งบอง เร้าไปทั้งเหง้าโสต ตกเข้า ๐๘.๓๐ น. ขบวนคนกับของพร้อม มโหรีพร้อม เจ้าภ่พอันได้แก่น้าโฉมประคองไตร เดินลงจากเรือน นาคแดงภายในชุดนาคเดินตามด้วยกิริยาสงบ สุขุม แตรวงซึ่งอยู่หัวขบวนสุดเริ่มมโหระทึกประชันเสียงกรองยาว แหลมสิงห์, ตาล, หมึกและผมตามหลังนาคไปติดๆ แสงแดดยามเช้าทอแสงเรือง นาคหนุ่มเดินไปหยุดยืนกลางลานบ้านพลางหันมาทางพวกเราเปิดยิ้มกว้าง

“ขอบใจเพื่อนทุกคน…อ้อ แหลมฝากปืนไว้ด้วยนะ”

แหลมจ้องหน้านาคเขม็งขณะรับปืนพกขนาด .๓๘ จากสหายรักกลางเสียงสรรเสริญของผู้ใหญ่ ส่วนแหลมเสียบปืนเข้าซอกเอวแล้วใช้เสื้อคลุมก่อนทรุดลงนั่งยองๆ พร้อมลองกำลังขารับน้ำหนักดาวดังกว่า ๕๐ กิโล นาครับดอกบัวธูปเทียนไปถือ พลางขยับขึ้นนั่งบนคอ พาดขาคร่อมไหล่คู่ชี้ซึ่งค่อยๆ ยกร่างนาคลอยขึ้น

หมึกป้องปากโห่สามรา หัวขบวนอันได้แก่ แตรวงบรรเลงกระหึ่มเมื่อฤกษ์เคลื่อนขบวนยาวเหยียดจากงานตามถนน ซึ่งขณะนี้ปรากฏเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรมายืนกักรถให้ขบวนแห่ผ่านอย่างเป็นระเบียบ เมื่อขบวนออกถึงถนสใหญ่ก็พบรถวิทยุฉลามบก ๓ คัน พร้อมเจ้าหน้าที่จอดรถซุ่มอยู่ทั้ง ๒ เลน ทั้งยังมีจราจรคอยบริการปิดกั้นรถให้อีก หันดูพวกเราซึ่งอยู่ในภาวะเตรียมพร้อมจนเกร็งเดินตามขบวนเงียบกริบปรากฏสีหน้าดีขึ้นบ้างแล้ว

จวบ แดงไบเล่ย์ สู่พัทธสีมาอารามหลวง และเข้าเป็นสาวกองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ณ บัดนั้น

สุริยัน ศักดิ์ไธสง
แอพเกจิ แอพรวมเรื่องราวประสบการณ์จริง เกี่ยวกับ พุทธคุณ ไสยศาสตร์ วิชาอาคม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ