3758. เส้นทางมาเฟีย ตอนที่ 17 วันล่มสลาย (สุริยัน ศักดิ์ไธสง)

เส้นทางมาเฟีย ตอนที่ 17 วันล่มสลาย (เขียนโดยสุริยัน ศักดิ์ไธสง)

ที่สุด วันแตกหักรัหว่างกลุ่มภายในกาสิโน อันมี แดง ไบ่เล่ย์, เก๊าตี๋, แหลมสิงห์, กับกลุ่ม ดำเอสโซ่, ปุ ระเบิดขวด ที่ผ่านมาไม่มีวี่แววเสือเอสโซ่กับดาวระเบิดขวดกลับมาเก็บรอยแค้นที่ฝากไว้คืน ถึงอย่างนั้น พฤติกรรม ๒ เพื่อนก็ส่งผลให้ท่านรองฯ คม กับผู้ใหญ่เต๊กขับรถเทียวไปเทียวมาระหว่างที่ทำงานกับที่พักพวกเราทุกวันจนกลายเป็นกิจประจำวันนับเดือน

และเมื่อขาดการติดต่อกันในกลุ่มพวกเรา สิ่งที่ผมจะหาข่าวผองเพื่อนแน่นอนได้ เห็นมีแต่พวกเด็กๆ กับผู้ใหญ่เต๊กนั่นแหละที่เผยผลการทำงานเพื่อนให้รู้ว่าทุกกิตการที่กลุ่มพวกเราเข้าไปบริหารไปได้สวย อี้หรือสุมาอี้พี่ชายเก๊าตี๋กำลังโกยดอลลาร์เข้า “สโนไวท์ อะโกโก้” อันหมายถึงกระเป๋ามังกรเมืองใต้แน่นขนัดทุกคืน

ด้านปุกับดำ ซึ่งคุมเกมอยู่เบื้องหลังหัวหน้าคิวหรือนายท่ารถสองแถวเล็กหน้าฐานบิน ก็กำลังรวบรวมหัวหน้าคิวรถสายต่างๆ มาไว้ในกำมือได้ราว ๗๐% แล้ว เหลือกลุ่มเสี่ยเหวียงชาวยุทธ์แดนใต้ภาคเดียวกับผู้ใหญ่เต๊กเท่านั้นที่เพื่อนยังล้มไม่ลง ซึ่งแผนต่อไปจะเป็นเช่นไรมังกรสงวนเชิงไม่ยอมเปิดไต๋ แค่เท่าที่ทราบจากปากบริวารของเก๊าตี๋กับแดงที่ไปสื่อข่าวและเที่ยวเตร่อยู่แถวหน้าสนามบินประจำรายงานตรงกันว่าต้องอุบัติสงครามชิงสัมปทานรถสองแถวแน่นอน นั่นแสดงว่า ดำกับปุเปิดศึกด้านเดียว

ระหว่างควันศึกกรุ่นเร่าๆ ราวปลายปี ๒๕๐๓ เวลาใกล้เพล ขณะกำลังวางแผนจัดงานภายในบ่อนแบะค็อกเทลเลานจ์ต้อนรับ #คริสต์มาส พร้อมหน้ากันอยู่ภายในห้องประชุมชั้น ๓ ท่านรองฯ คมกับผู้ใหญ่เต๊กปรากฏตัวด้วยสีหน้าไม่สบายนัก เราทุกคนจึงให้การต้อนรับ
“ผู้ใหญ่คงมีเรื่องไม่สบายใจใช่ไหมครับ” แดงถามขึ้นก่อน ขณะทุกคนกลับนั่งประจำที่

มังกรใต้เบนสายตาไปทางยานตำรวจนอกราชการดั่งขอความเห็นผู้ใดจะเป็นผู้บอก นายตำรวจสูงอายุกวาดตามองตั้งแต่ เริง พล แดง เก๊าตี๋ แหลมสิงห์ และผมจนทั่วจึงเฉลย

“หน่วยปฏิบัติการพิเศษกับกองปราบฯ จะกวาดล้างธุรกิจเถื่อน มือปืน เจ้าพ่อครั้งใหญ่ตั้งแต่วันที่ ๒๐ ธ.ค. ภายใน ๒ จังหวัดเขตติดต่อชลบุรี-ระยอง ดังนั้นเฉพาะบ่อนคงต้องปิดชั่วคราว ไปเปิดเอา ๒๐ มกราฯ ปีใหม่แล้ว”

ที่ประชุมชั่วคราวเงียบกริบกับข่าวร้าย อึดใจพลเอ่ยเสียงเพลีย

“ทำไมถึงนานอย่างนั้นครับ”

“มีคดีอุกฉกรรจ์เกิดขึ้นภายใน ๒ จังหวัดนี้เพิ่มขึ้นถึง ๒๐% ตั้งแต่มือปืนยิงหัวหน้าศาลเมืองชล. ปล้น-ฆ่า ข่มขืนบนเขาสามมุก. บุกยิงพ่อค้าหมูใน ร.พ. สัตหีบ. บุกยิงผุ้ใหญ่เต๊กที่หน้าคิวรถ. บุกยิงกันในโรงพยาบาลจังหวัดระยอง. คนคุมคิวรถหายตัวไป ๒ คน. รถหายไปคันหนึ่ง และเมื่ออาทิตย์ก่อนเจ้าหน้าที่พบศพนักเลงคุมคิวรถ ๒ คนนั่นที่แสมสารถูกยิงพรุนลอยอยู่ในทะเลกระทั่งเมื่อ ๒-๓ วันมานี้เองที่มือปืนได้บุกยิงหมอปราณีตแพทย์ดีเด่นประจำจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นญาติสนิทกับท่านแม่ทัพภาคที่ ๑ ตายคาคลินิกกลางตลาดสามย่าน มิหนำซ้ำ เสือทีทุยโท กับเสืออบ(ตี๋) ขยันกิจ ยังแหกวงล้อมตำรวจปราจีนฯ ยกโขยงกันมาที่นี่อีก กรมตำรวจจึงสั่งใช้เวลา ๓๐ วัน รับนโยบายกวาดล้างส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับปีใหม่ของหัวหน้าคณะปฏิวัติตั้งแต่วันที่ ๒๐ ธ.ค. ตามที่ผมบอกแต่ต้นนั่นแหละ”

ห้องประชุมระดับหัวหน้าพนักงานของบ่อนและบาร์บัดนี้เงียบกริบ พล ตรอกทวาย ยกมือขึ้นเกาหัว แดงส่ายหน้าไปมา เริงจุดบุหรี่สูบ แหลมสิงห์นั่งเท้าคางจ้องตามองตีนตัวเอง เก๊าตี๋คิ้วย่น ส่วนผมก็ดีแต่สังเกตอิริยาบถผู้อื่น ทว่า กับความคิดแบ้วผมกำลังคิดถึงภัยจากมือกฏหมายอันจะมีผลในวันที่ ๒๐ ธ.ค. ที่จะถึง ต่อมาท่านรองฯ คมหายใจแรง ดังจนทุกคนเบนสายตามอง

“พวกคุณอยู่ในบัญชีกวาดล้างทุกคนเลย…ดูรูปนี่ผมเอามาจากพรรคพวกเขาซึ่งคงไปแอบถ่ายพวกคุณตามสถานที่ต่างๆ ไว้” จบคำท่านรองฯ คมส่งอัลบั้มทั้งชุดให้ แดงซึ่งนั่งอยู่ใกล้กว่าผู้อื่นรับไว้พลางขอตัวลุกมานั่งรวมกลุ่มกันแล้วพลิกชมภาพถ่ายฟิล์มสีทีละภาพอย่สงตั้งใจ และเมื่อจับตาชมภาพของ ๘ ดาราในหลายท่วงท่ากับสถานที่ต่างๆ จนครบจึงเงยหน้าขึ้นเกือบพร้อมกัน

“กิจการกำลังไปได้ดีทีเดียง” ผู้อาวุโสเมืองใต้บ่นพึมผมถามบ้าง “เรื่องนี้ ดำกับปุและอี้รู้เรื่องหรือยังครับ”

“คงต้องบอกทุกคนอยู่แล้ว”

“ต่อไปพวกผมก็ต้องพักร้อนยาวใช่ไหมครับ” เก๊าตี๋ออกปากผู้ใหญ่เต๊กหน้าซึมลงอีก และไม่อาจกล่าวคำใดแจงให้กุมารจีนม้าเก็งเอ๋าหรือทุกคนกระจ่างว่าจะเอาอย่างไรกันต่อไป

“ผมเห็นใจ และขอแสดงความเสียใจด้วยที่เกิดเรื่องเช้นนี้ โดยเฉพาะผู้ใหญ่เต๊กซึ่งลงทุนไปในกิจการหลานแสน ส่วนพวกน้องๆ ผมได้ปรึกษากับผู้ใหญ่แล้วว่าจะแบ่งส่วนกำไรกับค่าน้ำใจให้คนละ ๒๐,๐๐๐ บาท จำนวน ๘ คน รวม ๑๖๐,๐๐๐ บาท คิดว่าทุกคนคงพอใจ”

ท่านรองฯ เสนอเองผมฉวัดตาไปทางมังกรเมืองใต้กล่าวกับแกตรงๆ “ผู้ใหญ่ลงทุนไปหลายแสนยังไม่ทันคืนทุนเลยนะครับ”

แกยิ้มฝืนๆ “ขาดไม่เท่าไหร่หรอก ต่อไปถ้าบ่อนเปิดได้ก็คงคืนทุน”

“ส่วนพวกผมคงกลับมาอยู่ที่นี่ไม่ได้” แดงว่าบ้าง

“ไม่แน่ พอทางบ้านเมืองเขาผ่อนคลาย ผมขอให้ทุกคนกลับมาร่วมมือกันใหม่”

“แล้วจะเริ่มหยุดตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”

“วันนี้เลย พรุ่งนี้จะได้เคลียร์เงินกับพวกเด็กๆ ด้วย”

“ก็ได้ครับ” แดงรับคำ

ที่สุด วันเลี้ยงส่งและอำลาของพวกเราได้ถูกกำหนดขึ้นตอนบ่ายวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๐๓ (จำแม่นมาก) ที่วังมังกรย่านกิโลสิบ ยามแดดร่นลมตก ดังนั้นตอนสายวันนี้อันเป็นวันนัดหมาย ผมกับนักสู้ (ปลากัดหม้อ) จำนวน ๓๐ ตัวถูกนำไปปล่อยในท้องร่องสวนร่มครื้มเงียบสงบหลังบ้านพักเพื่อแยกทางกันด้วยใจที่เป็นสุขยิ่ง

ทุกคราที่มันหลุดร่างจากปากขวดพบเสรีภาพกลาง “น้ำใหม่” ใสเย็น มันหาได้แหวกว่ายระเริงชลทีเดียวไม่ กลับว่ายวนเวียนคล้ายไม่แน่ใจความกว้างไพศาลของที่อยู่อาศัย สักครู่มันจึงขยายพื้นที่ความกว้างไกล และลึกยิ่งขึ้นจนหายไปในที่สุดและพอกลับเข้าที่พักก็พบ เริง สวนมะลิ กับ พล ตรอกทวาย พร้อมเมียสาวอ้อยกับเงาะหิ้วกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ผ่านประตูเข้ามายังกะเขมรอพยพจึงเข้าไปช่วยรับภาระ ๒ สาวให้เบาลง

“เหมือนลาวอพยพไหมเพื่อน”

เริงมีอารมณ์ขันระหว่างหอบกระเป๋าขึ้นบันไดบ้านกลางสายตาเด็กๆ ในคอนโทรลชาย-หญิงมองกันเป็นตาเดียว ผมเองอยากจะขันด้วยแต่ขันไม่ออกที่เผอิญไปมองสีหน้า ๒ สาวเมียเพื่อนหม่นหมางยามถึงเวลาร่อนและเมื่อขึ้นไปชั้นบนของตัวบ้าน แดงกับแหลมสิงห์คงแว่วเสียงดาราสวนมะลิสำแดงอารมณ์ขันจึงโผล่จากห้องร่วมสนทนาถึงเส้นทางใหม่ที่ทุกคนมุ่งไป ก็ได้รับคำตอบตามทิศทางที่ไม่ตรงกันสักแห่ง เช่น เริงกับอ้อยจะขึ้นเหนือ เป้าหมายหลักคือเชียงใหม่ พลกับเงาะไปอุดรธานี

แดงหมายล่องใต้ไปอาศัยกำนันวอนรอวันกลับไปบวชตามสัญญาที่ให้ไว้กับมารดา แหลมสิงห์เข้ากรุงเพื่อสมัครเข้าเป็นผู้คุมสังกัดกรมราชทัณฑ์ตามรอยบิดา ส่วนผมมีสัญญากับหลวงพ่อว่าจะกลับไปเกณฑ์ทหารก็คิดไปหลบอยู่ยังถิ่นอันเป็นรกรากเดิมที่บ้านสวน อำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรี คอยให้ถึงวันเกณฑ์ทหาร

ด้านสุมาอี้, เก๊าตี๋, ดำ และปุ ไม่ทราบจุดหมาย จะอย่างไร เย็นวันนี้ ทุกคนต้องไปร่วมงานเลี้ยงอำลาที่ผู้ใหญ่เต๊กลงทุนจัดขึ้น ซึ่งเหลืออีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ แต่ระหว่างการพูดคุย ทุกนามงดกล่าวถึงเพื่อนที่กลับเป็นศัตรูเพราะแข็งเข้าหากัน จวบจน ๒ พี่น้องม้าเก็งเอ๋า อี้กับเก๊าตี๋มาสนทบเอาใกล้เที่ยงจึงชวนกันข้ามถนนไปยังฝั่งที่ทำงานเพื่อล่ำลาพนักงานฝ่ายค็อกเทลเลานจ์และบ่อนที่จำต้องปิดพร้อมเนรเทศตัวเองด้วย ต่อมาก็กินอาหารมื้อเที่ยงร่วมกับพนักงานชาย-หญิงทุกคน ท่ามกลางบรรยากาศเกือบเงียบ

ครับ… ๕-๖ เดือนที่ร่วมกันมา แม้เวลาอันสั้นแต่พวกพ้องที่ยังอยู่ก็สำแดงความอาวรณ์ทางสีหน้า ดวงตา และวาจา แก่พวกเราจริงใจแน่แท้

ตกบ่าย พนักงานพร้อมใจกันขนเบียร์สิงห์มาเลี้ยงส่งถึง ๓ ลัง เลยปักหลักดื่มฆ่าเวลาพร้อมเฮฮา สนุกกับทุกคนเป็นที่สำราญยิ่ง จวบจนเรา ๖ คนหน้าแดงก่ำ คุยสนุก บรรดาพรรคพวกที่ยืนรายล้อมก็คอยเติมมิให้แก้วร้างเมรัยอย่างสม่ำเสมอจึงชัดได้เรื่อยๆ แม้หน้าชักเริ่มตึงและชา จู่ๆ เจ้เพ็ญพรวดมายืนด้านหลังผม บอกเสียงใสกังวาน

“มีโทรศัพท์ถึงพวกน้อง และบอกด้วยว่าด่วนมาก”

“โทร. ถึงใครพี่” ผมหันไปถามเพราะเจ้ไม่ระบุนาม

“เขาบอกใครก็ได้ในกลุ่มน้อง”

ผมกับเก๊าตี๋ลุกจากเก้าอี้ราวนัดกันกุมารจีนยิ้มหน้าแดงพลางบอก

“เปี๊ยกไปกันเราด้วยกัน…ไอ้ห่าชักเมาแล้วว่ะ”

“ไป…” ผมว่า

เรา ๒ คนเดินเหมือนเป็ดขาเพลียไปยังห้องโถงที่ตั้งเครื่องโทร. โดยมีเสียงบ่นอู้อี้ของเพื่อนซึ่งฟังชัดบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง จนถึงที่หมาย

“ให้เรารับนะเพื่อน” เพื่อนบอก

ผมพยักหน้าเปิดทาง เก๊าตี๋ยกกระบอกหูโทร. ขึ้นกรอกคำ

“ผมเก๊าตี๋ครับ”

ต่อมา กุมารจีนม้าเก็งเอ๋าเอาแต่รับฟัง นัยน์ตาโตแดงจ้าเบิกกว้าง อีดใจเก๊าตี๋เปิดปากกว้าง

“เดี๋ยวนายบอกเปี๊ยกอีกคนนะ ตอนนี้เราเมาหูชักอื้อ”

จบคำ เขาส่งกระบอกหูโทร. ให้ผมรับไว้ จึงบอกยี่ห้อตน

“เราเปี๊ยกนะ”

“เราดำ โทร. มาจากมสัตหีบ ขอให้ทุกคนรีบออกจากที่นั่นโดยด่วน ตำรวจบุกก่อนกำหนดว่ะ ขณะนี้กำลังล้อมบ้านผู้ใหญ่เต๊กและตำรวจค้นทั่วบริเวณบ้านกับแขกที่มาร่วมงานอยู่ อย่าช้านะเพื่อนแค่นี้ล่ะ…หวัดดี”

ต้นสายยุติการติดต่อ ผมวางกระบอกหูโทร. ลงบนแท่นรองและแทบหายมึน เลือดลมโคจรพลุ่งพล่าน ความคิดขณะนั้นมีทั้งเชื่อและไม่เชื่อคำบอกนั้น

“แปลกว่ะ มันโทร. มาบอกพวกเราทำไมกัน” เก๊าตี๋พึมพำ

“นายคิดว่า “ขู่” ใช่ไหม” ผมพยายามอ่านความคิด

“อาจเป็นเรื่องจริง”

“หยั้งงั้นรีบไปบอกพวกเราเหอะ”

“ไป”

และแล้วเรา ๘ คน อันมี แดง เก๊าตี๋ แหลมสิงห์ เริง พล อ้อย เงาะ พร้อมทั้งผมได้พากันมาปรึกษาความยังห้องโถงเพื่อเสี่ยงโทร. เข้ารังมังกรเมืองใตที่ ดำ เอสโซ่ บอกตำรวจกำลังบุกค้น บังเอิญมีโทร. เข้ามา แดงจึงรับสัญญาเสียเอง

“ผมแดงครับ”

หลังเพื่อนระบุนามแล้ว สภาพการสนทนาทางสายของเพื่อนช่างคล้ายผมกับเก๊าตี๋คือ ไม่มีช่วงพูดอีกทั้งไม่รู้จะถามอะไร เพราะแค่รู้ข่าวก็ไม่ไปหน้ามาหลังแล้วพักเดียว แดงวางกระบอกหูโทร. ลงคืนแท่นกล่าวเสียงดัง

“ตำรวจค้นบ้านผู้ใหญ่เต๊กใกล้เสร็จแล้ว แกบอกให้เราเอารถของแกทั้ง ๒ คันใช้หนี ทิ้งรถไว้ที่ไหนค่อยโทร. มาบอกแกภายหลัง รีบไปกัน”

สนธยาแล้ว…น้ำเมาที่ซัดเข้าไปหมดฤทธิ์ดังปลิดทิ้ง ต่างกุลีกุจอหนีอาญากฏหมายไปที่เก๋งและปิกอัพขับกลับไปขนสัมภาระที่บ้านพักเสร็จก็ตีรถเข้ากรุงเทพฯเพื่อแยกย้ายไปตามทิศทางจรที่ตนลิขิต

เฉพาะผมแวะที่กรุงเทพฯ ตอนมาถึงประมาณ ๓ ทุ่มเศษได้เสี่ยงไปยังวัดที่จำพรรษาของหลวงพ่อเข้ากราบเท้าท่านถวายปัจจัย พร้อมคำยืนยันว่าจะกลับไปเกณฑ์ทหารในวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๐๓ แน่นอนจึงกราบลาพระคุณเจ้าและธรณีสงฆ์สู่ทะเลกว้างแห่งกิเลสชนแต่บัดนั้น

สำหรับวันสืบไป วัยแห่งเรา คงมิใช่วัยรุ่น วัยลำพองคะนองเดชดั่งที่จั่วไว้ว่า “ไม้อ่อน” ในบทแรกแล้ว ดังนั้นบนเส้นทางนี้ในวันหน้า บรรดาชาวยุทธ์ที่บังเอิญนรกสั่งให้ผมได้กระทบไหล่ เช่น กลุ่ม “กุมารจีน” ก็จำต้องขึ้นขั้นให้เหมาะสมกับฤทธิ์เดชว่า “มังกร” ด้วย “กรรม” ที่ก่อขึ้นเติมเกล็ดมังกรตามศักดิ์ศรี ครับ บ๊าย-บาย วันลำพอง…..

สุริยัน ศักดิ์ไธสง
แอพเกจิ แอพรวมเรื่องราวประสบการณ์จริง เกี่ยวกับ พุทธคุณ ไสยศาสตร์ วิชาอาคม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ