3753. เส้นทางมาเฟีย ตอนที่ 12 กาสิโน-โลกีย์ (สุริยัน ศักดิ์ไธสง)

เส้นทางมาเฟีย ตอนที่ 11 กาสิโน-โลกีย์ (เขียนโดย สุริยัน ศักดิ์ไธสง)

วันเสาร์อันเป็นวันที่เราทั้ง ๕ นามนัดหมายกับผู้ใหญ่เต๊กเข้าพบท่ารองฯ คม นายตำรวจนอกราชการ รับกิจผิดกฏหมายมาทำหาเงินยังชีพถึงกำหนดแล้ว ทุกคนจึงตื่นเช้าเป็นกรณีพิเศษ (๐๘.๓๐) เพื่อทำความเข้าใจกันในบางเรื่องก่อนเจรจาความกับผู้อาวุโส พร้อมกินอาหารว่างกาแฟกับปาท่องโก๋รองท้องไปด้วย

พักใหญ่ ผลจากการพาทีกัน ต่างเห็นพ้องให้เก๊าตี๋กับแดงทำหน้าเจรจาความในงานนี้ ส่วนพล ตรอกทวาร, เริง สวนมะลิกับผม ถึงมีสิทธิร่วมในการเจรจาก็คงแอะอันใดไม่ได้เด็ดขาด เพราะหน้าที่ที่เรา ๓ คนต้องทำคือ ประมวลเรื่องราวระหว่างเจรจาความไว้ให้แม่น จะได้นำมาตีความถึงคุณกับโทษ กันมิให้พลาดไปอยู่ในอุ้งเล็บเหล่ามังกร หรือแม้แต่เสีย “ค่าโง่” ในเกมที่ต้องปะ

สายแล้วเสร็จกิจเรื่องงาน ต่างแยกย้ายกันทำความสะอาดโฉมและผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ ผมเองเช้านี้ตื่นก่อนใคร จึงถือโอกาสทำกิจดังกล่าวเรียบร้อยไปแล้ว เลยจ่อมกันอยู่บนเก้าอี้ อัดบุหรี่ทบทวนมติที่พล เริง และผม ยอมให้ ๒ ดาว ดังต่างบางทำหน้าฑูต (โจร) ด้วยความเต็มใจเพราะอะไร ทั้งที่ทราบแก่ใจว่าการยอมรับเช่นนั้นมันยาวไปถึงการยอมรับให้ดาวดังไบเล่ย์กับกุมารจีนม้าเก็งเอ๋าเป็นหัวหน้าทีมโดยปริยาย

ครับ-มันเป็นสิ่งหนึ่งที่เรดาร์ในความรู้สึก หรือจะเรียกสัญชาตญาณนักเลงมองเห็นกันเองว่า ใคร ผู้ใด ควรเหมาะกับ “งาน” ประเภทไหนนั่นเอง แต่ที่เห็นโดยรูปธรรม ขอชมว่าทั้งคู่พลิกลิ้น ความคิด ความรู้สึกเร็ว สามารถปรับเปลี่ยนบุคคลิกภาพตนเข้าถึงบทราวนักแสดงอาชีพได้ทุกบทไม่เลือกนักบุญหรือซาตาน

ที่กล่าวมา จะเข้าข่ายจิตวิทยาประเภท “ไซโคพาร์ติกเพอร์ซันนอลลิตี้” หรือมาก “ไซโคแพต” หรือเปล่าไม่ทราบ หากด้านจิตวิทยาแล้วท่านนับเป็นบุคคลิกภาพของอันธพาล มีความก้าวร้าวทางจิตใจรุนแรง สามารถแสดงพฤติกรรมภายนอกพรางสายตาผู้อื่นในสังคมหรือคนใกล้ชิดให้เห็นเป็นปกติ ซ้ำยังสุภาพนอบน้อม มีวาทศิลป์ พูดโน้มน้าวใจผู้อื่นให้เกิดศรัทธา มีเมตตา และศิลธรรม เคารพกติกาสังคมส่วนรวม

ทว่า ยามใดที่เขาถูกขัดใจขัดขวางธาตุแท้ที่ปกปิดด้วยพฤติกรรมภายนอก จะเผยให้ประจักษ์พฤติกรรมตรงกันข้าม อันสามารถให้บุคคลนั้นเฉือนเนื้อมนุษย์เป็นชิ้นๆ อย่างไม่อาทรหลักประหารหรือบาปเวร นี่กระมังที่ผมเชื่อถือ

๑๐ น. เศษ ตะวันสาดแสงจ้า โตโยต้าเก๋งที่ไม่คุ้นตาพวกเราจอดพรวดตรงหน้าประตูบ้าน เรา ๕ คนซึ่งสถิตอยู่ภายในห้องอเนกประสงค์มองจากทางหน้าต่างไปยังเก๋งคันนั้นแน่วนิ่ง พอประตูด้านโซเฟอร์เปิด กลับเป็นคนหนุ่มหน้าเสี้ยม ผมหยิกหยักศก ผิวสีน้ำตาลเข้ม วัยรุ่นพี่ ลงจากรถเดินไปที่ประตู

“ผู้ใหญ่เต๊กคงส่งคนมารับแทน” เริงคาดการณ์พร้อมกับลุกเดินไปต้อนรับ

ไม่นานนัก หนุ่นหน้าเสี้ยมก็ถูกดาวดังสวนมะลิเชื้อเชิญเข้ามาพบพวกเราด้วยอัธยาศัยอันดี และเมื่อนั่งเรียบร้อย เริงปูทางนำเรื่องสั้นๆ

“ผู้ใหญ่แกส่งคุณแอ๊ดมารับพวกเรา”

“แล้วตัวผู้ใหญ่ล่ะ” เก๊าตี๋ซัก

แอ๊ด ชื่อตามที่เขาแนะนำตัวบอกด้วยสำเนียงใต้พอได้ยิน “ผู้ใหญ่กำลังคอยพวกคุณอยู่พร้อมกับรองฯ คม ที่ห้องอาหารหาดทรายทอง แกให้ผมมารับแทนครับ”

๔ ชีวิตนั่งงันที่พบปัญหาดังที่เริงคาดหมาย พลซึ่งเป็นฝ่ายพูดน้อย ผางทันที

“แปลกว่ะ แทนที่จะมารับเราไปคุย แกกลับคุยเสียเอง แล้วให้คนมารับเรา”

วาจาเพื่อนบอกให้รู้ถึงความไม่พอใจชัดแจ้งนั่นเพราะทุกคนมีศักดิ์ศรี การนัดหมายตกลงเรื่องสำคัญอีกทั้งอาสาจะมารับ และนำไปพบบุคคลที่ ๓ ที่จะร่วมงานนั้น ถือเป็นการให้เกียรติกันระดับต้น จู่ๆ ผู้ใหญ่เต๊กกลับพลิกลิ้นราวหัวหน้าพรรคการเมืองบางพรรค ทุกคนจึงเลือดเดือด โดยเฉพาะพล ตรอกทวาย นักชนผู้นิยมสงวนลมปากถึงกับเบรกแตกหล่นคำนั่นต่อหน้าสาวกมังกรอย่างไม่เกรงใจ กระนั้น แดงยังบรรเทาเหตุได้นุ่มนวล

“คุณแอ๊ดช่วยไปเรียนผู้ใหญ่เต๊กด้วยนะว่า เมื่อแกเป็นตัวแทนเจรจาเรื่องแทนพวกผมได้ก็ดีแล้ว พวกเราจะได้ไม่ต้อง เสียเวลาไป บอกแค่นี้นะครับ ขอบคุณครับ”

ทั้งสรุปทั้งไล่เชิงส่งเขาอยู่ในวาจาเช่นนั้น แอ๊ดถึงกับคิ้วย่น ส่ายตามองหน้าเรา ๕ คน คล้ายไม่แน่ใจบางสิ่ง

“พวกคุณไม่ไปใช่ไหมครับ” แอ๊ดย้ำ

“ครับ” เก๊าตี๋รับคำแทน

แอ๊ด หนุ่มรุ่นพี่จำใจลาจาก พอแขกคล้อยหลังกุมารจีนพึมพำบอกอารมณ์ร้อนฉ่า

“แกทำหยั่งกะพวกเราเป็นไอ้เป๋อไอ้ป่อง”

“ไม่ทันมืด แกต้องบึ่งมาหาพวกเรา ” ผมทำนายเรื่องราวต่อพรรคพวกอย่างเชื่อมัน

“มาหาเพื่อพาไปพบรองฯ คม ด้วยตัวเองนั่นหรือ”

“แบเบอร์”

“มีเหตุผลไหม เปี๊ยก” พล ตรอกทวายให้ความสนใจ

ผมเหลือบมองเพื่อนทั่วหน้า พบทุกดวงตาสื่อความหมายต้องการคำแจกแจงจึงแถลงทำนอง เราทั้ง ๕ นั้นใช่ไร้ชื่ออย่างน้อยสื่อมวลชนก็ได้กระพือบทบาทเป็นการปูฐานให้แล้วกับ “ดีกรี” ของแต่ละคน ดังนั้น ไม่แปลกเลยที่ “นายทุน” จะมาหาตามที่ผมคาด อันเป็นการตามรอยเล่าปี่ที่พบ “ค่า” ของคนเกินคุ้มจากขงเบ้ง หลังคำแจงหมดเปลือก กุมารจีน ม้าเก็งเอ๋ากังขา

“ถ้าผู้ใหญ่เต๊กไม่มาหาพวกเราล่ะ”

“แสดงว่าแกพบ มือ ที่เหนือกว่าพวกเรา”

ผมปิดสำนวนแค่นั้น พลางลุกไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สวมใส่เป็น “แม่สายบัว” ยังห้องของตน ซึ่งส่งผลให้ทั่วหน้า สลายตัวเช่นกัน เวลาล่วงไป อาหารเช้าฝีมือ ๒ แม่ครัวสาวเงาะกับอ้อย ยกขึ้นโต๊ะอาหารเอาเมื่อตะวันตรงหัวเผง พอเข้าร่วมโต๊ะ ครบทีม ๗ ชีวิตชายหญิง สัญญาณแตรรถกังวานจากประตูบ้านดังชัดเจน ๔ สหายจ้องตามาที่ผมเป็นตาเดียว ผมบอกให้อ้อยออกไปดู ครู่เดียวเธอหน้าตื่นเข้ามาบอก

” ผู้ใหญ่เต๊กกับใครอ้อยไม่รู้จัก เขาขับรถเก๋ง ๒ คันค่ะ ”

เอาล่ะหวา..เรา ๕ นามราวนัดกันลุกจากเก้าอี้ ออกไปต้อนรับผู้อาวุโสถึงหน้าบ้าน พร้อมเปิดประตูใหญ่ให้ ๒ ผู้มาเยือน เคลื่อนรถเข้าไปในบ้านทั้ง ๒ คัน โดยไม่มีผู้ใดติดตามไม่นานนัก ๒ ผู้อาวุโสซึ่งผมเข้าใจว่าอีกท่านหนึ่งคือรองฯ คม นายตำรวจนอกราชการและพวกเราก็พร้อมสนทนากันถายในห้องอเนกประสงค์

“พวกเราขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่ให้เกรียติมาเยี่ยมครับ” แดงกล่าวขึ้นก่อน

ผู้ใหญ่เต๊กยิ้มกว้าง หันไปทางชายไทยร่างสันทัด วัย ๕๐ ปีเศษ ผิวพรรณดีขับเก๋งวอลโวรุ่นเก่า

“ผมขอแนะนำน้องๆ ให้รู้จักท่านรองฯ คม ครับ”

“สวัสดีครับท่าน” แดงทำหน้าที่นอบน้อม “ผมชื่อแดง และนั่นเก๊าตี๋ ฯลฯ ครับ”

เจ้าของร่างสันทัดยิ้มกริ่มกับพวกเรา และชวนคุยถึงธุรกิจย่านอู่ตะเภาฟูเฟื่อง แล้ววกเข้าหาเรื่องของท่านอย่างมีจังหวะ

“พูดถึงธุรกิจที่เฟืองฟูขณะนี้ ส่วนมากแล้วเฟื่องฟูได้เพราะมี “เกม” กับ “ผู้หญิง” เป็นเครื่องล่อใจฝรั่งกับพ่อค้านักธุรกิจไทยให้มาใช้เงิน ผมก็เลยมาคิดถึงอพาร์ตเมนต์ซึ่งทางโรงเรียนเอกชนเช่าทำ แต่กิจการทรุดและเลิกทำไปแล้ว อาคารทั้งหลังจึงว่างลง พอดีผู้ใหญ่เต๊กมาขอเช่าทำอพาร์ตเมนต์ให้ฝรั่งเช่า แล้วจะแบ่งเป็นค็อกเท็ลเลานจ์ก็เกิดบันดาลใจอยากให้มีบริการผู้หญิงกับกาสิโนเล็กเฉพาะแขกภายใน โดยจะเป็นหุ้นส่วนด้วย และจะช่วยจัดการด้านกฏหมายให้กิจการตั้งอยู่ได้ ซึ่งไม่ถึงสัปดาห์ผู้ใหญ่ได้มาเสนอว่า มีตัวคนที่จะทำกิจการนั่นแล้ว คือพวกคุณ จึงเห็นดีด้วย และขอให้พามาพูดคุยกันในรายละเอียด ทีนี้พวกคุณจะว่าอย่างไรล่ะ”

“พวกเราพร้อมทำงานอยู่แล้วครับ” เก๊าตี๋ตอบแทน

มังกรเมืองใต้เสริม ” เก๊าตี๋จะพอบอกได้ไหมว่าระยะแรกเราต้องทำอะไรบ้าง”

“ดูสถานที่ ตามตัวพรรคพวกที่เคยทำบ่อนกับเฮียเก๊ากับนักพนันที่จะเล่นต่อเกมรอเจ้ามือจร ขณะบ่อนดำเนินอยู่ให้ครบทีม ส่วนผู้หญิงแดงกับเปี๊ยกรับจัดการ ด้านสถานที่เริงกับพลจะควบคุมให้เป็นไปตามที่เราต้องการครับ”

วาจาเพื่อนมีผลให้มังกรเมืองใต้ถอนหายใจจนได้ยิน ผมฉวัดตาไปยังท่านรองฯ นอกราชการ ได้สบตากันอย่างบังเอิญ ท่านยิ้มให้และหันไปกล่าวกับผู้ใหญ่เต๊กตรงๆ

“เงินค่าดัดแปลงต่อเติมอาคารซึ่งเป็นของผมนี่ ขอให้ผู้ใหญ่ทำบัญชีรายจ่ายไว้ แล้วค่อยทยอยหักเปอร์เซ็นต์ส่วนของผมไปนะ”

“ครับ” ผู้อาวุโสเมืองใต้รับคำ

การสนทนายุติลงด้วยคำชักชวนของรองฯ คมให้ไปชมอาคารที่จะเปิดกาสิโนเพื่อดำเนินการในเวลาต่อมา

ที่สุด อาคาร ๔ ชั้น บนเนื้อที่ ๕ ไร่เศษของนายตำรวจนอกราชการยศระดับพันโท ได้ถูกแนะนำจากพวกเราให้มีการดัดแปลงตกแต่งสถานที่แต่ละชั้นตามที่เราต้องการ โดยเฉพาะชั้น ๔ ที่ตั้งกาสิโนกับชั้นล่างที่จะเปิดค็อกเทลเลานจ์ ซึ่งต้องติดตั้งเครื่องปรับอากาศขนาดประหยัด ๖ ตัวกับค่าตกแต่งและอุปกรณ์แล้ว ทราบว่าตัวเลขเฉียดสองแสน เงินสยามก็รู้สึกหวู่หวิวต่อการลงทุนของผู้ใหญ่เต๊กไม่น้อย เพราะเรื่องยังไม่จบ ยังต้องจ่ายเงินค่าคนที่เราอาสาไปดึงมาร่วมงานทั้งชายหญิงอีกเหยียบแสน แต่ผู้อาวุโสกลับไม่สะทกเรื่องเงิน จึงตกลงกันได้ก่อนสิ้นแสงสูรย์

กรุงเทพฯ วันต่อมา บ่ายจัด แดง ไบเล่ย์กับผมลงรถ บ.ข.ส. สายระยอง-กรุงเทพฯ ที่สถานีขนส่งเอกมัยแล้ว ก็จับแท็กซี่มุ่งยังเป้าหมายแรกเพื่ออาศัยบารมี ๓ ยอดยุทธ์รุ่นใหญ่ย่านประตูน้ำกว้านหาสาวกสาวกลางคืนไปทำงาน

พอละจากแท็กซี่เข้าสำนักประตูน้ำของชาวยุทธ์กลับผวาเยือก เมื่อเฮียเต่งประตูน้ำ ๑ ใน ๓ เจ้าสำนักบอกว่า เฮียยอดกับเฮียกาญจน์ถูกหัวหน้าคณะปฏิวัติเก็บเข้า “ลาดยาว” ไปเมื่อเร็วๆ นี้ จึงเขียนหนังสือให้ไปติดต่อกับแดง เอราวัณและสิงห์ ซาวอย เจ้าถิ่นย่านเกษร ราชประสงค์ ซึ่งตอนนี้คุมเด็กขายกัญชาอยู่ที่ “ไทยโยนก” ข้างโรงแรมเอราวัณก็คารวะและลาจากด้วยความขอบคุณ

ออกจากสำนักประตูน้ำใช้บริการแท็กซี่เป็นพาหนะไปราชประสงค์ครู่เดียว แดงสั่งให้โซเฟอร์เลี้ยวรถเข้าไปส่งยังซอกตึกถนนเกษรเพื่อเคลียร์พื้นที่เพราะเข้าเขต สน. ปทุมวัน กับ สน. ลุมพินีของสารวัตรเสน่ห์ ผู้ไม่ค่อยชอบขี้หน้าเรานัก เคลียร์ย่านเกษรถ้วนทั่วพักหนึ่งค่อยข้ามไป “ไทยโยนก” อดีตแหล่งสถิตเดิมอีกแห่ง และพอหลุดประตูกระจกเข้าไปอาบไอเย็นเครื่องปรับอากาศ

เสียงทักทายจากเหล่าวัยคะนองที่นั่งอยู่ตามโต๊ะเก้าอี้โดยรอบเกรียวกราวให้หนาวทรวงอกเกรงอยู่ได้ไม่นาน ทันใดร่างหนึ่งหุ่นเพรียวใบหน้าสี่เหลี่ยมผมหยิกสั้น จมูกโต ผิวสีน้ำตาล มีรอยสักหมึกดำตรงลูกกระเดือก อักษรภาษาอังกฤษคล้ายตัว D เดินยิ้มฟันเหลืองเข้ามาทักทายสนิทสนม

“หวัดดีเพื่อน”

“หวัดดี” แดงออกปากเบา ๆ พลางถาม “แดง เอฯ อยู่หรือเปล่าเพื่อน”

“นาย ๒ คนมาหามัน” สิงห์ ซาวอยใคร่รู้

“มาหาทั้งนายทั้งแดงด้วย มีเรื่องสำคัญ”

“หยั่งงั้นตามเรามา”

จบคำ ดาราดังซาวอยหันกลับนำเดินไปทะลุด้านหลังแหล่งเริงรมย์ออกไปขึ้นบันไดหนีไฟยังอาคารใกล้ ๆ กันเหมือนปกติ จนสุดขั้นบันไดยังชั้นที่ ๖ จึงไขกุญแจล็อกผลักประตูเปิด และปิดเมื่อเราเข้าไปภายในอาคารเรียบร้อย สิงห์เดินไปยังประตูห้องขวามือจัดการไขกุญแจล็อกภายใน เปิดประตูจนกว้างบอกระคนยิ้มภาคภูมิกลางดวงไฟม่วงซึมเซาในห้อง

“วิมานชาวบุปผาชนของเรา…แดงโวํย แขกมาเยี่ยมวะ”

คำบอกของสิงห์ประโยคท้ายดลให้ร่างหนึ่งเปลือยท่อนบนกำลังนอนขลุกอยู่ท้ายห้องสลัดผ้าห่มนวมพันกาย ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่สิงห์เปิดไฟนีออนสว่างจ้า นัยน์ตาจึงพร่าไปอึดใจ

“โอ้โฮเพื่อน เพิ่งจะเห็นหน้าวันนี้เอง” แดง เอราวัณลุกขึ้นทักทาย “เชิญ นั่งก่อน ขอโทษด้วยที่ห้องเราไม่มีโต๊ะเก้าอี้ แต่โชคดีที่มีแอร์”

ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า สภาพภายในห้องไม่อบอ้าวแต่คล้ายมีหมอกควันจางๆ ปกคลุมอยู่ทั่วห้อง จึงกวาดตามองขณะทรุดลงนั่งบนเสื่อน้ำมัน พบแต่แผ่นภาพโปสเตอร์โป๊เปลือยติดผนังห้องไว้ทั่ว มิหนำซ้ำตามหัวตะปูที่ตอกติดกับผนังตึก ยังแขวนเสื้อกระโปรงชุดนักเรียนไม่ต่ำกว่า ๕-๖ ชุด

ถึงตรงนี้ ผมจับตานิ่งอยู่ท้ายห้องพบเจ้าของชุดเรียน ๓-๔ นางนอนใช้ผ้าห่มนวมคลุมร่างหันหลังให้แสงไฟ ทำเอาเผลอเป่าลมออกจากปาก สิงห์ขอตัวไปหาเครื่องดื่ม แดง เอราวัณขยับผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ที่นุ่งอยู่ให้เข้าที่แล้วลุกขึ้นฉีดสเปรย์ปรับอากาศไปทั่วห้อง ดาวดังไบเล่ย์มองไปยังที่นอนที่เด็กนักเรียนนอนอยู่

ครู่หนึ่งกลิ่นสเปรย์หอมรวยรินกระทบจมูก แดง เอฯ ปิดไฟนีออนลดความสว่างแล้วนำตะเกียงโป๊ะขนาดเล็กมาตั้งเบื้องหน้า พร้อมจุดมันขึ้นใช้แสงแทนนีออน จากนั้นเพื่อนได้จ่ายหมอนให้นั่งกอดคนละใบก่อนจะลุกไปหยิบอุปกรณ์เสพกัญชามาตั้งให้มอง

“เราขอเลี้ยงต้อนรับเพื่อนด้วยของเบาๆ” เจ้าภาพกล่าว

“เรามาเรื่องสำคัญว่ะ คงสนุกด้วยไม่ได้เต็มที่” ผมออกตัวแต่ไม่ถึงกับปฏิเสธไมตรี

“ไม่เป็นไร เล่นแค่ให้โปร่งใจก็ได้ไม่ว่ากัน…เราขอประเดิมก่อนนะ”

ดาวเอราวัณบอกพลางบรรจงคลี่กระดาษห่อเนื้อกัญชาสำเร็จรูปที่ยำจนเกือบป่นออกหยิบใส่กรวย ต่อมาเขาหยิบเชื้อหรือกล่องกระดาษยาสีฟันที่ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แหย่เข้ากับไฟตะเกียง ” พอเชื้อติดไฟ เขาดึงออก มองหน้า ๒ คน วิบหนึ่งจึงใช้เชื้อไฟไล่รน “เนื้อ” บนกรวย ส่วนปากที่ผลุบเข้าไปในรูบ้องไม่ไผ่ดึงลมเข้าปอดช้าๆ เคลียร์เนื้อบนกรวยจนสุกแดงดีทั่วค่อยดึงลมหายใจยาวจนแรงลมทำให้น้ำในบ้องเต้นดุจน้ำเดือด

สิ้นเสียงน้ำในบ้องไม่ไผ่ แดงถอนปากออกพ่นควันสีเทาออกจากจมูกและปากเป็นทางยาว

บัดดล ๒ ใน ๔ สาวที่เห็นนอนขดอยู่ท้ายห้องขยับเข้าร่วมวงโดยไม่ต้องออกปาก แดงกับผมดึง “เนื้อ” คนละทีพอกระชุ่มกระชวย ก็ส่งให้ ๒ สาวรับไป แล้วไม่นาน สิงห์ ซาวอย ได้หอบน้ำขวดพร้อมขนมหวานมาบริการเต็มเหนี่ยว เราจึงถือโอกาสกินไปคุยไป พวกที่สูบเนื้อก็สูบไปอย่างเสรี

“ผู้หญิง ๒๕ คน เต้นรำเป็น พูดภาษาอังกฤษพอได้ และสมัครใจให้หิ้วได้ หาภายในคืนเดียวคงลำบากว่ะ ถ้าสัก ๒ คืน เราอาจทำได้ แต่ค่าใช้จ่ายกับค่ารถกินอ้วก” สิงห์เปิดไต๋นัยน์ตาหรี่ปรือ

แดง ไบเล่ย์ บอกยิ้ม ๆ “เราช่วยเพื่อนในด้านค่าน้ำมันกับค่าฝีมือ ๕,๐๐๐ บาท หากส่งตัวเด็กภายใน ๒ วันได้”

“เราขอ ๗,๐๐๐ บาทได้ไหม” แดง เอราวัณต่อรอง

“ได้ ถ้าส่งเด็กทั้งหมดถึงที่”

“โอเค”

พอแดง เอฯ รับคำ ๑ ใน ๒ สาวเมายาทำหน้าแหงนทะลุกลางปล้องระคนหัวเราะระริกระรี้

“เงินดีน่าดู เที่ยวกะฝรั่ง”

น้ำคำสาววัยฝันพ้อดั่งปูให้เห็นอนาคตอันชัดเจนของเธอเอง

สุริยัน ศักดิ์ไธสง
แอพเกจิ แอพรวมเรื่องราวประสบการณ์จริง เกี่ยวกับ พุทธคุณ ไสยศาสตร์ วิชาอาคม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ