3749. บารมีเทพเจ้าเเห่งเมืองสี่แคว (ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม)

◎บารมีเทพเจ้าเเห่งเมืองสี่แคว◎ (ตอนใหม่)

ไพฑูรย์เป็นบุคคลสองลักษณะที่ทางซิกมุนต์ ฟลอยด์เรียกว่า’’บุคลิกซ้อน’’หมายถึงการที่คนๆเดียวมีสองชีวิตอยู่ในตัวเอง จนมีผู้นำไปเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ฆาตกรรมเรื่อง ’’ดร.เจนกินส์กับมร.ไฮด์’’ เป็นเรื่องของนักชีวเคมีที่คิดค้นยาเพิ่มพลัง เกิดผิดพลาดกินเข้าไปแล้วกลายเป็นมร.ไฮด์ ที่เป็นปีศาจฆ่าคนเป็นว่าเล่น

เมื่อยาหมดฤทธิ์จึงกลายเป็นดร.เจนกินส์ผู้มีเมตตาธรรม ไพฑูรย์เป็นดร.เจนกินส์เมื่อยังไม่มีใครไปทำให้เกิดความโกรธถึงขีดสุดไพฑูรย์เรียกว่าเป็นการหมิ่นศักดิ์ศรีหรือมีเจตนาจะสังหารไพฑูรย์

ไพฑูรย์มีเมตตาช่วยทำฎีกาและช่วยเหลือนักโทษที่ถูกรังแกแต่เมื่อโทสะจริตเข้าครอบงำเค้าจะกลายเป็นมร.ไฮด์ฆาตกรอำมหิตที่ฆ่าคนอย่างโหดเหี้ยมแต่เมื่อโทสะจริตคลายลงแล้วจึงได้สำนึกแต่ทุกอย่างสายไปแล้วไพฑูรย์ยุติการฆ่าคนและเป็นผู้มีบุคลิกซ้อนเมื่อได้รับพระราชทานอภัยโทษเมื่อปีครึ่งพุทธกาลพ.ศ. 2500 โดยยุติการฆ่าคนนับแต่บัดนั้นมีแต่อาการของความโกรธความโมโหบ้าง

เมื่อมีผู้มาพูดกวนอารมณ์เป็นทำนองว่าเรื่องราวที่เขียนลงในนิตยสารมหัศจรรย์ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแหกตาซึ่งไพฑูรย์แสดงอาการไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งถึงกับบอกว่า

‘’สิงโตหินไม่เคยขายความเท็จเพื่อนนักโทษที่เคยผจญภัยมาด้วยกันยังมีชีวิตอยู่เป็นพยานผมจะหาหลักฐานมาให้พวกคุณดู”

เมื่อผู้เขียนพบกับไพฑูรย์ในฐานะบ.ก.บริหารนิตยสารพระเครื่องประยุกต์ไพฑูรย์หอบแฟ้มที่ได้ไปถ่ายเอกสารจากหนังสือพิมพ์รายวันระหว่างปีพ.ศ. 2480 ถึงพ.ศ. 2489 มาให้ผู้เขียนดูเพื่อให้เห็นว่าเรื่องราวในจอมอาชญากรหมายเลขหนึ่งทุกเรื่องเป็นเรื่องจริงความแค้นระหว่างไพฑูรย์กับคุณพระกล้ากลางสมรเมื่อได้รับราชทานอภัยโทษแล้วไพฑูรย์ได้อโหสิให้กับคุณพระในชาตินี้เลยไพฑูรย์บอกว่าจะได้ไม่ต้องไปจองเวรกันอีกในภพหน้า

สำหรับหลวงพ่อเดิมไพฑูรย์บอกว่างานพระราชทานเพลิงศพในปีพ.ศ. 2494 ยังอยู่ในบางขวางเป็นนักโทษชั้นดีออกจากบางขวางมาแล้วได้แต่ไปกราบรูปหล่อของท่านที่วัดหนองโพธิ์เพื่อระลึกถึงพระคุณของท่าน หลวงพ่อน้อยเจ้าอาวาสรูปต่อจากหลวงพ่อเดิมจำไพฑูรย์ไม่ได้แล้ว

จนต้องรื้อฟื้นความหลังจึงจำได้เพราะตอนนั้นไพฑูรย์ แต่งชุดนายร้อยตรีสังกัดกรมพระธรรมนูญทหารไพฑูรย์ย้ำว่าพระคุณหลวงพ่อเดิมเหมือนเป็นบิดาคนที่สอง ที่ได้คุ้มชีวิตตลอดมาจนพ้นโทษผ้ารอยเท้าหลวงพ่อเดิมใครมีไว้เก็บรักษาให้ดีหาไม่ได้อีกแล้วมีดหมอก็เช่นกันเล็กหรือใหญ่ก็ได้ขอให้เป็นของแท้จะไม่ผิดหวัง

หลวงพ่อเดิมท่านเป็นพระที่เป็นที่รู้จักของผู้คนในเมืองสี่แควไปจนถึงพิจิตรและพิษณุโลกถิ่นล้านนามีครูบาศรีวิชัยเป็นต๋นบุญ(นักบุญ)แห่งล้านนาไทยนครสวรรค์ก็มีหลวงพ่อเดิมเป็นนักบุญแห่งเมืองสี่แควเช่นกัน เพราะหลวงพ่อเดิมท่านเป็นประธานงานก่อสร้างถาวรวัตถุเท่าที่มีการบันทึกไว้นั้น 130 แห่ง ที่ไม่ได้บันทึกอีกมากมายเงินทองนั้นท่านไม่เคยติดเข้าไปในตัวของท่านเงินที่เค้าบริจาคให้ท่าน ท่านมองเพียงผ่านตาไม่เคยใส่ใจใยดี

คงมีแต่คณะกรรมการวัดจัดเก็บรวบรวมไว้เมื่อหลวงพ่อจะใช้ในการพัฒนาจึงนำมาถวายให้ใช้จ่ายเป็นค่าอิฐหินปูนทรายวัสดุก่อสร้างถาวรวัตถุต่างๆเป็นครั้งคราว ผู้เขียนเคยถามไพฑูรย์ว่า ‘’พกปืนสองกระบอกกระบอกหนึ่งเป็นปืนออโตเมติกขนาด9มม. กับปืนลูกโม่เป็นของผู้ผลิตใดทำไมต้องพกสองกระบอก

’’ ไพฑูรย์อธิบายว่าที่ต้องพกปืนสองกระบอกเพราะเวลาต่อสู้แบบเอาชีวิตเป็นเดิมพันปืนออโตเมติกรวดเร็วบรรจุกระสุนในแม็กแปดนัดในลำกล้องอีกนัดรวมเป็นเก้าแต่ข้อเสียคือการขัดลำเมื่อขัดลำต้องเสียเวลากระชากลูกเลื่อนเอากระสุนออกแล้วป้อนใหม่เวลาเพียงไม่กี่วินาที หมายถึงความเสียเปรียบที่ศัตรูจะเคลื่อนที่เข้าหา ส่วนปืนลูกโม่นั้นไม่มีการขัดลำแต่บรรจุได้เพียง6นัด หากต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่มีปืนออโตเมติกหากที่กำบังไม่ดีแล้ว โอกาสตายมีมากปืนออโต้เวลาใส่แม็กกาซีนแล้วขึ้นลำต้องใช้สองมือหากแขนหักหรือมือข้างใดข้างหนึ่งบาดเจ็บโอกาสจะขึ้นลูกเลื่อนจะหมดไปนั่นหมายถึงความตายปืนออโตเมติกเป็นของยี่ห้อโคลท์เรียกว่าโคลท์ซุปเปอร์9มม.ส่วนปืน ลูกโม่ก็โคลท์ขนาด.38 แบบเอ็มพีกระบอกหนา ตอนนั้นปืนลูกโม่สมิธแอนด์เวสสันยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย”

เมื่อออกจากคุกได้ขายปืนทั้งสองกระบอกไปให้กับนักสะสมปืนรายหนึ่งปัจจุบันน่าจะยังไม่เปลี่ยนมือโดยมีร้านปืนในแทบวังบูรพาเป็นตัวกลางไพฑูรย์แหกคุกครั้งแรกได้ขึ้นไปนมัสการหลวงพ่อเดิมที่วัดอินทาราม อำเภอพยุหะคีรี ที่หลวงพ่อเดิมไปเป็นประธานสร้างเสนาสนะในวัด โดยทางกรรมการวัดหนองโพธิ์ได้ให้ข้อมูลไว้

เมื่อเข้าไปกราบเท้าท่านสายตาของหลวงพ่อเดิมที่มองดูไพฑูรย์มีแววเมตตาถึงที่สุด แม้จะยังมิได้กราบเรียนท่านว่าเป็นนักโทษแหกคุกหลวงพ่อเดิมก็กล่าวขึ้นว่า

‘’ชีวิตมนุษย์มีสองทางเลือกทางมืดและทางสว่างแต่ก็มีเหมือนกันที่เจ้าตัวมิได้เป็นคนเลือกแต่กรรมเก่าเป็นผู้กำหนดบัดนี้เธอกำลังใช้หนี้กรรมเก่าที่เคยผูกเวรกันมาเป็นกรรมที่ไม่มีการอโหสิตามล้างกันมาตลอดรีบไปเถอะเวลาไม่คอยท่า ช้าจะเสียการ’’

กราบเท้าหลวงพ่อเดิมน้ำมนต์จากปัตตน้ำมนต์ในมือหลวงพ่อเดิม สาดลงมาที่ศรีษะได้ยินเสียงหลวงพ่ออวยพรดังติดหู

‘’สิทธิการิยะตะถาคะโต สิทธิกิจจัง สิทธิกัมมัง สิทธิลาโภชโยนิจจัง’’

ไพฑูรย์มารู้ตอนหลังว่าหลังจากพี่ไพฑูรย์เดินทางออกจากวัดอินทารามเพียงคล้อยหลังตำรวจปราบปรามกับตำรวจท้องที่สนธิกำลังกันเข้าตรวจค้นนักโทษแหกคุกแต่ไม่มีวี่แววไพฑูรย์บอกว่านี่แหละหลวงพ่อเดิมที่เค้านับถือเท่าชีวิต

หลวงพ่อเดิมเคยได้รับนิมนต์จากทางผู้จัดงานหล่อพระรูปสมเด็จพระสังฆราชจ้าวกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ วัดราชบพิตร ให้มาร่วมปลุกเสกวัตถุมงคลระหว่างปีพ.ศ. 2480 ถึง 2481 หลวงพ่อเดิมให้ทำหนังสือตอบไปยังคณะกรรมการจัดงานความว่า

‘’อาตมาเป็นพระบ้านนอกเหมือนกับช้างป่าที่ไม่เคยคุ้นกับความเจริญในเมืองเกรงว่าจะทำความยุ่งยากให้กับคณะกรรมการจัดงานอาตมาได้ลงแผ่นทองแดงมาร่วมหล่อพระรูปสมเด็จพระสังฆราชจ้าวโดยให้พระอธิการจันทร์วัดคลองระนงศิษย์ใกล้ชิดของอาตมานำติดย่ามมาร่วมนั่งปรกแทนอาตมาลงนามพระครูนิวาสธรรมขันธ์(เดิม พุทธสโร) เจ้าอาวาสวัดหนองโพธิ์อำเภอพยุหะคีรีจังหวัดนครสวรรค์’’

ไพฑูรย์เคยไปนมัสการหลวงพ่อจันทร์วัดคลองระนงหลวงพ่อจันทร์ได้เมตตาเล่าเรื่องการไปนั่งปรกในงานหล่อพระรูปสมเด็จพระสังฆราชเจ้าวัดราชบพิตรเอาไว้ว่า

‘’อาตมาไปรายงานตัวกับรักษาการเจ้าอาวาสวัดราชบพิตรลงชื่อว่ามาแทนหลวงพ่อเดิมจากนั้นได้นำแผ่นทองแดงที่หลวงพ่อเดิมลงอักขระพระเจ้าอมโลกเอาไว้ไปหย่อนลงในเบ้าหลอมโลหะกลางแล้วเดินกลับออกมาพักผ่อน ประมาณครึ่งชั่วโมงก็มีเจ้าหน้าที่เดินมาบอกว่าขอให้ไปช่วยกันดูว่าแผ่นโลหะที่หลอมไม่ละลายเป็นของพระรูปใดอาตมาจึงเดินไปดูก็เห็นว่าช่างได้ตักออกมาจากเบ้าวางไว้จนเย็นแล้วมีอยู่สามแผ่นด้วยกันหนึ่งในสามแผ่นเป็นแผ่นทองแดงที่หลวงพ่อเดิมจานอักขระพระเจ้าอมโลกไว้(ส่วนอีกสองแผ่นแอดมินก็ไม่มีข้อมูลว่าเป็นของเกจิย์ท่านใดใครมีแจ้งไว้ใต้โพสเลยครับ)อาตมาจึงแจ้งให้ช่างรู้ขอนำแผ่นทองแดงใส่ย่ามกลับวัดคลองระนง และได้ไปนมัสการเรียนให้กรรมการฝ่ายสงฆ์ทราบอีกครั้ง’’

ไพฑูรย์พูดแล้วยื่นท่อนแขนที่ขนลุกมาให้ผู้เขียนดูแล้วบอกว่าได้เห็นแผ่นทองแดงแผ่นนั้นด้วยตาตัวเอง

หลวงพ่อจันทร์ท่านใส่กรอบวางไว้บนโต๊ะหมู่บูชากลั่นน้ำตาไว้ไม่ได้จนต้องยกมือเช็ดน้ำตาหลวงพ่อจันทร์ท่านคงจะทบทวนความจำคืนมาจึงเอ่ยกับไพฑูรย์ว่า

‘’ผู้หมวดไพฑูรย์ใช่ไหม’’

ไพฑูรย์พยักหน้ารับ หลวงพ่อจันทร์บอกว่าจำเกือบไม่ได้คนกันเองแท้ๆเลยหลวงพ่อจันทร์ได้รำลึกเรื่องของประดิษฐ์ลิ้มประยูรอดีต พขร.(พนักงานขับ)รถไฟ ว่าที่นับถือหลวงพ่อเดิมเพราะวันนั้นขับรถไฟมาจอดสถานีหนองโพธิ์เมื่อนายสถานีโบกธงเขียวประดิษฐ์จึงเลื่อนรถออก ปรากฏว่าล้อของหัวรถจักรหมุนฟรีหัวรถจักรไม่ยอมเคลื่อนที่ มองกลับไปที่สถานีก็เห็นพระภิกษุรูปหนึ่งกับผู้ติดตามเดินถือย่ามตามหลังก้าวเดินขึ้นบนขบวนรถพอท่านขึ้นแล้วหัวรถจักรจึงเดินหน้าเป็นปกติ ขณะหยุดเติมน้ำเติมฟืนจึงเดินย้อนกลับมาที่ตู้โดยสารก็พบว่าพระภิกษุรูปที่ทำให้ล้อรถจักรหมุนฟรีกำลังนั่งเป่าหัวให้กับญาติโยมวุ่นอยู่ประดิษฐ์ลิ้มประยูร รอจนหลวงพ่อว่างจึงเข้าไปกราบหลวงพ่อเดิมท่านพูดขึ้นมาลอยๆว่า

‘’ล้อมันผิดปกติตามระบบเครื่องยนต์กลไกไม่ได้รออาตมาหรอก’’

ประดิษฐ์ลิ้มประยูรคนนี้แหละที่เป็นผู้ออกแบบสร้างเหรียญรูปไข่ฉลองอายุครบ 82 ปีพ.ศ. 2482 อันโด่งดังมาจนถึงปัจจุบันเป็นเป็นศิษย์คนแรกและสุดท้ายที่หลวงพ่อเดิมอนุญาตให้สร้างรูปหล่อขนาดบูชาเพื่อนำเงินไปสู้คดีที่ถูกใส่ความให้เป็นแพะจนชนะคดีไพฑูรย์บอกว่าหลวงพ่อเดิมท่านสมกับเป็นเทพเจ้าแห่งเมืองสี่แควโดยแท้. แม้จนทุกวันนี้มณฑปประดิษฐานรูปหล่อของหลวงพ่อที่วัดหนองโพธิ์ยังมีญาติโยมพากันไปสักการะบูชาอย่างไม่ขาดสายตั้งแต่เช้าจรดเย็นมิได้ขาดเช่นเดียวกับเจดีย์บรรจุอัฐิหลวงพ่อเดิมที่หน้าโบสถ์วัดหนองโพธิ์

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : นักเลง โบราณ ตำนานหนังเหนียว

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ