3746. สิงโตหินเข้านมัสการหลวงพ่อน้อย (ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม)

(ตอนใหม่)สิงโตหินเยือนถิ่นเสือผาดเข้านมัสการหลวงพ่อน้อยผู้ทรงอภิญญา

อาจารย์ส.องครักษ์ท่านเคยนั่งพูดคุยกับอาจารย์ไพฑูรย์ถึงสาเหตุที่ทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมยิงพวกตำรวจให้ถึงตายทั้งๆที่ตำรวจเหล่านั้นต้องการจะมาจับกุมตัวเพื่อนำไปแลกค่าหัวหากสามารถยิงให้ถึงตายได้ตำรวจเหล่านั้นก็จะทำการวิสามัญเพื่อนำร่างไปแลกค่าหัวได้ทันทีและจะได้ไม่ต้องเสียเวลามาตามไล่ล่าอีก

ซึ่งการกระทำนี้ของอาจารย์ไพฑูรย์ออกจะดูขัดแย้งกับคำพูดของท่านที่เคยกล่าวไว้ว่า

‘’เมื่อเขาต้องการที่จะฆ่าเรา มันก็สมควรที่เราจะฆ่าเขาบ้าง’’

อาจารย์ไพฑูรย์หัวเราะเสียงดังลั่นแล้วได้อธิบายว่า

‘’ที่ผมไม่ฆ่าพวกตำรวจเหล่านั้นเพราะพวกเขามีอาชีพในการจับกุมอาชญากรที่สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมเมื่อสมัยตอนที่ผมยังเรียนกฏหมายอยู่จำได้ว่าคุณหลวงนิติการ บำรุง ได้เคยสอนว่า ตำรวจคือผู้ที่ถือใบอนุญาติให้สามารถลงมือฆ่าบรรดาเหล่าอาชญากรที่ก่อความเดือดร้อนให้กับประชาชนคนสุจริตทั้งหลายได้ โดยมีหลักนิติรัฐว่า ‘’เพื่อป้องกันตัวเองจากการประทุษร้ายของคนร้ายที่ต้องการมุ่งประสงค์ต่อชีวิต การลงมือตอบโต้เพื่อสังหารอาชญากรที่ต้องการหมายชีวิตประชาชนและตำรวจนั้นเรียกว่า การวิสามัญฆาตกรรมซึ่งจะไม่มีโทษแก่ตำรวจที่กระทำการวิสามัญอาชญากรเหล่านี้’’

‘’ แต่หากไม่ได้กระทำเพื่อเป็นการป้องกันตัวแล้วแต่กลับเป็นเจตนาที่ต้องฆ่าทิ้ง ทั้งๆ ที่คนร้ายได้วางอาวุธและยอมจำนนแต่โดยดีหรือหากว่าคนร้ายไม่อยู่ในฐานะที่จะตอบโต้ได้แล้วหากลงมือสังหารจะเรียกว่าเป็นการฆาตกรรม หากว่ามีพยานหลักฐานแน่นหนาพอตำรวจผู้ลงมือสังหารชีวิตอาชญากรนั้นจะต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญาหมวดที่ว่าด้วยชีวิตและทรัพย์สินทันที’’ (แต่ส่วนมากแอดมินว่าไม่มีหรอกครับที่ตำรวจเองจะโดนข้อหาฆาตกรรมสมัยก่อนโจรผู้ร้ายดุจริงลงมือฆ่าคนบริสุทธิ์และตำรวจเป็นว่าเล่นเมื่อถึงคราวพวกโจรร้ายเหล่านั้นจนมุมบรรดาเพื่อนของตำรวจที่เคยโดนยิงตายคงไม่ปล่อยไว้เป็นแน่ครับ)

อาจารย์ไพฑูรย์เล่าว่า

‘’ตำรวจที่ดีๆก็มีอยู่มากมายแต่ตำรวจเลวๆก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นนี้ผมจึงได้เลือกยิงเพียงเพื่อให้ตำรวจเหล่านั้นบาดเจ็บไม่ถึงกับทำให้ตาย’’

อาจารย์ส.องครักษ์จึงได้ย้อนถามอาจารย์กลับไปว่า

‘’หากตำรวจเลวๆมาเผชิญหน้ากันกับพี่ไพฑูรย์จะทำอย่างไรเท่าที่ผมเคยพบเจอผ่านมานั้นก็แยกไม่ออกหรอกว่ารายไหนเป็นตำรวจดีรายไหนเป็นตำรวจเลว’’

ผมถึงได้ใช้วิธียิงให้บาดเจ็บเท่ากันทุกนายยังไงเล่า คุณลองไปเปิดแฟ้มอาชญากรรมของผมดูก็ได้จะพบว่าผมไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องามไม่เคยยิงบรรดาพวกตำรวจชั้นผู้น้อยตายระหว่างหลบหนีคดีแม้แต่รายเดียวยกเว้นคดีที่ฆ่าท่านขุนตะเวนฯและเพื่อนของท่านขุนตระเวนฯที่มียศเป็นขุนด้วยกันซึ่งได้ตามล่าผมเพื่อล้างแค้น ซึ่งการตายของทั้งสองท่านนี้เป็นการดวลปืนกันตัวต่อตัวแบบลูกผู้ชายทั้งสิ้นนอกนั้นแล้วผมยิงเพียงให้บาดเจ็บทุกราย

ในเขตพื้นที่จังหวัดนครปฐมนั้นมีวัดธรรมศาลานับว่าเป็นวัดราษฏร์ที่เก่าแก่อีกวัดหนึ่งในสมัยอดีตที่อาจารย์ไพฑูรย์ท่านได้หลบหนีคดีอยู่นั้นได้เคยหนีไปกบดานอยู่ในเขตพื้นที่ของเสือผาด ทับสายทองและได้อาศัยบารมีเสือผาดหลบหนีจากเงื้อมมือพวกตำรวจได้ระยะหนึ่ง

ขณะนั้นอาจารย์ไพฑูรย์ได้ไปกราบนมัสการหลวงพ่อน้อยที่วัดธรรมศาลาซึ่งเป็นวัดที่มีต้นยางสูงใหญ่อายุราวกว่า ๑๐๐ ปี ที่วัดธรรมศาลานี้ยังได้มีฝูงลิงมากมายได้เข้ามาอาศัยอยู่ชาวบ้านเล่ากันว่าพวกมันมาอาศัยอยู่เพราะเมตตาบารมีของหลวงพ่อน้อย

‘’หลวงพ่อน้อยวัดธรรมศาลาท่านเป็นพระเกจิย์อาจารย์ที่ทรงคุณอย่างมากแม้แต่หลวงพ่อเงินวัดดอนยายหอมผู้ซึ่งเป็นอาจารย์ของเสือผาด ทับสายทองตำนานเสือปล้นหนังเหนียวในอดีตยังให้ความเคารพในฐานนะที่ท่านอาวุโสและมีวิชาอาคมแก่กล้า’’

เสือผาดได้เคยเล่าให้อาจารย์ฟังว่าสมัยก่อนเมื่อมีชาวบ้านธรรมศาลามากราบนมัสการหลวงพ่อเงินที่วัดดอนยายหอมเมื่อหลวงพ่อเงินท่านได้ซักถามจนได้ความว่าชาวบ้านที่มานั้นเดินทางมาจากวัดธรรมศาลาแล้ว

หลวงพ่อเงินจึงได้พูดขึ้นว่า

‘’อุตส่าห์เดินทางพากันมาจากวัดธรรมศาลาพวกเธอนี่อยู่ใกล้ครูบาอาจารย์ที่เก่งแท้ๆแต่กลับมองข้ามได้หลวงพ่อน้อยวัดธรรมศาลาท่านเก่งมากแถมยังอาวุโสกว่าฉันเสียอีกต่อไปหากว่ามีเรื่องเดือดร้อนสิ่งใดก็ให้เข้าไปหาหลวงพ่อน้อยท่านเอาเถิดไม่ต้องพากันทรมานสังขารเดินถ่อกันมาถึงวัดดอนยายหอมนี้เลยเชื่อฉันเถิดญาติโยม…’’

อาจารย์ไพฑูรย์เล่าว่าหลวงพ่อน้อยวัดธรรมศาลาธรรมรูปร่างลักษณะของท่านตัวเล็กแบบเดียวกับชื่อของท่านแววตาของหลวงพ่อแฝงด้วยความเมตตาสูงมากคล้ายกับหลวงพ่อเดิมแห่งวัดหนองโพธิ์ไม่มีผิดเพียงแต่ลักษณะรูปร่างของหลวงพ่อเดิมท่านเป็นคนสูงใหญ่กว่าเท่านั้น

หลวงพ่อน้อยท่านพูดน้อยสมชื่อของท่านการพูดการตอบคำถามของญาติโยมท่านพูดตอบแล้วท่านมักจะไม่พูดอะไรมากไปกว่านั้น เข้าใจว่าท่านคงจะภาวนามากกว่าที่จะพูดโต้ตอบ

สำหรับอาจารย์ไพฑูรย์แล้วท่านได้พบเห็นอภินิหารญาณหยั่งรู้ของหลวงพ่อน้อยด้วยตัวเองหลังจากอาจารย์ท่านได้นมัสการสอบถามหลวงพ่อน้อยถึงเรื่องราวเกี่ยวกับคาถาอาคมในตอนหนึ่งหลวงพ่อน้อยท่านได้พูดขึ้นลอยๆออกมาว่า

‘’สำหรับโยมแล้วเรื่องคาถาอามคมนั้นคงไม่จำเป็นหรอกเพราะอาจารย์ของโยมเองก็เป็นผู้เจนจบในเรื่องพระเวทย์อาคมอยู่แล้วอีกทั้งยังได้ติดตามมาคุ้มครองโยมถึงที่นี่ อาตมาขอให้โยมจงยึดมั่นในตัวองค์ท่านเถิด คาถาอาคมเครื่องรางของขลังต่างๆเรื่องที่จะขลังหรือไม่ขลังก็อยู่ที่ตัวของผู้ใช้และผู้สร้างเอง เมื่อผู้สร้างดีผู้ใช้ก็ดีมีความเชื่อมั่นในตัวผู้สร้างด้วยดีของสิ่งนั้นก็จะดีตามอาตมาไม่จำเป็นต้องให้อะไรโยมอีกเพราะของอาตมาก็ไม่ได้เหนือไปกว่าอาจารย์ของโยม’’

อาจารย์ไพฑูรย์เล่าว่าขนลุกเกรียวเพราะหลวงพ่อน้อยท่านมีญาณหยั่งรู้แม้ว่าอาจาย์ท่านจะมิได้ระบุชื่อของหลวงพ่อเดิมแต่หลวงพ่อน้อยท่านก็ทราบเป็นอย่างดีอาจารย์ไพฑูรย์จึงรีบก้มลงกราบแทบเท้า เพราะคำว่าอาตมาไม่จำเป็นต้องให้อะไรโยมอีกเพราะของอาตมาก็ไม่เหนือไปกว่าของอาจารย์โยม…..ตอนหน้าจะเป็นตอนที่อาจารย์ท่านได้หนีเตลิดจากเขตพื้นที่ของเสือผาดลงใต้และได้ไปกราบพ่อท่านทองเรื่องราวจะเป็นอย่างไงต้องติดตามครับ

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : นักเลง โบราณ ตำนานหนังเหนียว

โดยอ้างอิงบทความจาก:นิตยสารแปลกปีที่38 ฉบับที่1847

ขอขอบคุณเครดิตรูปภาพที่ใช้ประกอบบทความเพื่อการศึกษาโดย

เว็ปไซด์http://group.wunjun.com/salekumarnและหนังสือจอมอาชญากรเล่ม1-5และผลงานของอาจารย์ไพฑูรย์ฯลฯ

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ