2495. บทพิสูจน์พุทธาคม หลวงพ่อทบ วัดชนแดน

บทพิสูจน์…พุทธาคม…หลวงพ่อทบ วัดชนแดน
หลวงพ่อทบท่านได้เรียนวิชาและสายวิชาต่างๆมาตั้งแต่เป็นสามเณร และท่านได้ออกธุดงภ์ไปยังที่ต่างๆทั่วทุกภาคของประดทศไทยและประเทศลาว หลวงพ่อทบท่านสร้างโบสถ์ได้ 19 หล้ง ด้วยบารมีของหลวงพ่อทบเอง ท่านใช้วิธีการหาปัจจัยด้วยตัวท่านเองออกวัตถุมงคล

โดยเฉพาะพระเครื่องของท่านมีมากมายหลายรุ่น ที่สำคัญคือ ท่านสร้าวตะกรุด เอาไว้มากมายหลายรูปแบบ และจากคุณพิเศษในตัวท่าน วัตถุมงคลของท่านจึงมีประสบการณ์มากมายจนเป็นที่ต้องการของคนทั่วไป…

จนกระมั้งหลวงพ่อทบท่านถูกร้องเรียนเรื่องสร้างวัตถุมงคล….เมื่อปี 2496 หลวงพ่อทบท่านมีชื่อเสียงโด่งดังมากในเรื่องอภินิหารย์และความศักดิ์สิทธิ์ ในคุณวิเศษของอิทธิวิธีแห่งอภิญญาญาณทั้ว 6 และเตโชกสิณ หลวงพ่อทบท่านได้สละเวลา สละกำลังกาย กำลังใจ ทุ่มเทสติปัญญาให้กับพระพุทธศาสนาอย่างสุดความสามารถ

วัดในละแวกนี้แทบทุกวัด อาจจะพูดแบบไม่เคอะเขินเลยว่า ไม่มีวัดไหนที่หลวงพ่อไม่เคยไปช่วยบูรณะ ซึ่งแต่ละวัดที่หลวงพ่อไปช่วยบูรณะนั้น จะอาศัยเพียงแรงกายแรงใจอย่างเดียวไม่ได้ ที่สำคัญที่สุดก็คือแรงศรัทธาที่ชาวบ้านช่วยกันบริจาคทรัพย์ เพื่อนำมาจัดหาอุปกรณ์ในการก่อสร้าง

ด้วยเหตุนี้งานก่อสร้างของหลวงพ่อจึงรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งแต่ละวัดที่องค์หลวงพ่อไปเป็นประธานในการก่อสร้างนั้น จึงใช้เวลาไม่นานนักก็จะสำเร็จและจัดงานเฉลิมฉลองกันอย่างเอิกเกริก

ถึงแม้ว่าหลวงพ่อจะทำงานหนักและเหน็ดเหนื่อยเพื่อพระพุทธศาสนาเพียงใดก็ตาม ท่านก็หนีไม่พ้นโลกธรรม 8 ในปี พ.ศ.2496 หลวงพ่อถูกพระเพชรบูรณ์คณาวสัย เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ (ขอย้ำนะครับว่าองค์สมัยนั้น ไม่ใช่องค์ปัจจุบันนี้) ได้ทำหนังสือฟ้องหลวงพ่อทบไป กราบทูลถวายสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ซึ่งทางสมเด็จพระสังฆราชได้ประทานคำฟ้องต่อให้กับสมเด็จพระวันรัต (ปลด กิติโสภโณ) วัดเบญจมบพิตร เพื่อนำเข้าที่ประชุมของมหาเถรสมาคมต่อไป

ที่ประชุมของมหาเถรสมาคมต่างก็ถกเถียงกันอยู่นาน ในที่สุดจึงมีมติให้พระพิมลธรรม (อาจ อาสโภ) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏ์ กรรมการเถรสมาคม เป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เป็นไปตามคำฟ้องหรือไม่อย่างไร จึงค่อยนำมาพิจารณาในมหาเถรสมาคมอีกครั้ง

พระพิมลธรรมจึงมีหนังสือแจ้งมาให้หลวงพ่อและเจ้าคณะจังหวัดไปให้การที่กรุงเทพฯ (มาถึงตอนนี้หลวงพ่อเล่าว่า ท่านต้องเดินทางจากวัดชนแดน มาขึ้นรถไฟที่ตะพานหินอย่างทุลักทุเล เพราะท่านไม่เคยนั่งรถไฟมาก่อน)

เมื่อทางผู้ฟ้องกับผู้ถูกฟ้องมาพร้อมหน้ากันแล้ว พระพิมลธรรม จึงเริ่มสอบถามทั้งสองฝ่าย ซึ่งหลวงพ่อท่านก็ได้ให้การไปตามความเป็นจริง โดยท่านได้แก้ข้อกล่าวหาว่า เครื่องรางของขลังเหล่านี้ท่านทำขึ้นจริง แต่ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อขาย หากแต่ทำขึ้นเพื่อเป็นการสมนาคุณแก่ผู้บริจาคทรัพย์ สร้างโบสถ์ สร้างวิหาร สร้างกุฏิ และถาวรวัตถุในบวรพระพุทธศาสนา

ใครมาขอท่านก็ให้เปล่า ๆ โดยไม่ได้คิดเงินคิดทอง ส่วนญาติโยมเมื่อได้รับเครื่องรางของขลังจากท่านไปแล้ว จะบริจาคเงินช่วยท่านสร้างโบสถ์มากน้อยเพียงใดท่านก็ไม่สนใจ บางคนศรัทธามากก็บริจาคมาก บางคนศรัทธาน้อยก็บริจาคน้อย และบางคนไม่มีศรัทธาอาจจะไม่บริจาคเลยก็เป็นสิทธิของแต่และคน ท่านไม่เคยขอร้อง ขู่เข็ญหรือบังคับ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับศรัทธาของญาติโยมทั้งสิ้น

พระพิมลธรรมเรียนถามหลวงพ่อว่า แล้ววัตถุมงคล เครื่องรางของขลังของหลวงพ่อนี่ดีจริง ๆ หรือว่าเป็นแค่คำโฆษณาอวดอ้างให้ญาติโยมพากันหลงเชื่อ หลวงพ่อตอบว่า “เครื่องรางของขลังเหล่านี้ท่านทำตามโบราณกาลทุกประการ ท่านสร้างขึ้นเพื่อให้ญาติโยมนำไปสักการบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลและเพื่อให้ผู้ที่ได้สิริมงคลของท่านไปได้ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ ประเทศของเราก็อยู่ดีเป็นสุขตลอดกาลนาน

ส่วนที่ท่านเจ้าคุณถามว่าวัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง ที่ผมได้สร้างจะศักดิ์สิทธิจริง ๆ หรือว่าเป็นแค่คำโฆษณาอวดอ้าง ผมไม่รู้ว่าจะตอบคำถามของท่านเจ้าคุณอย่างไร เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ท่านเจ้าคุณลองเอาปืนมายิงผมดูสักทีสิ ถ้ามันไม่ศักดิ์สิทธิ์จริงก็ให้ผมตายไปเลย”

พระพิมลธรรมเมื่อได้ยินหลวงพ่อตอบอย่างนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ไม่เอาน่าหลวงพ่อ ผมถามหลวงพ่อดูเฉย ๆหรอก” หลวงพ่อทบท่านคงจะขัดใจขึ้นมา จึงล้วงเข้าไปในย่ามหยิบมีดโกนผมออกมายื่นให้กับพระพิมลธรรมทดลองเชือดท่านดู แต่พระพิมลธรรมกลับไม่กล้าทดลอง หลวงพ่อคงขัดใจจึงทดลองเสียเองโดยเอามีดโกนกรีดแขนของท่านเสียงดัง คว๊าก คว๊าก พระพิมลธรรมถึงกับหลับตาปี๋ด้วยความหวาดเสียว พร้อมกับพูดขึ้นว่า “พอแล้วครับหลวงพ่อ ผมเชื่อแล้ว ผมเชื่อแล้ว”

หลังจากนั้นพระพิมลธรรมจึงได้ยุติการสอบสวนหลวงพ่อเพราะเห็นว่าหลวงพ่อไม่มีความผิด ก่อนที่พระพิมลธรรมจะยุติการสอบสวนท่านยังหันมาพูดกับพระเพชรบูรณ์คณาวสัย เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ ในลักษณะปกป้องหลงพ่อทบว่า “ไม่ควรจะฟ้องจะร้องกันเลย เรื่องเล็ก ๆ แค่นี้ ท่านช่วยหลวงพ่อทบสร้างวัดสร้างวาอารามในจังหวัดเพชรบูรณ์จะดีกว่า ที่จะเอาเวลามาฟ้องมาร้องกันเสียอีก วัดวาอารามในจังหวัดเพชรบูรณ์ของท่านจะได้เจริญรุ่งเรืองไม่แพ้จังหวัดอื่น ๆ ” นี้คือบทพิสูจน์ พุทธาคมของหลวงพ่อทบ ไม่ธรรมดาครับ

ขอบคุณที่มา Pantown

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ