2431. ๕ พระอริยสงฆ์ ไขปัญหาเรื่องพญานาค

❖ ธรรมสะท้านโลกจาก ๕ พระอริยสงฆ์
ผู้เป็นเพชรน้ำหนึ่งแห่งวงศ์พระป่ากรรมฐาน
#ตอบปัญหาคาใจ ปรารภแสดงธรรม
ถึงการกราบไหว้ (บูชาพญานาค!) ที่ชาวพุทธควรรู้

๑. “..องค์หลวงตาพระมหาบัวฯ
ตอบปัญหา เรื่องพญานาค ! มีจริงหรือไม่ ?

โยมถาม:พญานาคมีจริงหรือเปล่าครับ
หลวงตาตอบ:โคตรพ่อโคตรแม่มันไม่เคยเห็นหรือไง
เราอยากจะเอาโคตรของเราออกมาพูดให้ฟังนะ
พระพุทธเจ้าท่านปฏิเสธที่ไหนสิ่งเหล่านี้
แต่ท่านก็มิได้นำเอามาพูดมากล่าวเฉยๆ
มันหาประโยชน์อะไรไม่ได้
คนตาบอดก็บอกว่าเขาตาบอดใช่ไหม
คนดีตาเขาก็บอกว่าเขาตาดีแต่มันก็ยังตาบอดนะ

อย่างเช่นหลวงปู่ผางท่านอยู่ขอนแก่นนั้นนะ
ธรรมท่านนี้เด็ดเปรี้ยงๆนะ ท่านไปฝากตัวกับหลวงปู่มั่น ท่านเลยได้ธรรมนั้นมาประดับตน

ท่านเป็นเหมือนกับครูคอยสั่งสอนสิ่งเหล่านี้นะ
พวกสัตว์ดุร้ายนี้หมอบราบให้ท่านหมด
วัดท่านนี้มีสระน้ำอยู่มีจระเข้ด้วยนะ
เราเคยไปมาแล้ว พวกลูกศิษย์ญาติโยมเขา
พากันสร้างกุฏิกัน พอดีจระเข้นี้มันมาไล่กัดเขา
ก็แตกตื่นกันนะ ได้ยินไปถึงหลวงพ่อผางนี้หละ
ท่านได้ยินก็เดินเข้ามา พูดขึ้นเลยนะไหนมันกล้าดียังไง นั้นนะใส่เปรี้ยงๆเลย จระเข้มันก็หมอบราบเลยนะ ถอยหนีลงสระน้ำไปเลย นั้นท่านเด็ดขนาดไหน
คนตาดีก็เห็นเพราะตาท่านดีใจท่านไม่บอดนั่น ฟังซิ..

แต่พวกตาดีแต่ใจบอดนี้หาประโยชน์ไม่ได้
ก็มีอีกเรื่องหนึ่งหลวงพ่อผางท่านไปภาวนาอยู่ทางน้ำหนาว
ไปก็ไปภาวนาตามกิจของท่านนั้นแหละหาที่สงบ
วิเวกของท่าน พอดีมีพระอยู่องค์หนึ่งองค์นั่นก็
เดินจรงภาวนาเหมือนกับท่านอยู่คนละที่กัน
ไม่ไกลเท่าไหร่นัก พอพระนั้นเดินจงกรมไปเดินมานี้
มีงูตัวใหญ่ (พญานาค) มันมาปรากฏชูตัวขึ้นตรงหน้าพระนั้นแหละ ตรงทางเดินจงกรมเห็นกัน ต่างฝ่ายต่างมอง

พระนั้นก็ตกใจ ร้องตะโกนได้ยินไปถึงหลวงพ่อผาง ท่านได้ยินท่านก็เดินตรงมาเลยนะ
มาก็ใส่เลยนะ ไหนๆมัน นั้นท่านเด็ดขนาดนั้น
พระนั้นก็บอกนี้มันจะกินผมครับ
หลวงพ่อผางท่านก็ใส่เลย มันจะกินก็เข้ามานี้
มากินกูนี้มา จะเอาก็มาเอากับกูนี้..
เท่านั้นแหละ งูใหญ่ (พญานาค )มันก็หายไปต่อหน้าต่อตาท่านกับพระองค์นั้นทันทีเลยนะ

นี้ความเด็ดเดี่ยวของท่านนี้พวกสัตว์เหล่านี้ต้องยอมให้ท่านหมด
พอเรื่องมันสงบลง ท่านก็บอกกับพระองค์นั่นว่า
ไม่มีอะไรหรอก เขาแค่มาแกล้งท่านเฉยๆหรอก
ท่านภาวนานี้เมตตาไม่ดี เขาเลยมาลองแกล้งดู
เพราะฉะนั่นให้แผ่เมตตาไปทุกเวลาที่ภาวนา
พวกสัตว์เหล่านี้มันเกรงและมีความยอมรับถึงการแผ่เมตตา

ฟังซิ นี้หรือความหลอกของธรรมที่นำมาสั่งสอนโลก พวกตาบอดก็ตาบอดอยู่วันยังค่ำ
พวกตาดีก็ดีแต่ตาแต่ใจมันบอดมืดมองไม่เห็นอะไรเลย แม้แต่คุณงามความดีของตนมันยังไม่ใส่ใจแล้วจะมาอวดตนว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้
มันใช้ได้ที่ไหน

โลกสงบร่มเย็นเพราะธรรม
ที่ไหนมีธรรมที่นั้นย่อมมีความสงบร่มเย็นชุ่มเย็นไปหมดนะ
จะมาว่าพญานาคมีจริงหรือไม่มี คนตาดีเขาก็บอกว่ามีเพราะเขามองเห็น
คนตาบอดมันก็บอกไม่มีเพราะมันมองไม่เห็น
แต่มันจะมาวิเศษวิโสอะไรไปกว่าการมองเห็นใจตน ใจที่มีธรรมประดับประดานำพาตนสงบร่มเย็น
ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งเหล่านี้แหละ ที่เรียกว่า
คนตาดีมองเห็นใจตน ไม่ได้มองเห็นอย่างอื่น…
อย่างเช่นคติของหลวงพ่อผางที่ได้กล่าวมานะ
ว่าพญานาคมีหรือไม่มี เอาแค่นี้พอ..

#โอวาทธรรมจาก (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน)
ณ กุฏิกลางน้ำสวนแสงธรรม กรุงเทพมหานคร
22 เมษายน พ.ศ 2546 (ช่วงค่ำ)
………………………………………………………….


๒.#โอวาทธรรมจาก (หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร)
วัดถ้ำสหายจันทร์นิมิต อ.หนองแสง จ.อุดรธานี

“..มันโง่!จะตายคน
พ่อแม่ที่บ้านมันไม่รู้จักกราบไหว้
พากันไปกราบไหว้ บูชาสิ่งอื่น ที่ไม่เป็นมงคล
อย่างเช่นพวกพญานาค พวกนี้ มันบ้า.!
เรื่องดีๆมีตั้งเยอะมันไม่คิด
แล้วมาบ่นว่า ทุกข์ มันโง่จะตายคน..”
………………………………………………………….


๓.#โอวาทธรรมจาก (หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป)
วัดอรัญญวิเวก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

“..คนเราไม่ควร กราบไหว้บูชาพญานาค
เพราะพวกนาค ยังมีจิตที่เป็นสัตว์เดรัจฉานอยู่
เป็นผู้มีระดับจิตต่ำกว่ามนุษย์อย่างเรา
มนุษย์เรานั้น
ประเสริฐสูงกว่าพวกสัตว์เหล่านั่นมาก..”
………………………………………………………….


๔.#โอวาทธรรมจาก (หลวงปู่หา สุภโร)
วัดสักกะวัน อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์

“..พญานาค..เขาก็เป็นเพื่อนร่วมโลก
ร่วมวัฏฏะสงสาร เคารพกัน อยู่ด้วยกัน
ตาสอัตภาพ ไม่ใช่..ไปกราบไปไหว้
เป็นของนอกเหนือคำสอนพระพุทธเจ้า
ยิ่งกราบยิ่งไหว้ ยิ่งหนีไกลจากปัญญา
หนีไกลห่างจาก..พระธรรม..”
………………………………………………………….
๕.#โอวาทธรรมจาก (หลวงตาศิริ อินทสิริ)
วัดถ้ำผาแดงผานิมิตร อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น

“นิมิต แปลว่า คิด ใจจวนเจียนจะขาด”
ถ้าจะแตกขันธ์จะดับ คิดไปถึงอารมณ์ไหน
อย่างสมัยพุทธกาลพระคิดไปถึงผ้าจีวร คือ ตัดผ้าจีวรเสร็จใหม่ๆ ยังไม่ได้คลุมได้ใช้ พอกลางดึกมาก็เลยปวดท้องเจ็บท้องตาย ใจขาดก็คิดถึงผ้าจีวร เกิดเป็นเล็นอาศัยอยู่ผ้าจีวร เป็นสัตว์เดรัจฉาน..

ถ้าเราคิด ความคิดเรียกว่า..ภพ อารมณ์ที่เรียกว่าภพเป็นที่เกิดที่ตั้งของจิต จิตของเราเปรียบเสมือนเมล็ดพืช อารมณ์เปรียบเสมือนเนื้อนาไร่สวนไปตกอยู่ไหนอารมณ์ ไปตกที่ผ้าจีวร ก็ไปเกิดที่ผ้าจีวร ถ้าเคยกราบเคยไหว้ผี อารมณ์ก็คิดไปเกิดถึงศาลพระภูมิ ก็ไปจุติอุบัติขึ้นที่ศาลพระภูมิ ก็ไปเป็นผี อายุผีนานนะ ผีกว่าจะมาเกิดอีกอย่าพากันไปสร้างศาลพระภูมิ อย่าพากันไปกราบนะ ถ้าคิดไปถึงพญานาคก็ไปกราบพญานาคตายไปก็ไปเกิดเป็นลูกพญานาค เป็นสัตว์เดรัจฉาน นั่นล่ะ ภพเป็นที่เกิดที่ตั้งของจิต คิดไปถึงอะไรจิตก็ไปเกิดในภพนั้น ภูมินั้น มาวันนี้ก็เพื่อจะให้รู้จักนี้แหล่ะ

เมื่อถึงไตรสรณคมน์ถือเป็นอุบาสกอุบาสิกาแล้ว ไม่ควรเห็นอย่างนี้นะ เข้าใจไหมล่ะ ..ที่บ้านมีก็พยายามเอาออกเสีย ถ้าตายไปแล้วไปคิดถึงผี ไปเกิดไปเฝ้าศาลพระภูมิอยู่ ไม่ได้เกิดง่ายนะ เป็นสัตว์ก็เหมือนกัน คิดถึงลูกถึงหลานก็ไปเกิดอยู่ที่บ้านรอลูกรอหลาน ลูกหลานแต่งงานก็ไปเกิดกับเขาอยู่นั่นล่ะ นี้แหล่ะภพเป็นที่เกิดที่ตั้งของจิต ภพเปรียบเสมือนเนื้อนา จิตของเราเปรียบเสมือนเมล็ดพืช เมล็ดพืชไปหว่านบนดิน ตกไหนมันก็ไปเกิดอยู่ตรงนั้น ตัววิญญาณของเราคือเมล็ดพืช วิญญาณนี้แหล่ะมันคิดไปเรื่องอะไรตอนนั้น

ผู้เข้าถึงไตรสรณคมน์แล้วก็คงรู้จักให้ไปกราบไปยึดเอาพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะที่พึ่งจำกัดภัยได้จริง ทำบาปหลายครั้งควรจะไม่ตกอบายภูมิก็ได้ เพราะมีคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์มารองรับ อุปมาอุปมัยเหมือนเราโยนก้อนหินลงในน้ำเคยโยนมั๊ยล่ะ..โยนก้อนเดียวก็ไปจมอยู่ในน้ำ โยนสี่ก้อน ห้าก้อน ร้อยก้อนก็จม ทำบาปครั้งเดียวก็ไปตกนรกได้ สองครั้ง สามครั้ง ก็ไปได้เหมือนกันนะ แต่ถ้ามีคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์มารองรับ เขาจึงให้กราบน้อมระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรม พระสงฆ์ คุณของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ไม่มีประมาณ

อัปมาโณ พุทโธ คุณของพระพุทธเจ้าไม่มีประมาณ
อัปมาโณธัมโม คุณของพระธรรมไม่มีประมาณ
อัปมาโณสังโฆ คุณของพระอริยะสงฆ์ไม่มีประมาณ คุณของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เปรียบเสมือนเรือแพทำบาปครั้งเดียวเท่ากับโยนก้อนหิน ลงไปก็จม ถ้ามีที่มารองรับเอาไว้จะจมไหม ไม่จม มีเรือมีแพ เรือแพมารับเอาไปช่วยเอาไว้ได้ จิตของเราจึงไม่ไปตกอบายภูมิ ให้พากันเข้าใจอย่างนี้ นี้เที่บอกสรณะที่พึ่งที่นับถือกำจัดภัยได้จริง

นี่แหล่ะ ความเห็นถูกต้องสัมมาทิฎฐิ ก้าวแรกมาปฎิบัติตนเป็นอุบาสกอุบาสิกา ผู้ปฎิบัติศาสนาหรือเข้าถึงไตรสรณคมน์ยึดเอาพระพุทธเจ้า พระะรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะที่พึ่งอย่าไปพึ่งเปรตพึ่งผี เขาเรียกว่า มงคลตื่นข่าวนั่นแหล่ะ ไปกราบสารพัดอย่าง ให้พากันเข้าใจอย่างนี้นะ จิตของเราถ้าไปฝึกเป็นนิสัยแล้วเวลาจะตายจิตมันจะไปหานิสัยคือความเคยชิน ถ้าไปกราบศาลพระภูมิบ่อย ๆ ตายไปก็คิดถึงศาลพระภูมิ ก็ไปเป็นผี จึงเมตตาสงสาร..นี่แหล่ะเรียกว่า ให้ปิดอบายภูมิ ให้ได้ พอเข้าใจไหมล่ะ สัมมาทิฎฐิ
ก้าวแรก ก้าวย่างหนีออกอบายภูมิ..”


………………………………………………………….
บูชาธรรมพ่อแม่ครูอาจารย์เหนือเศียรเกล้า
หากบทความธรรมบรรยายที่นำมาเผยแพร่มานี้
ตกขาดผิดพลาดประการใด ข้าพเจ้าและผู้จัดทำ
ขอกราบขอขมาต่อพ่อแม่ครูอาจารย์ด้วยเศียรเกล้า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ