2253.หลวงปู่เลิศ วัดโพธาวาส พระเกจิผู้สืบเชื้อสายหลวงพ่อทองศุข แห่งวัดโตนดหลวง

#สุดยอดพระเกจิเมืองเพชรบุรี
พระเกจิผู้สืบเชื้อสายหลวงพ่อทองศุข แห่งวัดโตนดหลวง…..ท่านเป็นพระหลานชายแท้ๆของคุณพ่อสุข วัดโตนดหลวง. ท่านเป็นผู้ลง เข็มสักคู่มากับหลวงพ่อพิมพ์มาลัย.วัดหุบมะกล่ำ ท่านมีนามว่า หลวงปู่เลิศ วัดโพธาวาส อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี
#ประวัติหลวงปู่เลิศ

หลวงปู่เลิศ หรือ พระครูปลัดบุญเลิศ อคฺคปุญฺโญ(หลวงปู่ยืนยันว่า กนฺตสีโล )
ท่านเป็นหลานชายของคุณพ่อทองสุข วัดโตนดหลวง มีนามเดิมว่า บุญเลิศ โชติอรุณ เกิดเดือน ๗ ปี วอก พศ.๒๔๖๓ ณ. บ้านสมอพลือ ข้างวัดโพธาวาส อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี เป็นบุตรคนโตในจำนวนพี่น้อง ๖ คนของพ่อโต๊ะ แม่แปลก โชติอรุณ โดยโยมพ่อโต๊ะเป็นลูกผู้น้องของหลวงพ่อทองสุข วัดโตนดหลวง

หลวงปู่เลิศบวชเณรเมื่ออายุ ๑๗ ปี อยู่วัดโตนดหลวง หลังจากนั้นได้สึกออกมาเกณฑ์ทหาร จนอายุ ๒๑ ปีจึงได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ. วัดท่าไชยศิริ ต.สมอพลือ เมื่อบวชแล้วได้กลับไปช่วยงานหลวงพ่อทองสุข ที่วัดโตนดหลวง โดยเป็นพระหลานรักที่หลวงพ่อทองศุขถ่ายทอดกรรมฐานและพุทธาคมต่างๆรวมถึง นะปัดตลอดให้

จนท่านไว้วางใจมอบหมายให้หลวงปู่เลิศเป็นผู้สักยันต์ครู(สักที่หน้าอก ขวา)คู่กับหลวงพ่อพิมพ์(มาลัย มาลโญ) วัดหุบมะกล่ำหลานอีกท่านหนึ่ง แก่ศิษยานุศิษย์ในสายวัดโตนดหลวงแทนหลวงพ่อฯ ต่อมาภายหลังจากหลวงพ่อทองสุข มรณภาพ (พ.ศ. ๒๕๐๐) ๒ ปี ทางเจ้าคณะอำเภอก็ส่งหลวงปู่เลิศมาเป็นเจ้าอาวาส วัดโพธาวาส

จนกระทั่งเข้าสู่วัยชราหลวงปู่ฯเกิดความเบื่อหน่ายในภาระการดูแลวัดจึงได้ขอสละตำแหน่ง มาเก็บตัวปฏิบัติกรรมฐานอย่างเงียบๆจึงทำให้คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าท่านเป็นถึงหลานหลวงพ่อทองสุข วัดโตนดหลวง แต่สำหรับศิษย์หลวงพ่อสุขแท้ๆต่างทราบดี หลวงพ่อย้อน เจ้าอาวาสวัดโตนดหลวง รูปปัจจุบันยืนยันว่าหลวงปู่คือพระหลานชายของหลวงพ่อสุข

เมื่อตอนก่อนปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ท่านยังมาวัดโตนดหลวงแทบทุกสัปดาห์จนกระทั่งเริ่มชราภาพสังขารไม่อำนวยจึงหยุดไป หลวงพ่อจรัส วัดอินจำปา ลูกบุญธรรมหลวงพ่อจ่าง วัดเขื่อนเพชร บอกว่าเมื่อก่อนหลวงปู่เลิศมีเหรียญหลวงพ่อสุขเป็นถุงๆ

ที่จริงแล้วหลวงปู่เลิศ ควรจะต้องเป็นที่รู้จักมาก่อนหน้านี้นานแล้วหากไม่มีศิษย์หลวงพ่อทองสุข รุ่นใหญ่ที่กำลังโด่งดังในตอนก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นหลวงพ่อนิ่ม วัดเขาน้อย หรือหลวงพ่อจ่าง วัดเขื่อนเพชร แต่พอมาถึงยุครุ่นท่านแล้ว ท่านกลับเก็บตัวเงียบ ไม่ยอมสร้างวัตถุมงคล ทำให้ทุกคนลืมท่านไปหมด ท่านบอกว่าปล่อยให้น้องๆเขาดังกันไปเถอะหลวงปู่แก่แล้ว

แต่ท่านก็ไม่ได้ทิ้งการบำเพ็ญบุญบารมีด้วยการสงเคราะห์ ชาวบ้าน ท่านยังคงรักษาอาการป่วยเจ็บโดยเฉพาะการพ่นดับพิษทั้งหลายรวมถึงอาการวิกล จริตต่างๆ ตามแบบหลวงพ่อทองสุขผู้เป็นลุง ระหว่างนั้นมีศิษย์ใกล้ชิดหลายท่านที่ทราบประวัติหลวงปู่จึงได้อ้อนวอนขอหลวงปู่ฯช่วยทำตะกรุดให้ แล้วนำไปใช้จนพบประสบการณ์มากมาย ไม่ต่างกับของหลวงลุงผู้เป็นอาจารย์ แต่ด้วยความที่หลวงปู่ฯเป็นพระดุ จึงไม่ค่อยมีใครกล้าขอตะกรุดจากท่านทั้งที่อยากได้กันทุกคน

กระทั่งหลวงปู่ฯเริ่มชรามากขึ้น ดุน้อยลง คณะศิษยานุศิษย์จึงได้กราบอาราธนาขอหลวงปู่ฯให้จัดสร้างวัตถุมงคลขึ้นเพื่อ ให้ศิษยานุศิษย์ทั่วไปได้บูชากันโดยอาศัยฤกษ์สำคัญวันเสาร์๕ตัวผู้ปีขาล ที่หลายสิบปีจะมีสักครั้งเป็นเหตุ ทำให้หลวงปู่ฯท่านไม่ปฏิเสธแถมตั้งใจในการสร้างและปลุกเสกเป็นอย่างดี ด้วยว่าท่านก็ปราถนาที่จะอนุรักษ์พุทธาคมของหลวงพ่อทองสุข วัดโตนดหลวง ขนานแท้ไว้ให้ลูกหลานสืบไปฯ และที่สำคัญหลวงปู่ฯกล่าวหลังจากปลุกเสกวัตถุมงคลของท่านเสมอว่า……เชิญคุณพ่อทองสุขด้วย แรงจริงๆ สว่างจ้าฉันอัดแทบไม่ลง

#วัตรปฎิบัติและปฏิปทาของหลวงปู่เลิศ

หมดโลภโกรธหลง : หลวงปู่ท่านได้ดำเนินรอยตามหลวงพ่อทองสุขผู้เป็นลุงทุกประการ ท่านหมดโลภโกรธหลงเสียแล้ว ในกุฏิของท่านไม่พบของส่วนตัวมีค่าใดๆ แม้กระทั่งโต๊ะหมู่บูชายังไม่มี ปัจจัยนั้นท่านใช้ไม่เป็น บางวันยังเคยเห็นท่านนำธนบัตรใบละพันมามวนยาสูบ ลูกศิษย์ไม่นำอะไรไปให้ท่าน ท่านก็นั่งอยู่อย่างนั้นไม่เคยขอ หลวงปู่เป็นพระอภิญญาที่วางอารมณ์ได้สูงยิ่ง

ถึงแม้สังขารท่านจะล่วงโรยไปตามกาลเวลาแต่จิตใจหลวงปู่กับถึงธรรมผ่องใสมาก ขึ้น ผู้เขียนคลุกคลีอยู่กับท่านมานาน ยังไม่เคยเห็นท่านหงุดหงิดอารมณ์เสียแม้แต่ครั้งเดียว ไม่ว่าใครจะไปทำอย่างไรกับท่าน ท่านก็วางอุเบกขาอยู่อย่างนั้น หลายครั้งที่หลวงปู่ปวดท้องหนักหรือเบาแล้วไปห้องน้ำไม่ทันเนื่องจากไม่มี ใครอยู่ดูแลท่านตลอดเวลา ขาท่านก็เดินไม่ไหวต้องใช้ก้นนั่งแถกตัวไปกับพื้นกว่าจะถึงห้องน้ำ แล้วเกิดอั้นปัสสวะอุจาระไม่อยู่ราดเละสบงจีวรอยู่ตรงนั้น

ท่านก็ไม่ได้หัวเสียหงุดหงิดหรือรู้สึกเศร้าสมเพชเวทนาตัวเองแต่ประการใด ท่านยังคงยิ้มอยู่เหมือนเดิม ดังคนที่เข้าใจพระไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา หลวงปู่ท่านไม่เคยหลงไหลได้ปลื้มไปกับความวิเศษ หลายคนไปถามว่าท่านได้ร่ำเรียนวิชาอะไรมาบ้าง เพื่อจะขอวิชากับท่านโดยเฉพาะนะปัดตลอด ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะปฏิบัติได้ ท่านมักจะตอบว่าท่านไม่ค่อยได้ ท่านโง่

แล้วท่านเลี่ยงไปเล่าเรื่องอื่น หรือบางครั้งท่านก็ไปตอบเป็นเรื่องอื่น หากไปถามซักท่านมากๆ ท่านก็จะตอบวนไปวนมา จนหลายๆคนคิดว่าท่านหลง ยิ่งใครเคยเห็นท่านนำแบงก์มามวนยาดูดยิ่งคิดว่าท่านหลงเข้าไปใหญ่ แท้ที่จริงแล้วท่านไม่ได้หลงเพียงแต่ท่านพิจารณาแล้วว่าไม่ควรตอบจึงเลี่ยง ไปพูดเรื่องอื่น ที่ผมทราบเพราะไปมาหาสู่เป็นศิษย์อยู่กับท่านมานาน เวลาอยู่กันสองคนเงียบๆท่านเล่าให้ฟังมากมายสอนหลายๆเรื่อง จึงรู้ว่าท่านไม่หลงโดยเฉพาะหลงตัวเองว่าวิเศษ

#ที่สุดแห่งความเมตตา : เท่าที่สังเกตุหลวงปู่เป็นพระที่รักลูกศิษย์มากในยามที่ท่านป่วยท่านไม่เคย โบกไม้โบกมือไล่คนที่ไปกราบท่านไม่ว่าจะเป็นเศรษฐีหรือยาจก ท่านไม่มีอาการหงุดหงิดกับสุขภาพสังขารของท่าน ทันทีที่ท่านเห็นใครเข้าไปหาท่าน ท่านจะต้องพยายามพยุงตัวเองลุกขึ้นมานั่งต้อนรับแบบไม่สนใจตัวท่านเอง เป็นอย่างนี้ทุกครั้งไป

ไม่เหมือนเกจิบางรูปที่จะโหวกเหวกโวยวายต่อว่าญาติโยมว่าไปรบกวนท่าน หลวงปู่เลิศไม่เคยมีเด็ดขาด คนแปลกหน้าใครไปใครมาหาท่านไม่เคยระแวงว่าจะไปหยิบฉวยอะไรจากท่าน ใครหยิบก็หยิบไป บางทีท่านส่งให้เสียอีก จนลูกศิษย์ที่ดูแลอยู่เกิดระแวงแทน แต่หลวงปู่เฉย

#ที่สุดแห่งพระกรรมฐาน : หากใครได้เป็นศิษย์ในสายโตนดหลวงอย่างแท้จริงแล้วคงจะทราบว่าในสายวิชาสำนัก โตนดหลวงนั้นไม่ได้มีวิชาหลากหลายซับซ้อนอะไรมากมาย แต่หลวงพ่อทองสุขนั้นจะสำเร็จของด้วยอภิญญาที่เป็นผลพลอยได้จากการทำพระ กรรมฐาน และนี่คือสิ่งที่หลวงพ่อฯท่านเน้นมาก หลวงปู่เลิศเองก็เช่นกัน ท่านไม่เคยนอนเล่นให้เสียเปล่าท่านนอนอยู่ในฌาณตลอดเวลา

หากใครได้มีโอกาสไปกราบท่านโปรดสังเกตุว่าแม้กระทั่งเวลานอนท่านก็ยังงับปาก ทรงอารมณ์ฌาณทั้งวันแบบนี้ จึงทำให้อภิญญาและตบะเดชของท่านสูงยิ่ง เวลาท่านสำเร็จของจึงรวดเร็วมาก ท่านเคยบอกกับศิษย์ว่า กรรมฐานทิ้งไม่ได้ให้ทรงอารมณ์นี้ไว้ทั้งวัน มีเวลาอย่าหายใจทิ้งไปเปล่าๆ

ที่มา​ จดหมายเหตุพระเกจิ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ