2224.เรื่องเล่าพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์

#เรื่องเล่า #พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์
ในตอนนั้นผมยังอายุไม่ถึง ๑๐ ขวบ คุณพ่อรับราชการอยู่ที่นครศรีธรรมราช ในช่วงนั้นร.ร.ปิดเทอมผมจึงได้ไปอยู่กับคุณพ่อที่นั่น มีอยู่มาวันหนึ่งคุณพ่อได้พาผมไปหาพ่อท่านคล้ายที่วัดจันดี

เมื่อไปถึงที่วัดก็เห็นผู้คนมากมายมารอ พ่อท่านคล้ายกันอยู่เต็มศาลา ชั่วอึดใจใหญ่ก็มีคนแบกแคร่หามพาพ่อท่านคล้ายเข้ามาในศาลา คนที่ล้วนมารอสักการะท่าน ต่างลุกกันขึ้นมาและหมอบคลานเข้าไปหาพ่อท่านคล้ายกัน เป็นพัลวัน ในขณะนั้นเอง คุณลุงขุนพันธ์ก็ได้มาถึงที่วัดพอดี
…[ คงจะเป็นคุณพ่อนัดหมายให้ท่านมา ] …

แกเดินตรงเข้ามาหาคุณพ่อของผม แล้วกล่าวว่า ” คุณชัยยงค์ มาเร็ว ผมจะพาไปกราบหลวงพ่อ ”

…หลังจากนั้นกลุ่มของเรามี…ผม…คุณพ่อ…และนายตำรวจอีก ๒ นายก็ได้มาอยู่ตรงหน้าพ่อท่านคล้ายอย่างใกล้ชิด…คุณลุงขุนพันธ์และคุณพ่อผมก็ได้คุยกับท่านอยู่สักพัก…ตอนนั้นอากาศเริ่มร้อนขึ้นมามาก…
ผมเริ่มหงุดหงิดตามภาษาเด็กน้อย…ก็ร้องไห้และโวยวายเสียงดังสนั่น…พ่อท่านคล้ายท่านหันมาทางผม…แล้วให้คุณลุงขุนพันธ์นำตัวผมเข้าไปหาท่าน…พอถึงตัวท่าน…ท่านก็เอาผมไปไว้ที่ตักของท่านแล้วพูดภาษาทางใต้…ซึ่งในตอนนั้น…ผมก็คงไม่เข้าใจอะไรนัก…ว่าให้หยุดร้องไห้…เด็กน้อย…ว่าแล้วท่านก็คายหมากออกจากปากท่าน…จับมายัดใส่ปากของผมเต็มคำทีเดียว…ได้ผลเกินคาด…ผมหยุดร้องไห้ทันที…

…คงน่าจะเป็นที่…หมากอยู่เต็มปากผมกระมัง…แถมท่านยักเป่าคาถาคาบลม ใส่ที่ศรีษะผมอีก…หลายๆครั้ง…ผมนั่งนิ่งเหมือนโดนสะกด…พอรู้สึกตัวได้ก็รีบลุกขึ้นวิ่งไปหาคุณพ่อผมในทันที…
พร้อมกับที่จะคาย…หมากออกจากปาก…คุณพ่อรีบล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าออกมา…รองรับหมากจากปาก
ผมในทันควัน…
…หลังจากวันนั้นคุณลุงขุนพันธ์ก็ได้มาหาที่บ้าน…นำผงที่ทำพระของท่าน…มาประสมกับชานหมาก
ที่คุณพ่อได้เก็บไว้ในวันนั้น…และปั้นเป็นก้อนได้อยู่หลายลูก…

…ทุกวันนี้ผมก็ได้ใส่ลูกอมก้อนนั้นอยู่เป็นประจำ…
เพราะมี…ประสพการณ์ที่เกิดขึ้นกับผมมากมาย…จนเกินกว่าที่จะเล่าให้ทุกคนได้รับฟังได้หมดในวันนี้…

…มาจนทุกวันนี้…ก่อนที่ผมจะมาเป็นโหราจารย์…ตอนที่ยังเล่นดนตรีอยู่…ข้างๆบ้านผมมีเพื่อนบ้าน
อยู่คนหนึ่ง…เป็นคนขี้เมา เวลาเมาทีไรจะโวยวายเสียงดังเป็นที่รบกวนชาวบ้านเป็นอย่างมากน่ารำคาญใจ…มีอยู่วันหนึ่งผมก็บ่นออกมาเป็นวาจาว่า”มันเมาแบบนี้ทุกวัน…น่าเบื่อจริงๆ…จะไปอยู่ที่ไหนก็ไปซะ
จะได้ไม่…ต้องเดือดร้อนชาวบ้านร้านค้าเขา”…หลังจากผมบ่นไปไม่นาน…ก็ปรากฎบุคคลขี้เมาคนนั้น…
ก็ได้ย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่นในเวลาต่อมา…ทั้งๆที่บ้านที่อยู่ก็เป็นบ้านของตัวเขาเอง…

…เรื่องแปลกๆก็ได้เกิดขึ้นอีกคือว่า…ตึกที่ผมอยู่ตอนนั้นเป็นตึก ๓ ชั้นริมถนนในซอยกลางด้านข้าง
มีถนนเข้าไปในซอยย่อยอีก…ตอนที่ซื้อตึก…คนที่ขายให้เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง…แกกะว่าห้องที่จะขายผม…แกจะอยู่อาศัยเอง…ดังนั้นตึกแถวห้องนี้จึงมีความกว้างกว่าห้องอื่นๆ…แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นมาก็คือบ้านที่อยู่หลังตึกของผมนั้นมีนายตำรวจอาศัยอยู่ ๑ หลัง…นายตำรวจคงเห้นว่าห้องของผมใหญ่กว่า

ห้องอื่น…และได้ล้ำ…ออกไปที่ถนนในซอย…จึงมายืนโวยวายกล่าวหาว่าว่าตึกผมสร้างเกินออกไปที่ถนน…ตอนที่เขามาโวยวายนั้นผมไม่อยู่บ้าน…พอผมกลับมาบ้านลูกชายได้เล่าให้ฟัง…ผมก็ของขึ้นไปยืนหลังบ้านแล้วโวยกลับไปบ้าง…

พอกลับเข้ามาในบ้านผมก็พูดบ่นขึ้นมาลอยๆอย่างไม่ตั้งใจว่า”คนแบบนี้เสียแรงเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฐ์กลับเป็นคนไม่มีเหตูผล…อย่างนี้น่าตาย…ไม่ได้เรื่องเลย…” อันที่จริงนายตำรวจคนนั้นไม่รู้ว่าผมเป็นลูกชายนายพล…จึงกล้ามาโวยวายแต่แรก…ตอนหลังคงมีคนไปบอกเวลาขับรถผ่านหน้าบ้านผมรีบขับออกไปอย่างรวดเร็วไม่กล้าหันมามองอีกเลย

พอเสร็จเรื่องไปแล้วอีก ๒-๓ เดือนต่อมาได้ข่าวว่าเข้าโรงพยาบาล…นอนอยู่ไม่กี่วันก็เสียชีวิต…ผมพอได้ฟังข่าวก็สลดใจนึกอโหสิกรรมให้ในทันที…มาฉุกคิดได้ว่าเราก็เคยพูดให้เขาตาย…ชะรอยการที่พ่อท่านคล้ายท่านคายชานหมากมาให้…
…จะมีผลทำให้เกิดเรื่องพวกนี้ขึ้นมาได้กระมัง…คือ…

เป็นไปตามปาก…พอคิดถึงข้อนี้…หลังจากนั้นต่อมา…จะพูดให้ร้ายใครผมต้องตรึกตรองให้รอบคอบ…ก่อนที่จะกล่าววาจาอันใดออกไป..

Cr. – สัพเพเหระ เรื่องราวต่างๆ ปกิณกะโหร ประวัติคณาอาจารย์ ฯ

ที่มา​ จดหมายเหตุพระเกจิ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ