2219.มีดหมอหลวงพ่อเดิมกับจอมพล ป.พิบูลสงคราม

บันทึกจากปากคำของคุณประดิษฐ์ที่ผู้เขียนได้ทำเอาไว้นั้นมีมากมายเป็นเหตุการณ์ตลอดชีวิตของอดีตแชมป์รุ่นยักษ์ของประเทศไทยผู้กล้าแกร่งซึ่งมอบตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อเดิมและหลวงพ่อรักใคร่ประดุจบุตรของท่านเลยทีเดียวเพราะคุณประดิษฐ์ได้อุทิศตนทั้งสร้างวัตถุมงคลและทั้งช่วยเป็นแรงในการจัดสร้างกระทั่งเมื่อเข้าไปอยู่ในคลองเปรมเพราะกรรมเวรมาถึงโดยถูกกล่าวหาให้ได้รับความทรมานทั้งทั้งที่บริสุทธิ์แต่หลวงพ่อก็ยังเมตตาแผ่บารมีมาช่วย

ตัวคุณประดิษฐ์เองนั้นบอกกับผู้เขียนว่า ภาวนาเรียกหลวงพ่อให้ช่วยทุกเช้าเย็นไม่ใช่เรียกให้ช่วยมาแหกคุกเหมือนกับที่มีผู้แอบอ้างที่หลุดออกมาได้ก็เพราะอำนาจแห่งบารมีรอยเท้าหลวงพ่อและเมตตาธรรมที่หลวงพ่อได้เมตตาปลุกเสกรูปหล่อรุ่นที่คุณประดิษฐ์หล่อในคุกเพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งมาสู้คดีหลวงพ่อเมื่อได้รับจดหมายของคุณประดิษฐ์ก็ตอบกลับคนที่ถือจดหมายไปว่าให้ทำมาหลวงพ่อจะปลุกเสกให้เพราะประดิษฐ์คือบุตรคนหนึ่งของหลวงพ่อแม้กรรมการวัดบางคนจะมีอคติคอยทักท้วงแต่หลวงพ่อก็ยังคงยืนกรานปลุกเสกให้และจากนี้ไปผู้เขียนก็จะได้นำเอาเรื่อง ที่ได้ถอดจากบันทึกปากคำของคุณประดิษฐ์มาให้ท่านได้อ่านต่อไป

หลังจากพี่หลวงพิบูลย์ฯ ถูกนายยังไล่ล่าเอาชีวิตแต่แคล้วคลาดไปได้นั้นทางนายทหาร คนสนิทได้ปรารภ กันว่าท่านผู้เป็นเจ้านายมีชีวิตอยู่ในระหว่างความเป็นความตายอยู่เสมอศัตรูของท่านมีมาก อย่ากระนั้นเลยจะต้องหาเครื่องรางที่มีอานุภาพสูง มาให้ท่านไว้ติดตัวในที่สุดก็ตกลงกันว่าจะไปขอให้หลวงพ่อเดิมบรรจุมีดสามกษัตริย์ให้กับหลวงพิบูลฯ สักด้ามหนึ่ง มาถึงตอนนี้ก็คิดกันว่าอันหลวงพิบูลฯ นั้นท่านต้องออกงานอยู่เป็นประจำมีดหมอที่จะทำให้นานต้องมีขนาดเล็กใส่กระเป๋าได้สะดวก คนที่เล่าให้ข้าพเจ้าฟังนี้เป็นเพื่อนสนิทกับนายลี บุญตา คนรถของ หลวงพิบูลฯ ข้าพเจ้าจำชื่อและนามสกุลเขาไม่ได้เพียงแต่ได้ข่าวว่ากลับไปภาคอีสานแล้วข่าวคราวก็เงียบหายไป


มีดหมอของท่านจอมพล-ป.จากร้านlek-x-treme-sound-phaisali

นายทหารคนสนิทของหลวงพิบูลฯ ได้เดินทางไปวัดหนองโพเพื่อติดต่อกับกรรมการวัดขอให้ทำมีดหมอสามกษัตริย์ทางกรรมการวัดบอกระเบียบว่าต้องสั่งทำวางเงินไว้ ๑ ชั่ง ( ๘๐ บาท) ในตอนนั้นเงิน ๑ ชั่งมากมายเหลือเกิน เพราะข้าวเปลือก ราคาเพียง เกวียนละ ๒๘ บาทเท่านั้น และตกลงให้เลือกขนาดมีด ทว่ามีดที่ทางวัดทำขึ้นไว้นั้นมีขนาดใหญ่โตแม้จะเป็นขนาดปากกาก็ยังไม่เหมาะจึงได้ปรึกษากันให้ตีมีดขนาดจิ๋วที่เรียกว่ามีดสาลิกาขึ้นมาเป็นพิเศษกะเอาทั้งปลอกทั้งด้ามขนาด ๒ นิ้วกว่านิดหน่อยสำหรับที่กันนั้นขอให้ใช้แผ่นทองคำรีดเพื่อลงอักขระกำกับเอาไว้ด้วย เมื่อตกลงกันได้ก็เดินทางกลับ นัดไว้ว่าอีก ๒ เดือนจึงไปรับมีด

มีดเล่มนั้นเดินลายเป็นทอง นากเงินที่ด้ามอย่างสวยงามและแผ่นตะกรุดทองคำที่ลงอักขระนั้นได้สอดไว้และเหลือส่วนหนึ่งโผล่ขึ้นมาแล้วตีพับขึ้นไว้นอกกั่นอย่างสวยงามช่างทำสุดฝีมือเพราะทางผู้สั่งบอกเอาไว้ว่าจะเอาไปให้กับหลวงพิบูลฯ หลวงพ่อเดิมท่านก็ปลุกเสกให้อย่างเต็มที่เพราะหลวงพ่อชอบตำรวจ ทหาร และข้าราชการ เมื่อเสร็จแล้วก็นำกลับมาที่กรุงเทพฯ และมอบให้กับหลวงพิบูลฯ หลวงพิบูลฯ รับมาดูด้วยความพอใจเพราะฝีมือการทำละเอียดสวยงามและมีขนาดเล็กท่านได้ให้คนเย็บไถ้ด้วยผ้ากำมะหยี่หุ้มเอาไว้ มีปากรูดปิดเวลาท่านจะออกจากบ้านก็จะใช้เข็มกลัดกลัดติดไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านซ้ายเป็นประจำ

จะขอเอ่ยถึงนายลี บุญตาคนสำคัญนายลีเป็นคนขุขันธ์เคยรับราชการทหารเมื่อปลดประจำการได้เข้าเป็นคนสวนของบิดาหลวงพิบูลฯ และ ต่อมา ก็ได้มาเป็นคนรับใช้ในบ้านของหลวงพิบูลฯ ที่ หลวงพิบูลฯ รักใคร่และเมตตาเพราะถือว่าเป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงมาแต่ครั้งผู้เป็นบิดา และประกอบกับว่าตอนที่เป็นรัฐมนตรีกลาโหมนั้นศัตรูทางการเมืองมีมากขึ้นจึงต้องหาคนที่ไว้วางใจได้มาเป็นคนขับรถเพราะคนที่ใกล้ชิดหากทรยศแล้วชีวิตของหลวงพิบูลฯ จะไม่ปลอดภัยจึงได้ให้นายลี บุญตามาเป็นคนขับรถส่วนตัวให้เงินเดือนไม่รวมเลี้ยงพิเศษถึงเดือนละ 25 บาททั้งยังได้จัดพิธีแต่งงานให้เป็นฝั่งเป็นฝาอีกด้วย

แต่อยู่ดีๆนายลี บุญตาก็หายออกจากบ้านไปโดยไม่มีร่องรอยหลวงพิบูลฯ ก็ร้อนใจแต่คิดว่าคงจะไปเยี่ยมบ้านแล้วในที่สุดนายลีก็กลับมาหาหลวงพิบูลฯ จึงเรียกตัวไปสอบถามนายลีตอบว่าไปเที่ยวภูเขาทองแล้วก็เพลินไปกับเพื่อนคนบ้านเดียวกันจากวันนั้นมานายลี บุญตา เปลี่ยนไปเป็นคนละคนกินเหล้ามากขึ้นจนเมามายทุกวันและมีอาการของคนเหม่อลอยเสียอีกด้วยแต่หลวงพิบูลฯ ก็ไม่ได้ใส่ใจคงไปไหนมาไหนกับนายลีเสมอๆเหมือนอย่างที่เคยกระทำมา

จากบันทึกของกรมตำรวจระบุไว้ว่าวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๔๘๑ เวลาประมาณ ๑๙.๐๐ น. หลวงพิบูลฯ มีราชการจะต้องไปในงานเลี้ยงข้าราชการทหารไปต่างประเทศจึงได้อาบน้ำเตรียมตัวที่จะไปงาน

หลวงพิบูลฯ หรือต่อมาก็คือท่านจอมพล ป. พิบูลสงคราม ใส่เสื้อแขนยาวเรียบร้อยแล้วยังไม่ได้ใส่กางเกงกำลังหวีผมอยู่ที่หน้ากระจกที่โต๊ะเครื่องแป้งในกระเป๋าเสื้อตัวนั้นมีมีดหมอสามกษัตริย์ของหลวงพ่อกลัดติดอยู่เรียบร้อยแล้ว

พลันหูก็ได้ยินเสียงดังแป๊กจึงหันกลับมาดูก็เห็นนายลี บุญตายืนจังก้ามือถือปืนจ้องมาอย่างประสงค์ร้ายและเสียงดังแป๊กที่ได้ยินก็คือเสียงในลีเหนี่ยวไกสับนกลงไปบนจานท้ายกระสุนแต่กระสุนด้านหลวงพิบูลฯ วิ่งสวนนายลี บุญตาออกนอกห้องไปนายลี บุญตาก็กวดยิงหลวงพิบูลฯ ไปเรื่อยๆในระยะไม่ห่างนักเสียงดังโป้งโป้งแต่กระสุนกลับไม่ถูกหลวงพิบูลฯ เหมือนกับมีมือวิเศษมาปัดกระสูนให้เบี่ยงเบนออกไปด้านข้าง

หลวงพิบูลฯ วิ่งไปจนมุมในห้องของคุณหญิงละเอียดศรีภรรยาขณะนั้นคุณหญิงละเอียดกำลังอยู่ในห้องพอดีพลันหลวงพิบูลฯ ก็วิ่งเข้ามาโดยมีนายลี บุญตาไล่ตามเข้ามายืนห่างจากหลวงพิบูลฯ เพียงวากว่า ทูตนรกในมือของ นายลี บุญตาถูกเล็งอย่างบรรจงแล้วเหนี่ยวไกโป้งกระสุนปืนไม่ถูกอีกเช่นเคย ทั้งทั้งที่เป็นการยิงในระยะเผาขนกับไปถูกกระจกแตกกระจายเกลื่อนห้อง

เสียงปืนทำให้ตำรวจที่มาคอยอารักขาอันประกอบด้วย ส.ต.ท. ผล,ส.ต.ท. เปล่ง ,จ.ส.ต. ทองดี และร.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ วิ่งตามเสียงปืนขึ้นมาและก่อนที่นายลีบุญตาจะทันได้ยิงซ้ำก็ช่วยกันปล้ำปลดอาวุธและควบคุมตัวนายลีบุญตาไปสอบสวนยังสถานีตำรวจเพื่อหาจอมบงการที่อยู่เบื้องหลังการก่อการร้ายครั้งนี้

สรุปแล้วสิ่งที่หลวงพิบูลฯ มีติดกระเป๋าเสื้อมี อยู่เพียงอันเดียวก็คือมีดหมอขนาดจิ๋วสาลิกาเท่านั้นเองและก็ปรากฏผลดังนี้คือ

ในนัดแรกที่นายลีจ้องปืนยิงจากด้านหลังนั้นกระสุนปืนไม่ลั่นออกมามีเสียงดังแป๊กเมื่อหันหน้ามาเผชิญกันแล้วยิงอีกคราวนี้หลวงพิบูลฯ คงจะตกใจจึงทำให้กระสุนลั่นออกมาใส่แต่ทว่ากฤษติญาคมที่แฝงไว้ในเทพศาสตราเบี่ยงเบนกระสุนให้แคล้วคลาดไปเป็นเหตุให้หลวงพิบูลฯ

รอดจากเงื้อมมือมัจจุราชได้อย่างหวุดหวิดและการยิงในระยะเพียงวากว่าๆกระสุนก็ยังไม่ถูกซึ่งผิดวิสัยที่นายลี บุญตาซึ่งเคยผ่านการเป็นทหารได้รับการฝึกหัดให้ใช้อาวุธปืนมาเป็นอย่างดีจะยิงพลาดแต่ก็พลาดจนได้สำหรับเรื่องนี้นั้นข้าพเจ้าฟังเขาเล่าต่อมาอีกทีหนึ่งและมีดเล่มนั้นต่อมาจอมพล ป. ได้มอบให้กับคนสนิทคนหนึ่งไว้เป็นของขวัญติดตัวในปลายอายุของท่านและตกทอดไปอยู่กับทายาทแต่จะอยู่ที่ใดนั้นเหลือวิสัยที่จะสอบค้น

แสดงให้เห็นเด่นชัดว่ากฤติยาคมในด้านการ อารักขาชีวันอันตรายนั้นยอดเยี่ยมนักแม้จะเป็นเพียงเทพศาสตราที่ย่อส่วนมาจนเหลือเพียงเท่ากับตะกรุดดอกหนึ่งเท่านั้นท่านที่เคารพกำลังใจอันแน่วแน่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะเสริมความขลังของมงคลวัตถุดังรายของหลวงพิบูลฯ ตอนแรกที่ท่านยังไม่รู้ว่ามีคนลอบยิงกำลังใจท่านยังไม่เสียปืนจึงไม่ลั่นข้อนี้ยืนยันได้เพราะหลวงพิบูลฯ ได้พูดกับนายทหารที่ไปร่วมงานเลี้ยงหลังจากท่านถูกยิงมาหยกๆว่า

” ข้าพเจ้ารู้สึกตกใจมากตัวสั่นเทิ้มไม่ใช่กลัวตายแต่ข้าพเจ้าเส้นประสาทเสียหมดเพราะนึกไม่ถึงว่าศัตรูที่มายิงข้าพเจ้าครั้งนี้จะเป็นคนในบ้านที่ข้าพเจ้าไว้ใจและปืนกระบอกนั้นก็เป็นปืนของข้าพเจ้าเองด้วย”

ขอให้ท่านได้ระลึกไว้เสมอว่าหากเข้าที่คับขันอย่าตกใจจนเกินการควบคุมสติไว้ให้มั่นอย่าใจเสียหรือตกใจหวาดหวั่นให้นึกในใจว่าตายเป็นตายเครื่องรางของขลังจะต้องคุ้มครองเราแน่นอนไม่ผิดมากเท่านี้แหละแล้วท่านจะปลอดภัย

ที่มา นักเลงโบราณ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ