2045.แม้น้ำหมากในกระโถนกินแล้วยังเหนียว

แม้น้ำหมากในกระโถนกินแล้วยังเหนียว
เกจิเมืองราชบุรี ขึ้นชื่อนักเรื่องความเหนียว ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รุ่นเก่าที่ขึ้นชื่อนักเรื่องความเหนียว คือ หลวงพ่อห้อง วัดช่องลม หลวงพ่อชุ่ม วัดราชคาม
รุ่นหลังลงมาหน่อย ก็มีอยูหลายองค์เช่น หลวงปู่หนู วัดทุ่งแหลม เจ้าของเหรียญหลังหนุมานออกศึก หลวงพ่อสุรินทร์ วัดลาดบัวขาว เจ้าของเหรียญหมูไฟ ส่วนอีกองค์ ก็ขึ้นชื่อนัก คือ หลวงพ่อเชย วัดเกาะลอย เจ้าของไหมมงคลเจ็ดสีอันลือลั่น
..อภินิหารหลวงพ่อเชย วัดเกาะลอย ตอน แค่น้ำหมากของหลวงพ่อในกระโถนก็ยังเหนียว……….

“พระธเนศ ตปสีโล”กรุณาเล่าให้ฟังว่า มีนายทหารชั้นยศพันตรีท่านหนึ่ง(จำชื่อนามสกุลไม่ได้) ได้ย้ายมาประจำการที่ค่ายภานุรังสี จังหวัดราชบุรี ผู้เขียนขอเรียกท่านว่า “ผู้พัน”

ผู้พันเป็นนักรบชายชาติทหาร เคยผ่านสมรภูมิโหดอย่างทุ่งไหหิน ที่ประเทศลาวมาแล้ว แกเป็นนายทหารสัญญาบัตรสายเหยี่ยว เป็นคนอารมณ์ร้อน พูดจาเสียงดังไม่เคยกลัวใคร ทั้งยังเป็นคนค่อนข้างถือตัวเจ้ายศเจ้าอย่างอีกต่างหาก แนวๆว่าอยากได้อะไรก็ต้องได้ จะว่าไปแล้วแกออกแนวบ้าบิ่นเสียด้วยซ้ำไป

ผู้พันได้ยินเรื่อง “คนโดนเหล็กแป๊บตีเข้าที่ก้านคอ จนเหล็กพับคาคอแต่ไม่เป็นอะไร เพราะมีวัตถุมงคลของหลวงพ่อเชย” แกจึงอยากลองพิสูจน์ดูว่าท่านจะเก่งจริงตามที่ได้ยินมาหรือไม่

ถึงวันหยุดผู้พันก็เดินทางมายังวัดเกาะลอยอุดมเอกธาราม พอมาถึงก็แนะนำตัวกับหลวงพ่อว่าเป็นใครมาจากไหน จากนั้นผู้พันก็ขอชานหมากท่าน หลวงพ่อเชยว่าให้รอก่อน เพราะท่านกำลังเคี้ยวอยู่ หลวงพ่อเคี้ยวหมากอยู่นาน(ท่านเคี้ยวไปเสกไป) ผู้พันหงุดหงิดนึกว่าหลวงพ่อแกล้งถ่วงเวลา ทั้งตนเองก็เป็นคนใจร้อนบวกเข้ากับความบ้าระห่ำที่มีในสายเลือด แกจึงยกกระโถนขึ้นมากระดกดื่มน้ำหมากที่มีจนหมด เสร็จก็วางกระโถนลงที่เดิม แล้วพูดกับหลวงพ่อเชยว่า “ไม่ต้องแล้วครับท่าน ผมมีธุระต้องไปต่อ”

หลวงพ่อเชยพยักหน้าแล้วพูดขึ้นว่า “อยากรู้เหมือนกันว่าน้ำหมากที่บ้วนทิ้งจะศักดิ์สิทธิ์คุ้มตัวได้ไหม” ว่าเสร็จท่านก็คว้ามีดปาดตาลที่วางข้างๆ ฟันเข้าที่คอของผู้พันอย่างจัง แต่เมื่อคมมีดกระทบต้นคอ ก็กระเด้งกลับ ไม่ระคายผิว ยางบอนก็ไม่มีให้เห็น(หลวงพ่อเชยท่านทำวัตถุมงคลเป็นเชือกถัก ท่านจึงต้องมีมีดไว้ใกล้ตัว)…

…กลับมาที่ผู้พันอีกครั้งหนึ่ง ผู้พันแกตกใจนึกไม่ถึงว่าหลวงพ่อจะฟัน พอแกเห็นท่านเงื้อมีดปาดตาลคมกริบหมายจะฟันแก แกก็จะกระโดดหนี แต่ปรากฏว่าแกเกิดขยับตัวหนีไม่ได้คล้ายกับถูกมนต์สะกด หรือบางคนเรียกว่าผีอำ…

พอหลวงพ่อเชยฟันเสร็จท่านก็พูดกับผู้พันว่า “เอาล่ะใช้ได้ มีธุระก็รีบกลับไปซะ” จากนั้นผู้พันก็ขยับเนื้อตัวได้ ผู้พันลุกขึ้นยืนแล้วรีบเดินออกมาจากกุฏิของหลวงพ่ออย่างแค้นเคือง

ขอบคุณที่มา ศิษย์สายวัดสะพานสูง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ