1945.เหตุเกิดที่เมืองพาราณสี หลวงปู่ไดโนเสาร์ วัดสักกะวัน (ภูกุ้มข้าว)

เหตุเกิดที่เมืองพาราณสี
สมุห์ สมุห์ สมุห์ อยู่ไหน… เสียงเรียกของหลวงปู่ดังออกมาจากห้องพักในวัดจีนไตรรัตนาราม หลังจากที่ท่านหลับไปพักใหญ่เพราะความเหนื่อยล้า จากการเดินทางที่ยาวนานถึง ๑๐ ชั่วโมง จากพระนครสาวัตถีถึงเมืองพาราณสี
อาตมาจึงไปนั่งลง พนมมืออยู่ใกล้ๆท่าน “ครับผม หลวงปู่” ท่านชี้มือไป โดยไม่ลุกจากที่นอนและไม่ลืมตา “ทางนั้น ทางนั้น ผมเห็นม้า ม้าตัวใหญ่ ประดับประดาด้วยทองคำ สานเป็นตาข่ายคลุมตัวไว้ ที่คอมีเพชรเม็ดใหญ่เท่านี้ (ท่านกำมือชูขึ้น) มีกองทหารวิ่งตามเป็นกองทัพ ยิ่งใหญ่เหลือเกิน มันคืออะไร สมุห์ ทางนั้นคือที่ไหน”

ในพลันเรื่องราวที่เคยอ่านก็ผลุดขึ้นในความคิด “สมัยของท้าวสาคร กษัตริย์แห่งเมืองอโยธยามีพระราชดำริถึงพิธีอัศวเมธ คือ พระราชพิธีปล่อยม้าศึกที่ประดับประดาด้วยทรัพย์สินให้ยิ่งใหญ่ มีเงิน ทอง อัญมณี เป็นต้น เพื่อแสดงพระราชอำนาจและพระแสนยานุภาพให้ปรากฏแก่กษัตริย์ตามเมืองต่างๆ โดยหากมีผู้ใดผู้หนึ่งกล้าจับม้าตัวนี้ซึ่งเรียกกันว่า ม้าอุปการ ก็จะเกิดศึกสงครามขึ้นทันที กษัตริย์อินเดียที่ปรารถนาจะเป็นใหญ่ในชมพูทวีปสมัยนั้นมักจะใช้วิธีการนี้เป็นการบอกกล่าว โดยพระราชพิธีครั้งนี้ท้าวสาครโปรดฯให้พระราชโอรส ๖๐,๐๐๐ พระองค์ คอยติดตามและป้องกัน ครั้นพระอินทร์แปลงกายเป็นรากษสลักพาม้าอุปการในการประกอบพระราชพิธีนี้ไปเสีย ท้าวสาครทรงพิโรธมาก มีรับสั่งให้พระราชโอรสทั้งหมดตามหาม้า อุปการคืนมาจะด้วยวิธีใดก็ได้ กาลครั้งนั้นเกิดความเดือดร้อนให้แก่เหล่าเทพ อสูร ครุฑ รากษส และสัตว์อื่นเป็นจำนวนมาก ร้อนถึงพระวิษณุต้องแปลงกายเป็นฤาษีกบิลเพื่อเข้าแก้ไขสถานการณ์ เมื่อบรรดาพระโอรสของท้าวสาคร มาพบฤาษีกบิลอยู่กับม้าอุปการจึงเข้าไปหมายจะทำร้ายพระฤาษี พระฤาษีแปลงจึงได้สำแดงฤทธิ์บันดาลให้เปลวเพลิงออกมาจากนัยน์ตาที่ 3 เผาผลาญสรีระของพระพระราชกุมารทั้งหมดมอดไหม้กลายเป็นเถ้าในพริบตา คงเหลือเพียงพระอัฐิซึ่งมีบาปติดอยู่เท่านั้น

ท้าวสาครเมื่อทรงทราบเหตุการณ์โดยลำดับจากพระฤาษีเทวนารถแล้ว ทรงประสบโทมนัสพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง จึงทรงมีพระกระแสรับสั่งให้พระราชนัดดาพระนามว่า เจ้าชายศุมนต์หรืออังสุมัน ไปพบพระฤาษีกบิลเพื่อไต่ถามถึงวิธีการแก้ไขให้บาปของพระราชกุมารทั้ง ๖๐,๐๐๐ พระองค์หายไป พระฤาษีได้กล่าวกับพระราชนัดดาว่า “วิญญาณของพระกุมารทั้งหมดนั้น จะพ้นจากบาปและจะได้ขึ้นสู่สรวงสวรรค์ เมื่อพระอัฐิเหล่านั้นได้ถูกชำระล้างด้วยพระคงคาวารี คือ น้ำจากพระแม่คงคาเท่านั้น บาปจึงจะหมดสิ้นไป” อันเป็นเรื่องราวการกำเนิดเเม่น้ำคงคา

จึงกราบเรียนเรื่องราวถวายท่าน องค์ท่านจึงพูดขึ้นว่า “มากับหนังสือมันอย่างนี้เอง”
ความน่าอัศจรรย์คือ ท่านพึ่งมาอินเดียครั้งแรก แต่ทิศที่ท่านชี้ไปคือท่าน้ำคงคา ท่าสำคัญชื่อ “ทศอัศวะเมธะฆาต” (ที่ทราบเพราะได้สอบถามจากท่านผู้รู้ในภายหลัง)

#พยานในเหตุการณ์นั้น มี คุณหน่อย มนตรี พรหมพล , คุณแม่กิตติธร รัตนไตรภพ แม่เอี้ยงคำของหลวงปู่, พระสิริวัฒน์ สิริวัฒโน(ปัจจุบันอยู่แคนาดา),อดีตพระทิพย์พรชัย กาลคลอด(ทิดหมู) ปัจจุบันถึงแก่กรรมแล้ว
อาตมาจึงไม่เคยสงสัยในนิมิตหรือความรู้ในสมาธิของหลวงปู่เลย

เรื่องเล่าจากหลวงปู่พระญาณวิสาลเถร
ขอบคุณที่มา ศิษย์มีครู
แอพเกจิ แอพรวมเรื่องราวประสบการณ์จริง เกี่ยวกับ พุทธคุณ ไสยศาสตร์ วิชาอาคม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ