1801.ประวัติ พระอุปัชฌาย์ตัน วัดอู่ตะเภา (สระบุรี) สุดยอดมหาอุด

(พระอุปัชฌาย์ตัน วัดอู่ตะเภา) ท่านถือกำเนิดเมื่อปี พ.ศ.๒๔๐๖ ในเขตอำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี (ไม่ทราบนามบิดามารดา) ต่อมาท่านก็ได้บรรพชาเป็นสามเณร ศึกษาอักษรภาษาร่วมสมัยที่ (วัดบ้านบก) แล้วย้ายไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ในจังหวัดกรุงเทพฯ

ครั้นเมื่อท่านมีอายุครบบวช ต่อมาก็ได้อุปสมบทที่วัดในกรุงเทพฯ ได้ฉายาว่า “คนโธ” (ไม่ทราบนามพระอุปัชฌาย์) เมื่อถึงปี พ.ศ.๒๔๓๐ ท่านก็ได้ธุดงค์กลับมา ที่ภูมิลำเนาเดิมของท่าน ช่วงแรกท่านได้จำพรรษาที่ “วัดบ้านบก” ในขณะนั้น วัดบ้านบกได้ทรุดโทรมลงไปมาก และล้อมรอบไปด้วยบ้านเรือนอันดูไม่เงียบสงบนัก เมื่อออกพรรษาแล้ว ท่านและชาวบ้านจึงร่วมกันย้ายเสนาสนะมาสร้างใหม่ ในที่ดินของบิดามารดาท่าน ที่ได้ถวายให้ท่าน หลังจากได้สร้างขึ้นใหม่แล้วนั้น ก็ได้ตั้งชื่อใหม่ว่า (วัดอู่ตะเภาทอง)

“วัดอู่สำเภาทอง” นี้ ตั้งอยู่บ้านหนองอู่สำเภา ตำบลม่วงหวาน อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี เป็นวัดเก่าแก่มีอายุ ๑๐๐ กว่าปี สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๔๓๑ สร้างโดย (พระอุปัชฌาย์ตัน) เป็นผู้นำในการก่อสร้าง วัดอู่ตะเภามีสิ่งบ่งบอกถึงความเก่าแก่ ของวัดไม่มากนัก มีพระอุโบสถ ผนังก่ออิฐถือปูน มีประตูเข้าด้านทิศตะวันออกด้านเดียว หลังคามุงด้วยกระเบื้อง ไม่มีช่อฟ้าใบระกาหรือหางหงส์

การก่อสร้างในสมัยนั้นเรียบง่าย ไม่มีลวดลายวิจิตรพิสดารแต่อย่างใด เพราะเป็นช่างชาวบ้านที่ช่วยกันตามศรัทธา มีกำแพงแก้วล้อมรอบ อุโบสถหลังนี้ตามจารึกที่ผนังบอกว่า ปฏิสังขรณ์เมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๘ แสดงถึงอายุของการก่อสร้างจริง พร้อมกับการตั้งวัดนี้ขึ้น นอกจากนี้ยังมีเจดีย์ด้านหน้าอุโบสถ สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๔ สร้างโดย (พระอุปัชฌาย์ตัน) เป็นผู้ดำรินำในการก่อสร้าง ธรรมาสน์ทำด้วยไม้สัก ที่มีลวดลายฉลุประดับเป็นลายเทพนม ลายเครือดอกพุดตาน ในสมัยนั้นมีพระพุทธรูปประจำวัดอู่ตะเภา เดิมทีมีหลายองค์ แต่ในปัจจุบันเหลืออยู่ไม่กี่องค์เพราะถูกขโมยไปเป็นจำนวนมาก

พระอุปัชฌาย์ตัน ท่านยังเป็นพระสหธรรมิกกับ (หลวงพ่อยอด วัดหนองปลาหมอ) พระเกจิผู้เข้มขลังมากในสมัยนั้น และท่านยังเป็นพระอาจารย์ของ (หลวงพ่อผัน วัดแปดอาร์) อีกด้วย

พระอุปัชฌาย์ตัน ท่านมีลูกศิษย์ลูกหามากมายในสมัยนั้น ทั้งในเขตสระบุรี อยุธยา หรือจังหวัดใกล้เคียง มักจะนิมนต์ท่านให้เป็นพระอุปัชฌาย์อยู่บ่อยครั้ง ท่านใช้ม้าเป็นพาหนะ เดินทางไปบวชนาคให้แก่ลูกหลานชาวบ้านที่มานิมนต์ท่าน และด้วยบุคลิกสันทัดของท่าน ประกอบกับคุณความดีที่ท่านสร้างไว้มาก จึงเป็นที่ยำเกรงแก่คนทั่วไป

หลวงพ่อ ท่านยังได้สร้างวัตถุมงคลไว้แก่ลูกศิษย์ มีเพียง ๓ รุ่น เท่านั้น โดยอาจารย์ปั้นซึ่งเป็นคู่สวด ได้เป็นผู้สร้างให้หลวงพ่อปลุกเสก รุ่นที่ ๑ เป็นเนื้อปรอทผสมกับทองแดง เป็นรูปพระประธาน รุ่นที่ ๒ เป็นพระปิดตา มีทั้งเนื้อเมฆพัดและเนื้อปรอทผสมทองแดง รุ่นที่ ๓ เป็นพระเนื้อผง แต่ท่านยังไม่ได้ปลุกเสก เนื่องจากท่านได้มรณภาพไปเสียก่อน

การสร้างพระของท่าน ท่านสร้างพระจากเนื้อโลหะต่างๆ แล้วนำมาแทงด้วยตะไบให้เป็นผงเล็กๆ แล้วนำมาผสมกับปรอทที่ท่านไปดักมาจากในป่า จากนั้นก็นำมากดใส่พิมพ์และฝังด้วยตะกรุดดอกเล็กๆ ที่ท่านลงไปปลุกเสกในน้ำหนึ่งวัน ตะกรุดนี้สร้างครั้งละห้าดอก แล้วให้ชาวบ้านลองยิง ถ้ายิงไม่ออกถือว่าไช้ได้ เมื่อกดพิมพ์เสร็จแล้ว ท่านจะนำพระที่ได้ไปนึ่ง เมื่อนึ่งเสร็จแล้วพระที่ได้ก็จะนำไปตากแดด เมื่อแห้งแล้วจึงนำไปปลุกเสกอีกครั้ง ถึงจะแจกชาวบ้านได้


พิมพ์พระของท่านมีอยู่หลายพิมพ์แต่ที่นิยมมีอยู่ห้าพิมพ์ คือ

  1. พระพุทธชินราช
  2. พระพุทธใหญ่
  3. พระพุทธเล็ก
  4. พระปิดตาใหญ่
  5. พระปิดตาเล็ก

พระเครื่องของพระอุปัชฌาย์ตันนั้น ผู้คนต่างเสาะแสวงหากันมาก หากผู้ใดมีต่างก็หวงแหนกันยิ่งนัก ผู้ที่ใช้พระของท่านต่างทราบกันดีถึงพุทธคุณ ว่ามีอานุภาพเพียงใด ปัจจุบันพระเครื่องของท่านก็สนนราคากันสูง และหาชมยากมากด้วยเช่นกัน

หลวงพ่อพระอุปัชฌาย์ตัน ท่านถึงแก่มรณภาพลงเมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๙ สิริอายุ ๗๓ ปี

ขอบคุณขอมูลดีๆจาก prakejidansiam
แอพเกจิ แอพรวมเรื่องราวประสบการณ์จริง เกี่ยวกับ พุทธคุณ ไสยศาสตร์ วิชาอาคม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ