1798.ประวัติหลวงพ่อนก วัดสังกะสี ศิษย์เอกหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย เสกเสือกระโดดจากบาตร

ข้อมูลประวัติโดยย่อ หลวงพ่อนก วัดสังกะสี (วัดนาคราช) อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ
ในขณะที่สามเณรนก บวชอยู่นั้นบิดาก็ได้มาเสียชีวิตลง จึงทำให้สามเณรนกในขณะนั้นอายุครบใกล้บวช ได้ยิ่งมองเห็นสัจธรรมที่แท้จริงของมนุษย์ ดังนั้นเมื่ออายุครบบวชสามเณรนก จึงพร้อมบวช ทั้ง กาย วาจา ใจ ขอบวชอุทิตตน เพื่อบูชาคุณพระพุทธเจ้าไปตลอดชีวิต มารดาจึงพาสามเฌรนก จากวัดกองแก้ว ตำบลบางยอ ให้ไปบวชเป็นพระที่วัดบางเหี้ย ตำบลคลองด่าน ซึ่งเป็นภูมิลำเนาบ้านเกิดของโยมมารดา โดยมีพระครูพิพัฒน์นิโรธกิจ หรือหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ทอง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์เรือน (วัดบางเหี้ย) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ท่านได้รับฉายาว่า “ธมฺมโชติ”
หลวงพ่อนก ได้เรียนวิชาจากหลวงปู่ปานจนแตกฉาน และได้สร้างวัตถุมงคลไว้เมื่อประมาณ ปีพ.ศ. ๒๔๓๐ – ๒๔๗๕

วัดถุมงคลของหลวงพ่อนก ได้แก่ ๑.เขี้ยวเสือหลวงพ่อนก ๒.พระปิดตา สร้างปี พ.ศ.๒๔๕๒ ๓.เหรียญหยดน้ำรุ่นแรกสร้างปี พ.ศ.๒๔๗๔ ๔.ปลัดขิก ๕.ลูกอม ๖.ตะกรุดโทน

ประวัติโดยละเอียด……

•••••หลวงพ่อนก วัดสังกะสี ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๓๙๒ ปีระกา ตรงกับ วันเสาร์ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๒ บ้านเกิดอยู่ที่ตำลงบางกระเจ้า อำเภอนครเขื่อนขันธ์ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอพระประแดง) จังหวัดสมุทรปราการ
พ่อของท่านชื่อ นายนวล แม่ชื่อนางเคลือบ แม่ของท่านเป็นคนบางบ่อ เมื่อตอนท่านยังเด็ก พ่อและแม่ได้นำท่านไปฝากเรียนหนังสือที่วัดกับพระอธิการโต วัดบางบ่อ เมื่ออายุครบ ๑๕ ปี พ่อและแม่ของท่านได้พาท่านไปบรรพชาบวชเป็นสามเณร ณ วัดกองแก้ว ตำบลบางยอ อำเภอนครเขื่อนขันธ์ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายนวล โดยมี พระครูวิบูลย์ธรรมคุต เป็นพระอุปัชฌาย์
ท่านได้ศึกษาพระธรรมวินัย หนังสือขอม หนังสือไทย จนอายุครบบวช ในขณะนั้นนายนวลพ่อของท่านได้เสียชีวิตลงแล้ว แม่ของท่านจึงได้พาท่านไปบวชพระที่บ้านคลองด่าน ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดบางเหี้ย (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็นวัดมงคลโคธาวาส) ตำบลคลองด่าน อำเภอบางเหี้ย (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็นบางบ่อ) จังหวัดสมุทรปราการ
โดยมีพระครูพิพัฒน์นิโรธกิจ หรือหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ทอง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์เรือน (วัดบางเหี้ย) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ท่านได้รับฉายาว่า “ธมฺมโชติ”
เมื่อบวชเป็นพระแล้ว ท่านก็ได้ศึกษาพระธรรมวินัย สมถะวิปัสสนากรรมฐาน และพระเวทวิทยาคมต่างๆ จากหลวงพ่อปาน ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ ด้วยความที่ท่านเป็นคนที่มีสติปัญญาดี มีไหวพริบไวเฉลียวฉลาด และมีความจำที่แม่นยำ ท่านจึงศึกษาเล่าเรียนความรู้และวิทยาคมต่างๆ จนแตกฉาน
หลวงพ่อนก ท่านได้ติดตามหลวงพ่อปาน ออกธุดงค์ไปด้วยเป็นประจำ หลวงพ่อปานท่านได้สอนวิธีทำเขี้ยวเสือให้กับหลวงพ่อนก จนมีความชำนาญยิ่งและได้รับคำชมเชยจากหลวงพ่อปานว่า ทำได้ขลังและเหมือนท่านมากจริงๆ หลวงพ่อนกท่านสามารถปลุกเสกเขี้ยวเสือให้กระโดดออกมาจากบาตรได้ “เขี้ยวแกะเสือหลวงพ่อนกจึงได้มีชื่อเสียงเลื่องลือมากทำให้นักสะสมเครื่องราง ทุกท่านอยากได้มาไว้เป็นเจ้าของบูชาคุณแทบจะทั้งสิ้น”

•••••เขี้ยวเสือหลวงพ่อนก บางทีหลวงพ่อปานท่านก็ให้หลวงพ่อนก ท่านจารอักขระเขี้ยวเสือให้ด้วย หลวงพ่อปานท่านไว้วางใจหลวงพ่อนกเป็นอย่างมาก ยกย่องให้หลวงพ่อนกเป็นศิษย์เอกของท่านเลยทีเดียว
ในบางครั้ง หลวงพ่อนกก็ได้ปลีกตัวออกรุกข์มูลองค์เดียวหรือไปกับหมู่คณะเพียง ๒-๓ รูปบ้าง จนมาวันหนึ่งท่านได้เดินธุดงค์มาปักกลดอยู่ที่หมู่บ้านคลองพระยานาคราช ตำบลบางพลีน้อย อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ได้มีขุนสำแดงเดชา ภรรยานามว่า นางนุ่ม ได้เห็นจริยะของท่านจึงมีจิตศรัทธาถวายที่ดินให้สร้างวัด แล้วนิมนต์หลวงพ่อนกให้อยู่ดูแลวัดสังกะสี ซึ่งท่านเมื่อได้ปรึกษาหลวงพ่อปานแล้ว ก็ได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดสังกะสีให้ตามคำอ้อนวอนของญาติโยมและได้มาทะนุบำรุงวัดให้เจริญรุ่งเรือง ในปี พ.ศ.๒๔๓๐ จนถึงวันที่มรณะภาพในวันพุธที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ.๒๔๗๕ ตรงกับแรม ๗ค่ำ เดือน ๑๐ ปีวอก สิริรวมอายุได้ ๘๓ ปี.

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ขอบคุณข้อมูล วัต ท่าพระจันทร์® /

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ