1697.ตำนาน “สำเร็จลุน ผู้วิเศษเหนือโลก” เรียนวิชาจากตำราในหอไตร ห้ามสึกตลอดชีวิต

สำเร็จลุน ผู้วิเศษเหนือโลกแห่งประเทศลาว

หากจะกล่าวถึงสุดยอดพระอภิญญาที่เลื่องชื่อในยุคนั้น ต้องหนีไม่พ้น “สำเร็จลุนแห่งนครจำปาศักดิ์” ท่านเป็นพระที่ทรงอภิญญา มีปฏิปทาทางพระโพธิสัตว์ หวังพุทธภูมิเป็นเบื้องหน้า ไม่ได้หวังเอาแค่นิพพานในปัจจุบันชาติ แต่ท่านหวังจะสำเร็จเป็นพระสัพพัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในภาภาคหน้า ประวัติความเป็นมาของท่านลี้ลับยิ่งนัก บางคนเชื่อว่าท่านมีอายุยืนยาวมานานนับพันปี การตายของท่านนับเป็นการตายหลอกๆ เท่านั้น

มีความเชื่อกันว่าท่านมีตัวยาอายุวัฒนะที่ทานเข้าไปแล้วจะมีอายุขัยยาวนานได้ถึง ๓ พันปี บางท่านกล่าวว่าสำเร็จลุนท่านใช้อำนาจทางอภิญญาสมาบัติเดินไต่ไปบนผิวน้ำ ข้ามแก่งลี่หลี่ผีสีทันดร จนถึงต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่า “ต้นไทรมณีโครธ” เป็นไม้ใหญ่อายุนับพันปี อยู่กลางแก่งหลี่ผี ชาวบ้านร่ำลือว่า สำเร็จลุนท่านเป็นผู้มีบุญญาวาสนาได้ทาน “หมากไม้มณีโครธ”

เรื่องราวของสำเร็จลุนนั้นถูกเล่าขานกันอย่างยิ่งถึงปาฏิหาริย์ความลี้ลับมหัศจรรย์ ทั้งชาวลาว และชาวไทย เช่นว่า ท่านจะมากราบพระธาตุพนมทุกปี บางทีก็เดินมาบนผิวน้ำ บางทีก็ล่องหนหายตัวมา และจะเนรมิตบิดเบือนกายมา แสดงเป็นเณรมากที่สุด หลวงปู่ทองทิพย์พระโพธิสัตว์แห่งวัดสีดาพระรามลักษณ์รัตนโคตรเล่าว่าท่านมักแปลงมาเป็นเณรต้องสังเกตที่หูจะยานมากเหมือนคนมีบุญและที่มือและเท้ามักใหญ่คล้ายคนโบราณ

แต่กล่าวโดยสรุปแล้ว เรื่องราวของ “สำเร็จลุน” เป็นเรื่องที่เกิดมานานแล้ว ส่วนใหญ่มาจากคำบอกเล่าของชาวบ้าน ซึ่งต่อมาได้ถูกบันทึกและรวบรวมโดย “ท่านพระครูไพโรจน์ปรีชาการ” (สมณศักดิ์ในขณะนั้น พ.ศ.๒๕๒๗) เจ้าคณะอำเภอตระการพืชผล วัดอุดมผาราม อุบลราชธานี ซึ่งท่านพิมพ์เรื่องประวัติของหลวงปู่สำเร็จลุน ในหนังสือแจกงานพระราชทานเพลิงศพของ “พระศาสนดิลก (หน่วย ขันติโก) อดีตเจ้าคณะจังหวัดศรีษะเกษ วัดหลวงสุมังคลาราม” พอจะสรุปมาเล่าไว้เป็นได้ดังนี้

สำเร็จลุนเกิดที่บ้านเวินไซ ตาหลังเวินไซ(ตำบล) เมืองโพนทอง นครจำปาศักดิ์ ประเทศลาว เมื่อราว พ. ศ.๒๓๘๙ เป็นลูกชาวนาโดยกำเนิด มีพี่น้อง๖ คน อายุประมาณ ๑๓ ปี พ. ศ.๒๔๐๒ ได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ สำนักวัดบ้านเวินไซ บ้านของท่านเอง พระอุปัชฌาย์ไม่ปรากฎ จำพรรษาเล่าเรียนจนอายุครบ ๒๐ ปีได้ไปอุปสมบทที่สำนัก “วัดบ้านฮีบ้านเวียง” อำเภอตระการพืชผล ประเทศไทย พระอุปัชฌาย์สืบไม่ได้ ต่อมาท่านได้ลาอุปัชฌาย์กลับวัดบ้านเวินไซ บ้านเกิดของท่าน ประมาณ พ.ศ. เท่าใดไม่ปรากฎ ท่านได้ร่วมกับพระซึ่งเป็นสหายรักใคร่สนิทสนมกันมาก คือ “ญาท่านธรรมบาล” วัดป่าน้อย เมืองอุบล ประเทศไทย
ทั้งสองรูปได้ชักชวนกันไปศึกษาเล่าเรียนค้นคว้าจากสำนัก วัดบ้านนาหลงนาหลัก เมืองสุวรรณคีรี แขวงปากเซ ประเทศลาว โดยไปด้วยกันทั้งหมด ๕ รูป เมื่อไปถึงได้เข้านมัสการแจ้งความประสงค์ขอมอบตัวเป็นศิษย์ พระอาจารย์ท่านก็ยินดีรับและมอบให้ทั้ง ๕ รูปนี้ ให้ขึ้นไปบนหอไตร ซึ่งบรรจุพระคัมภีร์ต่างๆมากมาย ให้ค้นคว้าเอาเองจนกว่าจะพบ ถ้าหากไม่พบห้ามกลับลงมาฉันอาหารเพล

มีตู้บรรจุพระไตรปิฎกอยู่ ๓ใบ ท่านพร้อมกับญาท่านธรรมบาล และพระภิกษุอีก ๓รูป ได้พร้อมกันค้นคว้าจนหมดทั้ง ๓ ตู้ จนกระทั่งจวนถึงเวลาฉันอาหารเพล พระภิกษุทั้ง ๓ รูป จึงได้ลงมาฉันอาหารเพลก่อน คงเหลือแต่ท่านและญาท่านธรรมบาลเท่านั้น ค้นอยู่จนอ่อนใจจึงไปพบอยู่ก้นตู้ผูกหนึ่งเล็กๆ ซึ่งสำคัญมาก ท่านทั้ง ๒จึงได้ถือเอาลงมาด้วย และได้นำไปศึกษาเล่าเรียนในตำราเล่มเล็กนี้

จึงอาจกล่าวได้ว่า ในครั้งนั้น ผู้ที่ได้ศึกษาตำราเล่มดังกล่าวก็คือ “สำเร็จลุน” และ “ญาท่านธรรมบาล” เท่านั้นรวม ๒ รูป สำหรับพระภิกษุทั้ง ๓ ขาดความอดทน พระอาจารย์สั่งไม่ให้ศึกษาและมีข้อห้ามที่ว่า
“พระภิกษุที่ได้ศึกษาจากตำราเล่มนี้จะสึกมิได้ต้องอยู่ในเพศพรหมจรรย์ตลอดชีวิต”

“สำเร็จลุน” ท่านเป็นผู้รักสันโดษมักน้อย คือครองผ้า ๓ผืนตลอดชีวิตของท่าน ไม่รับเงินทองไม่สะสมทรัพย์สมบัติเลย ฉันอาหารมื้อเดียวและนั่งกรรมฐานทำสมาธิไม่เคยขาดแม้แต่วันเดียว

ขอบคุณที่มาดีๆจาก TNEW / หนังสือหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล มหาเถระ ๕ แผ่นดิน สำนักพิมพ์กรีน ปัญญาญาณ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ