1406.จิตกับตัวคาถาอันไหนสำคัญกว่ากัน(เคล็ดลับวิชาไสยศาสตร์)

คนส่วนมากชอบตัวบทคาถาในวิชาไสยศาสตร์ต่างๆ แต่มีส่วนน้อยนักที่จะจับจุดได้ถูกต้อง เป็นจุดที่จะทำให้มีอาคมขลัง ทำให้คนทั่วไปยอมรับนับถือได้ นั่นก็คือ จิต นั่นเอง ไสยศาสตร์เป็นเรื่องของจิต พวกรูปแบบวิธีการต่างๆเป็นเพียงเปลือกและกระพี้ของหลักวิชาเท่านั้น แต่ต้นไม้จะมีแต่แก่นไม่มีเปลือกกระพี้ก็หาได้ไม่ ดังนั้นจึงมีรูปแบบวิธีการ ลำดับขั้นตอน เรื่อยมา พวกที่เรีียนวิชาไสยศาสตร์ มักจะชอบมองข้ามสิ่งเล็กน้อย แล้วมุ่งหาแต่สิ่งที่เรียกว่าสุดยอดในสายวิชาต่างๆ แต่พอมองย้อนกลับมา ฐานมันยังไม่ได้เลย จะเอายอดซะแล้ว ก. ไก่ ข. ไข่ ยังไม่ค่อยรู้ จะไปเอา ฮ. นกฮูกซะแล้ว ดังนั้นสิ่งแรกที่นักไสยศาสตร์ต้องเรียนรู้คือการพัฒนาจิต การฝึกสมาธิ สมาธินี่ไม่ใช่นั่งกันนิดๆหน่อยๆ วันละ20นาที แล้วจะมาพูดว่าฝึกฝนอยู่เสมอ นั่งสมาธิมันต้องอย่างน้อยๆ2-3ชั่วโมง ต้องนั่งให้ได้ และต้องได้อารมณ์สมาธิด้วยน้อยที่สุดต้องได้1ชั่วโมง ไม่อย่างนั้นเรียกว่าสมาธิไม่ถึงขั้น ใครที่ชอบคิดว่าตัวเองเก่งลองพิจารณาดูซิว่า ทำได้แค่ไหน แล้วเวลานั่งก็ไม่ใช่นั่งหลับตาเฉยๆ มันต้องมีสติระลึกรู้อยู่เสมอ ลมหายใจสั้น-ยาวก็รู้ หายใจแรง-เบาก็รู้ การเดินอารมณ์สมาธิเข้าได้ช้า-เร็ว ยาว-สั้นแค่ไหน ก็ต้องรู้ด้วยตัวเอง กำหนดรู้จนจิตมีความละเอียด ลมละเอียด เบาสบาย จนจิตนิ่ง และสามารถทรงอารมณ์สมาธิได้ยาวนานขึ้นเรื่อยๆ เข้าใจถึงดวงจิตและอารมณ์สมาธิ รู้จักการเดินเข้า-ออกสมาธิ การเข้าสมาธิลึกและการเดินถอยออก และรู้จักเดินเข้าไปใหม่ ต้องทำจนชำนิชำนาญจนสามารถเข้าสมาธิได้รวดเร็วหรือที่เรียกว่า วสี ทำแบบนี้แล้วจะเริ่มเข้าใจคำว่าจิต เนื่องเพราะวิชาไสยศาสตร์เกี่ยวข้องกับจิตอย่างที่ไม่อาจจะแยกจากกันได้ “จิตตัวเดียวพลิกไปพลิกมา” หมายความว่าจิตที่ฝึกดีแล้วนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้สารพัดตามแต่จะต้องการ กล่าวคือ หากว่าคาถาคงกระพัน ต้องทำจิตให้เข้มแข็ง ฮึกเหิม จึงจะเสกคงกระพันได้ หากต้องการให้เป็นเมตตา มหานิยม ก็ต้องทำจิตให้อ่อนโยน นุ่มนวล ใช้อารมณ์ที่เรารักและเมตตาที่มีต่อบุคคลอื่นๆ อารมณ์ชื่นชอบที่มีต่อบุคคลอื่นๆ นั้นมาเสก จึงจะได้ผล เพราะวิชาไสยศาสตร์นั้นคือธรรมชาติ หากเราใช้จิตที่โกรธเกลียดมาเสกคาถาเมตตา เสกจนตายก็ไม่ได้ผล ทั้งนี้เพราะวางอารมณ์ไม่ถูกต้องนั่นเอง จะให้คนอื่นเค้ารักก็ต้องรักเค้าก่อน เหมือนกับกระจกน่ะครับ ถ้าเราไม่ยิ้มให้กระจกกระจกก็ไม่ยิ้มให้เรา ถ้าอยากเรียนจำทำเป็น ก็ต้องฝึกตามที่ผมได้แนะนำไว้นี้แหละครับ และคำาที่ว่าทำเป็นนั้นไม่ใช่ทำได้1-2ทีแล้วจะมาคิดว่าทำเป็นนะครับ มันต้องทำได้ทุกครั้งที่ต้องการ จึงจะเรียกว่าทำเป็น ส่วนมากทำได้ซักทีนึงก็จะคิดว่าข้าสำเร็จวิชานี้แล้ว พวกนักไสยศาสตร์ที่โง่และหลงตัวเองพวกนี้มีอยู่มาก ผมเองก็เคยเป็นประเภทนี้มาก่อนกว่าจะมาหูตาสว่างก็ต้องใช้เวลาเป็น10ปีเลยทีเดียว เพราะมัวแต่หลงในตัวบทคาถาอยู่นั่นแหละ คือพอฟลุ๊กทำได้แล้วก็รีบไปหาวิชาใหม่ๆทันที ไม่ได้มาสนใจสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างเรื่องสมาธิจิตเลย แบบนี้ว่าคาถาให้ตายก็ไม่เกิดประโยชน์ครับ เพราะมันไม่ก้าวหน้ามันไม่ไปไหน มีแต่จะถอยหลังเข้าคลอง เพราะภาวะจิตจะเสื่อมถอย เนื่องจากไม่ได้มีการสนใจที่จะอบรมจิตจริงๆ ซึ่่งวิชาชั้นสูงจริงๆนั้นต้องใช้จิตที่ละเอียด สมาธิจิตที่มั่นคงกว่าขั้นพื้นฐานเยอะครับ ลองๆฝึกดูกันก่อนครับและยินดีคลายข้อสงสัยพร้อมรับคำติชมจากเพื่อนสมาชิกครับ

ขอบคุณที่มาดีๆ พลังจิต I’mTiM

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ
%d bloggers like this: