1377. ขรัวอีโต้ฆราวาสผู้สำเร็จกสิณอภิญญาในขั้นฌานโลกีย์ ตอนเสกอีโต้ว่ายน้ำ

เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่าขรัวอีโต้แกเป็นเพื่อนกับหลวงพ่อปาน สมัยนั้นเขาบอกขรัวอีโต้นี่อยู่ที่เขาสาลิกาจังหวัดนครสวรรค์ แต่ความจริงในปัจจุบันนี่เป็นจังหวัดลพบุรี แต่ว่าระยะนั้นทางคมนาคมมันไม่ดี แล้วก็เป็นป่าเลยไม่รู้ว่าจังหวัดไหนกันแน่ เพราะว่าจังหวัดนครสวรรค์นี่มันกินเข้าไปถึงจันเสน ถึงสถานีรถไฟจันเสน อาจจะเลยนั้นไปนิดก็ได้ ตานี้ เขาสาลิกานี้มันก็อยู่บ้านหมี่ แต่มันก็ไม่ไกลกันนัก เขาอาจจะเข้าใจว่าเป็นจังหวัดนครสวรรค์

วันหนึ่งขรัวอีโตเแกพายเรือผ่านหน้าวัด โดยเรือที่พายเป็นเรือสำปั้นลำเล็กๆ (สำปั้นคอน) เขาเรียกยังงั้นนะ มีประทุน ผ่านหน้าวัด พอเข้าเขตหน้าวัด ปรากฏว่าไฟไหม้หลังคา

พอไฟไหม้หลังคาเรือแทนที่แกจะดับไฟทั้งๆ ที่อยู่ในแม่น้ำหากคิดจะดับมันก็ดับได้ไม่ยาก แต่แกกลับไม่ยอมดับ แกทิ้งเรือโดดลงน้ำ ที่มือถืออีโต้เล่มหนึ่ง ว่ายขึ้นมาบนตลิ่ง พอขึ้นมาในวัดก็ร้องท้าทายทันที ว่า

ใครวะคนเก่งที่มาเผาเรือข้า มาแกล้งกันได้นี่หว่า ไอ้คนแกล้งกันนี่มันใช้ไม่ได้ ถ้าเก่งจริงมาตีกันตัวต่อตัวสิว่ะ พูดไปด้วยควงอีโต้ไปด้วย

เป็นลุงแก่แล้วผอมๆ ตอนนั้นอาตมาเอง(หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)ผู้พูดบวชมาแล้ว เห็นเหตุการณ์ได้พร้อมด้วยพระประมาณสี่ห้าสิบองค์ เห็นคนเอะอะโวยวายแบบนั้นก็คิดว่าคนที่มารักษาโรคหรือมาหาหลวงพ่อ ทะเลากัน หรือว่าชาวบ้านเขามาอาละวาดกับคนที่มารักษาโรค หรือมาหาหลวงพ่อ

เป็นการไม่ดีแน่ จึงต่างคนต่างก็รีบไปดู วิ่งไปตามเสียงนั้น ปรากฏว่าเห็นคนแก่คนหนึ่งผอมๆ ท่าทางแกร่งๆ คิดว่าถ้าแกจะสับเรานี่ ต่อให้แกถืออีโต้ 2 เล่ม ก็เห็นจะไม่พอหรอก เรียกว่าหลบไปหลบมาประเดี๋ยวก็เป็นลมจับไปเอง

แกก็เอะอะท้าทายด่าไปด่ามาอยู่พักหนึ่ง ร้องหาคนมาตีกับแก

หลวงพ่อฤาษีลิงดำเลยถามไปว่าโยม จะตีกับใครเล่า แกก็เลยบอกว่าพายเรือมาดีๆ ไอ้นักเลงบ้านนี้นี่มันแกล้งจุดหลังคาเรือข้าได้ เอาเข้ายังงั้น

จึงถามต่อว่าเรือของโยมขณะพายอยู่ พายชิดๆ ตลิ่งหรือว่ากลางแม่น้ำ แกก็บอกว่ากลางแม่น้ำ เลยถามแกว่าแล้วใครจะจุดได้ล่ะ

โยม แกกลับบอกมีสิ ไอ้วัดนี้แหละ เห็นว่ามีวิชาดี คนมีวิชามีมันสามารถขโมแอบจุดไฟได้ แล้วก็ถามว่าท่านปานอยู่หรือเปล่า

ก็เลยบอกกับแกว่าอยู่ ท่านกำลังรับแขก บอก อยากจะดูหน้าไอ้ท่านปานนัก มันใช้วิชาดีมาลักจุดหลังคาเรือข้า พวกพระหนุ่มๆ ก็รู้สึกว่าไม่พอใจ มีหลายองค์ที่ตัวเป็นพระใจเป็นฆราวาส เกือบเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ ทำท่าไม่ดี ก็จะจัดการกับตาแก่นี่ หาว่ามาท้าทายครูบาอาจารย์

อาตมากับเพื่อนอีกสองท่านก็รีบห้าม กระซิบบอกว่าอย่าเลย เรื่องนี่มันต้องมีอะไรสักอย่างเป็นแน่ แกพายเรือมากลางแม่น้ำนะ แล้วไฟติดหลังคาเรือแก แล้วถ้าแกเองถ้าไม่ได้จุดแถมแกบอกไม่มีไฟอยู่ ถ้าไฟมันติดขึ้นแบบนี้ มันต้องเป็นเรื่องของอภิญญาสมาบัติแน่ พวกเราดูกันไปก่อนดีกว่า

ปล่อยแกไปจะทำยังไงก็ช่าง แกเถอะแกคนเดียว พวกเราตั้งหลายสิบแล้วก็พวกเราก็หนุ่มกว่า ไอ้แรงปะทะน่ะสู้เราไม่ได้แน่ ไม่ต้องกลัว พวกท่านเลิกคิดว่าแกจะทำอันตรายหลวงพ่อได้เลย ไม่มีทาง ถ้าหากว่าแกจะฟันหลวงพ่อพวกผมจะจัดการเอง

พระพวกนั้นส่วนใหญ่กลับบอกว่าไม่ยอมวันนี้แหลกกันแน่ยอมเลิกเป็นพระกัน ถ้าลองทำอันตรายหลวงพ่อพวกผมยอมตกนรกกัน วันนี้ฆ่าคนแก่สักคน บางคนเขาว่าอย่างนี้นะ

ก็เห็นใจท่านในด้านความกตัญญูกตเวที กล้าที่จะพลีตัวเองลงนรก อันนี้ก็น่าสรรเสริญเหมือนกัน เรียกว่าไม่ใช่น่าตำหนิเพราะว่าเขายังเป็นพระปุถุชนคนธรรมดา มีความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ดังกล่าว ดังนี้ก็หายาก ไม่ใช่หาง่าย น่าสรรเสริญ แต่พวกเราก็พยายามกันเขาไว้ เดินตามแกไป แกก็คุยไปเสียงเอ็ดตะโร ร้องด่าท้าทาย ท้าเฉยๆ คนจริงเขาไม่ใช้วิชาไปจุดไฟเผาหลังคาเรือกันโว้ย เก่งจริงออกมาตีกันสิว่ะ ออกมากลางลานวัด

หลวงพ่อปานท่านได้ยินเข้าก็ยิ้ม เห็นท่านนั่งมองยิ้ม มีคนไปหาท่านประมาณสัก สองร้อยคน นั่งอยู่ข้างหน้าท่าน บางก็ใจร้อนน่าดูเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนสุพรรณ มีความเคารพนับถือหลวงพ่อเป็นพิเศษ ดูเหมือนว่าจะชักมีดพก ถือมีดกันเป็นตับ

หลวงพ่อก็ยกมือห้ามบอกอย่า ขรัวอีโต้มันเพื่อนฉัน ประเดี๋ยวพวกเราจะได้ดูของดี แต่ไม่ใช่ตีกันหรอก ไอ้ที่เขาท้าทายอย่างนั้นเขาก็ทำของเขาไปเอง เขาเป็นคนดี พวกนั้นก็เก็บอาวุธเมื่อเข้าไปถึงหน้าหลวงพ่อแล้ว แกก็วางมีดโต้ แล้วก็กราบ

ตอน แกแสดงความเคารพ เวลากราบนี่ไม่ใช่กราบอย่างคนโกรธ กราบอย่างคนแสดงความเคารพกันจริงๆ เมื่อกราบลงไปแล้ว แกก็ยกมือขึ้นไหว้แล้วก็บอกว่า

ท่านเป็นคนจริงมาตีกันดีกว่า หนอยแน่ เราพายเรือผ่านหน้าวัด พอจะเลยเขตวัดขโมยแอบใช้วิชาจุดไฟหลังคาเรือของเราเสียได้

หลวงพ่อปานยกมือป้องหน้าถามว่าใคร ใครกันพ่อคุณ พอมองหน้าแกก็บอกว่า นี่ขรัวอีโต้ไงล่ะ หลวงพ่อปาน หัวเราะก๊ากเลย บอกเอ้อ ดีๆๆ ขรัวอีโต้รึ ทำยังไงปล่อยให้ไฟมันติดหลังคาเรือได้ ลืมหรือเผลอไปกะมัง จุดตะเกียงไว้บ้างหรือเปล่า

แกก็บอก หึ อย่า อย่ามาแกล้งทำไก๋นะท่าน ไอ้คนเรานี่ถ้าเก่งจริงๆ จุดกันต่อหน้า นี่มาขโมยแอบจุดหลังคาเราได้ หลวงพ่อปานก็หัวเราะชอบใจ บอกว่า ขรัวอีโต้ก็เก่งนี่ ทำไมปล่อยให้คนขโมยแอบจุดไฟเผาหลังคาเรือล่ะ ขรัวอีโต้แกก็เลยหัวเราะ เพราะเสียท่านี่แสดงว่าตัวเองเสียท่า เอง ส่วน เรือของแกชาวบ้านเห็นว่าไฟติดก็เลยออกไปเก็บแล้วก็ดับไฟให้ เลยไม่มีอันตรายมาก เพียงแค่เสียหายไปนิดหน่อย ในที่สุดเลิกทะเลาะกันก็คุยกัน

ท่านก็เลยประกาศว่า ขรัวอีโต้นี่เขาเป็นฆราวาส แต่เขาเก่ง เก่งกสิณจนได้อภิญญาสมาบัติ เป็นเพื่อนกัน พอชาวบ้านรู้ข่าวว่าเป็นเพื่อนและได้อภิญญาสมาบัติเท่านั้นแหละ ฆราวาสหลายคนเข้ามานั่งยกมือไหว้ขรัวอีโต้ ขรัวอีโต้ก็เลยครึ้มใจแต่ยังเป็นฌานโลกีย์ แล้วคุยสนุกสนานกับหลวงพ่ออยู่ประเดี๋ยว หลวงพ่อก็บอกว่า นี่ขรัว ชาวบ้านเขายังอยากจะดูของดีนะ ขรัวนี่เก่งมีดีอยู่ตั้งเยอะ ลองแสดงดี อวดกับเขาสักหน่อยซิ มีดีที่จะอวดนี่

ขรัวอีโต้ก็นั่งยิ้ม บอกฮึ ท่านก็เก่งนี่นะทำไมไม่แสดงล่ะ หลวงพ่อก็เลยบอกว่าไอ้ฉันมันเป็นพระ ไอ้ดีเท่าไรก็แสดงหมดแล้ว เวลานี้กำลังแสดงดีรักษาโรค และงานก่อสร้าง สอนพระกรรมฐาน ดีอย่างอื่นมันแสดงยาก แต่ขรัวนี่เป็นฆราวาสนี่ พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ห้าม ไม่เกี่ยวกับวินัยของพระ ลองแสดงดูสักนิดได้ไหม

ขรัวก็ยิ้ม บอก เอา จะแสดงก็แสดง เอาพวกเราใครอยากจะดูของดีบ้าง ใครอยากจะดูอีโต้ว่ายน้ำก็เชิญ แหมพอตัวแกพูดเท่านั้น อาตมาก็คิดว่าตัวแกเองจะโดดลงไปว่ายน้ำนะ ไม่ได้คิดว่าจะให้มีดมันว่ายน้ำ แกก็เลยบอกว่าใครอยากจะดูดีเชิญตามมา ไปท่าน้ำกัน ก็เดินตามไปท่าน้ำ พระทั้งหมด คนทั้งหมดประมาณแล้วเห็นจะเกือบ 300 คน

พอไปถึงท่าน้ำแกก็บอกว่าคอยดูนะ ถือดูซิ อีโต้เล่มนี้มันเป็นเหล็กหรือมันเป็นไม้ เพื่อนของอาตมาก็รับมาตรวจดูแล้วก็ส่งต่อๆ กันไป ทุกคนก็ทราบว่ามีดโต้เป็นเหล็ก แกก็ถามว่าเหล็กมันจมน้ำหรือว่าลอยน้ำ ก็เลยบอกว่าตามธรรมดาของมันละก็ เหล็กมันมีน้ำหนักมากมันจะจมน้ำ แกบอกว่านั่นน่ะซีเหล็กมันต้องจมน้ำ เดี๋ยวผมจะขว้างไอ้มีดนี่นะให้มันจมน้ำ

แกก็ขว้างเต็มแรงไปประมาณถึงกลางน้ำ มันลึกมาก จมหายไป แล้วแกก็ลงไปยังชายน้ำบอกว่า เอ้า อีโต้เอย เอ็งกะข้ามันเป็นสหายกันมานาน นี่วิ่งขึ้นมาซิ เอ็งไม่ขึ้นมาละข้าจะใช้ใครล่ะ ข้ามีเอ็งอยู่เล่มเดียวเท่านั้นละ ขึ้นมา

มีดโต้ก็โผล่ผลุบขึ้นมาจากกลางแม่น้ำ มาถึงผิวน้ำก็วิ่งปรื๊ดคล้ายกับเรือเร็ว เอาด้ามเข้ามือขรัวอีโต้ทันที แกก็บอกว่า เอาเท่านี้แหละเอ้า แสดงให้ดูแล้วนะ ว่าขรัวอีโต้น่ะมีดีพอที่จะอวดใครเขาได้ เป็นอันว่าจบเกมไป ยังมีเรื่องเล่าอีกหลายเรื่องที่ขรัวอีโต้ได้แสดงวิชาดีของท่านไว้เรื่องนี้มีพยานพระในวัดอยู่มากและยังมีหลวงพ่อฤาษีลิงดำท่านเป็นผู้เล่าเอง ย่อมอธิบายได้ว่าวิชาอาคมนั้นหาใช่ของงมงายไม่ ตัวเราเองที่พูดคุยนึกคิดอยู่ตอนนี้ก็มิใช่สิ่งที่อัศจรรย์หรือ

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก: นักเลง โบราณ ตำนานหนังเหนียว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ
%d bloggers like this: