1213. “หลวงปู่กงมา” พยากรณ์เรื่องการมรณภาพของตัวท่านเอง อัฐิกลายเป็นพระธาตุ

พระเดชพระคุณหลวงปู่กงมา จิรปุญฺโญ พระอริเจ้าศิษย์ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ท่านเป็นพระที่เรียบง่าย เจ้าระเบียบ มีอุบายละเอียด การเทศนาธรรมใช้ภาษาง่ายๆแต่กินใจความลึกซึ้ง ท่านมีหลวงปู่สาม อกิญฺจโน และท่านพ่อลี ธมฺมธโร เป็นสหธรรมิก ท่านได้นำสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญารวงศ์ (ชื่น) ออกเที่ยวธุดงค์ตามป่าเขาทางภาคตะวันออก ถึงขนาดที่พระองค์ออกปากชมว่า

“การธุดงค์ของพระปฏิบัติกรรมฐานนี้ได้ประโยชน์เหลือหลาย อย่างนี้พระต้องธุดงค์กันให้มากๆ ศาสนาจะได้เจริญรุ่งเรือง”

ในสมัยเป็นฆราวาส ด้วยความที่ท่านเป็นคนดีมีศีลธรรม รักความยุติธรรม ท่านได้รับหน้าที่เป็นหัวหน้านายฮ้อย พาคณะต้อนสัตว์ มีวัว ความย เป็นต้น ไปขายยังกรุงเทพฯ และเมื่อถึงกาลอันควร พ่อแม่จึงได้จัดพิธีแต่งงานให้เมื่ออายุ ๒๕ ปี (พ.ศ. ๒๔๖๘) ต่อมาภรรยาของท่านพร้อมบุตรในครรภ์ได้เสียชีวิตลง ทำให้ท่านรู้สึกสูญสิ้น นี่เองเป็นเหตุให้ท่านสลดสังเวชและนึกถึงร่มเงาแห่งพระพุทธศาสนา

ในปีปีพุทธศักราช ๒๔๖๙ ได้อุปสมบทเป็นพระสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย โดยมีพระอาจารย์โท เป็นพระอุปัชฌาย์ ภายหลังบวชแล้วได้ไปจำพรรษาที่วัดบึงทวยกับพระมี ซึ่งเป็นสหธรรมิก ท่านทั้งสองได้ธุดงค์ไปหลายแห่งทั้งในประเทศไทย ลาว และพม่า

ขณะนั้นเกียรติคุณของท่นพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต กำจรกำจายไปทั่วทุกทิศ ท่านและพระมีจึงเข้ากราบลาพระอาจารย์วานคำ แห่งวัดบึงทวย เดินทางไปพบท่านพระอาจารย์มั่นที่บ้านสามผง อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ขณะนั้นเป็นเวลาเย็นมากแล้ว ท่านพระอาจารย์มั่นกำลังแสดงธรรมสั่งสอนศิษยานุศิษย์ จึงได้โอกาสเข้าไปฟังธรรม เมื่อการแสดงธรรมจบลงจึงเข้าไปกราบฝากตัวเป็นศิษย์

วันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๐ ได้ญัตติเป็นพระธรรมยุต ณ วัดบูรพาราม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี พระปัญญาพิศาลเถระ (หนู ฐิตปญฺโญ) วัดสระปทุม กรุงเทพมหานคร เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์เพ็ง วัดใต้ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ท่านได้ธุดงค์ไปจำพรรษาตามสถานที่ต่างๆ

ในปีปีพุทธศักราช ๒๔๘๒ ท่านได้สร้างวัดเขาน้อย ท่าเเฉลบ ตามพระบัญชาของสมเด็จพระสังฆราช เจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ต่อมาปีพุทธศักราช ๒๔๘๕ ท่านได้จำพรรษากับท่านพระอาจารย์มั่น ที่เสนาสนะป่าช้าบ้านโคก อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ได้รับอุบายธรรมอันสำคัญและได้รับความเมตตาจากท่านพระอาจารย์มั่นเป็นพิเศษ ต่อมาสถานที่แห่งนี้ท่นได้สร้างเป็นวัดโดยสมบูรณ์ ชื่อ “วัดสุทธิธรรมาราม”

ปี ๒๔๘๙ ท่านได้ธุดงค์ไปตามเทือกเขาภูพาน เห็นว่ามีความสงบวิเวกดี จึงได้ปักกลดภาวนาที่ในถ้ำบนภูเขาภูพาน ซึ่งถ้ำนี้เป็นที่อยู่ของเสือ และสถานที่แห่งนี้ต่อมาก็ได้กลายเป็น “วัดดอยธรรมเจดีย์” ท่านได้ละสังขารเข้าสู่แดนอนุปาทิเสสนิพพานเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ สิริรวมอายุได้ ๖๑ ปี ๑๑ เดือน ๑๑ วัน ๓๕ พรรษา

อิทธิปาฏิหาริย์ของหลวงปู่กงมานั้น ได้ประจักษ์แก่ลูกศิษย์คือ เมื่อก่อนที่ท่านจะมรณภาพ หลวงปู่กงมาได้พยากรณ์เรื่องการมรณภาพของตัวท่านเองให้ศิษย์ฟังล่วงหน้านานแล้ว ว่าท่านจะมรณภาพด้วยรถ และก็เป็นเช่นนั้นจริง คือ ท่านประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ ขณะเดินทางไปงานนิมนต์แห่งหนึ่ง ที่จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๕

หลวงปู่กงมา จิรปุญฺโญ ได้มรณภาพด้วยอาการสงบ ได้นำความเศร้าโศกมาสู่บรรดาศิษยานุศิษย์และชาวพุทธเป็นอันมาก ถวายเพลิงศพท่านในวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๖ ณ วัดดอยธรรมเจดีย์ เทือกเขาภูพาน จังหวัดสกลนคร สิริรวมอายุได้ ๖๐ ปี ๑๑ เดือน ๑๑ วันในวันถวายเพลิงศพท่านมีพระเณรและพระเถระในสายหลวงปู่มั่นมาร่วมงานจากทุกสารทิศ บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบ เรียบง่าย ต่างจากทุกวันนี้

เมื่อถึงเวลาถวายเพลิงศพ คณะศิษย์ได้เคลื่อนศพของท่านจากศาลาการเปรียญไปตั้งที่เมรุ ก่อนถึงพิธีถวายเพลิงศพ ได้มีครูบาอาจารย์พระภิกษุสามเณรขึ้นรวมกันที่ปะรำพิธีจำนวนประมาณ ๕๐๐ รูป มีท่านหลวงปู่เทสก์ เทสฺรงฺสี เป็นประธานสงฆ์ นายวัน คมนามูล ได้ถวายฉลากสิ่งของที่นำมาถวายพระ ให้พระเณรจับฉลาก องค์ไหนถูกอะไรก็นำของถวาย เสร็จจากการมาติกาบังสุกุลและถวายสิ่งของแก่พระภิกษุสามเณรแล้ว ก็เป็นพิธีถวายเพลิงศพภายหลังจากถวายเพลิงศพแล้ว ได้ยินว่าอัฐิธาตุของท่านเป็นพระธาตุมากมาย หลากสี หลากวรรณะ เป็นที่น่าอัศจรรย์

พระธาตุหลวงปู่กงมา เดิมเป็นสมบัติของคุณซ่อนกลิ่่น สุคนธา มีจำนวนสององค์เป็นสีดอกจำปา ในสัปดาห์วิสาขบูชา ปี ๒๕๕๐ คุณซ่อนกลิ่นได้มีจิตศรัทธานำมาถวายให้วัดสันติธรรม ขณะที่อยู่ที่บ้านยังมีจำนวนสององค์อยู่ เมื่อมาถึงวัดสันติธรรม นำถวายท่านเจ้าอาวาสเปิดออกดูแล้ว พระธาตุได้แสดงปาฏิหาริย์ รวมเข้าเป็นองค์เดียวกัน มีขนาดใหญ่ขึ้น และเปลี่ยนสี เป็นสีมรกต

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ หลวงปู่กงมา จิรปุญโญ วัดดอยธรรมเจดีย์
http://palungjit.org ข้อมูลจาก http://www.dhammasavana.or.th​
https://th.wikipedia.org/wiki/หลวงปู่กงมา_จิรปุญฺโญ
http://www.doisaengdham.org ข้อมูลจาก: หนังสือพระธุตังคเจดีย์ เจดีย์แห่งพระอรหันต์ วัดอโศการาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ