1690.ศึกหลวงตา ดวลอาคม กับฆราวาสมนต์ดำ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมได้รับการบอกเล่าจากหลวงตารูปหนึ่ง ท่านบอกว่าธุดงค์มาจากภูควายที่ลาวแล้วมาพักที่ศาลากลางน้ำวัดป่าบ้านแฟนผม ทีนี่หลังจากตอนนั้นก็นอนแล้วตื่นมาตีสี่นั่งมองดูผืนน้ำที่ดำดูน่ากลัว มีเสียงดังมาจากด้านหลังว่า “มีเรื่องสงสัยอันใดหรือ?” ผมหันกลับไปดูเป็นหลวงตาที่ยิ้มและมองผมอยู่ ผมนั่งลงไหว้ท่านแล้วพยักหน้าถามท่านว่า “ผมอยากรู้ว่าคาถาอาคมที่เขาว่าทำให้คนเป็นเรื่องนั้นเรื่องนี้มีจริงไหมครับ?”

“อยากรู้ไหมเดี๋ยวหลวงตาทำอะไรให้ดู” แล้วท่านก็ถามผมว่ามีเหรียญไหม ผมล้วงไปเจอเหรียญห้าอยู่หนึ่งเหรียญ ท่านให้ผมจุดเทียนแล้วเอาน้ำตาเทียนหยดใส่ลงไปกลางเหรียญ พอมันแห้งท่านก็เอาไปโยนลงในน้ำ ผมก็งงว่าท่านทำอะไร ไม่ถึงสามนาทีมีปลาหมอตัวหนึ่งเท่าฝ่ามือผมกระโดดขึ้นมาดิ้นต่อหน้าผม หลวงตาบอกให้ผมจับปลานั้น ผมจับปลาตัวนั้นแล้วตกใจเพราะตัวมันมีน้ำตาเทียนอยู่เลยวางลง ท่านเอาผ้าขาวม้ามาปิดไว้แล้วพอดึงผ้าออกมันกลายเป็นเหรียญห้าที่มีน้ำตาเทียนเหมือนเดิม ผมตาค้างเพราะมันอัศจรรย์มาก

งั้นเดี๋ยวหลวงตาเล่าเรื่องที่พึ่งเจอมาให้ฟังนะ ท่านเล่าว่าเมื่อปีก่อนท่านไปธุดงค์ที่ประเทศลาว จุดมุ่งหมายคือภูควายเขาลึกลับในตำนาน แต่ก่อนจะถึงที่นั่นท่านได้ไปเจอหมู่บ้านนึง หมู่บ้านมีอยู่ราวๆยี่สิบครัวเรือน แปลกที่หมู่บ้านนี้มีแต่คนใส่ชุดสีดำ และพอเวลาเห็นพระคือท่านนั่นล่ะครับ เหมือนจะเข้ามากราบไหว้แต่ก็ไม่มีใครเข้ามาสักคน ท่านไม่ได้ติดใจอะไรด้วยความที่ปฏิบัติมาหลายสิบพรรษา ไปเจอเหมือนวัดร้างอยู่ตีนเขาท่านจึงพักที่นั่นเสียเลย หลังจากตะวันตกดินแล้วได้ยินเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม ท่านเดินจงกรมอยู่ครู่หนึ่งจึงกลับเข้ามานั่งสมาธิในกลด และได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาที่กลดของท่าน

“หลวงตาๆ ผมมีอะไรมาบอกครับ”

“ว่าอย่างไรล่ะโยม มีเหตุอันใดถึงมาดึกดื่นเช่นนี้”

“ที่หมู่บ้านผมกำลังเดือดร้อนครับ อยากให้ท่านช่วยหน่อยครับ”

“หมู่บ้านที่อยู่ใกล้ๆนี่ใช่ไหม? แล้วมีเรื่องอะไร”

“ใช่ครับหลวงตา ที่หมู่บ้านผมมีหมอธรรมคนนึงแต่แกไปเรียนคาถาอาคมสายดำมา ทีนี้แกไปผิดครูหรืออย่างไรไม่รู้ ของมันเข้าตัวจากหมอธรรมที่ใจดีเลยกลายเป็นหมอผีสายดำอำมหิตมากครับ”

“แล้วเขาทำอะไรพวกชาวบ้านล่ะ”

“แกให้ชาวบ้านทุกคนนับถือแก ห้ามสวดมนต์ไหว้พระ ใครมีลูกสาวที่หน้าตาดีก็ให้ส่งมาเป็นเมียแก ส่วนชุดดำนั้นแกบอกต้องใส่ทุกคนเพราะเหมือนเป็นเครื่องแต่งกายสายดำของแกครับ”

“ถ้าไม่ทำตามที่เขาบอกล่ะ?”

“แกจะส่งผีพรายผีตายโหงที่แกเลี้ยงไว้มาหลอกและทำร้ายจนตายก็มีครับ”

“โยมมาบอกอาตมาแบบนี้ ไม่กลัวเขารู้หรือ”

“ผมทนให้ชาวบ้านอยู่แบบนี้ไม่ได้แล้วครับ ตายก็ยอม”

พลันด้วยนิมิตที่ผุดขึ้นมาในหัวท่าน เห็นเหมือนเงาดำทะมึนกำลังลอยมาที่กลด ท่านบอกให้ชายหนุ่มคนนั้นเข้าไปอยู่ในกลด พอเงาดำนั้นลอยมาถึงแปรสภาพเป็นอสูรกายผู้หญิงเปลือยกายผมร่วงตาถลน ปากมีเขี้ยวงอกออกมามีกรงเล็บยาว

“มีอะไรหรือเปล่าเจ้าผีร้าย”

“ท่านจงส่งผู้ชายคนนั้นออกมาให้ข้า นายของข้ารู้เรื่องที่มันมาบอกท่านแล้ว”

“อาตมาขอชีวิตเขาได้ไหม”

“ไม่ได้! ท่านพูดดีดีไม่ได้ใช่ไหม”

หลวงตาท่านก้มลงหยิบก้อนดินขึ้นมาเป็นจังหวะที่ผีร้ายนั้นพุ่งเข้ามาหาอีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้นจะถึงตัว ท่านหว่านดินใส่ เสียงร้องโหยหวนดังไปทั่วป่า มันถอยหลังแล้วชี้หน้าท่านบอกว่าเตือนท่านแล้วนะอย่าหาว่าไม่บอก ท่านเดินกลับมาก่อนจะเข้าไปในกลดเลยท่องคาถากันภัยแล้วเสกเป็นวงกลมรอบกลด พอไปในกลดเลยบอกชายคนนั้นว่าออกไปนอนหน้ากลดก็ได้อาตมาทำวงกลมเสกคาถากันไว้แล้ว แต่จำไว้ว่าก่อนแสงอาทิตย์ขึ้นห้ามออกไปจากรัศมีสองก้าวจากกลดนะ

แล้วท่านกับชายคนนั้นก็นอนหลับไป ท่านจำวัดเพียงชั่วครู่เหมือนกับได้ยินเสียงอะไรสักอย่าง ลุกขึ้นมาดูเป็นชายคนนั้นยืนบิดไปมาคาดว่าน่าจะปวดทุกข์เบา(ฉี่) กำลังจะห้ามแต่ไม่ทันแล้วเขาเดินออกไปจากกลดท่าน แค่ก้าวที่ห้าเท่านั้นท่านเปิดกลดออกมาสิ่งที่เห็นคือผีพรายอีกตนร่างเป็นสีแดงเอามือที่มีกรงเล็บบีบคอเขาจนตัวลอย อีกมือก็จ้วงแทงที่ท้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก่อนที่เขาจะตายก็หันมายกมือไหว้ท่านพร้อมคำพูดสุดท้ายว่า “ชะ..ชะ..ช่วยยยยชาวบ้านด้วยครับหลวงตา” แล้วผีพรายนั้นก็โยนร่างเขามาตายต่อหน้าท่าน

“นายข้าบอกว่าถ้าท่านไม่อยากให้ใครตายอีก ขอให้ท่านจงไปจากที่นี่เสีย” แล้วผีพรายก็หัวเราะแล้วค่อยๆจางหายไป หลวงตาได้แต่หดหู่เศร้าใจ ท่านคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างเสียแล้ว ท่านจัดการกับศพนั้นโดยการขุดหลุมฝังศพให้ เช้าวันต่อมาท่านเดินไปที่หมู่บ้านนั้น จากคนที่เดินกันไปมาพอเห็นพระสงฆ์เท่านั้น แตกตื่นวิ่งเข้าบ้านใครบ้านมัน ท่านว่าสงสัยฆราวาสคนนี้คงมีอาคมที่น่ากลัวมากไม่งั้นชาวบ้านไม่กลัวขนาดนี้

ท่านเดินผ่านบ้านหลังหนึ่งท่านหยุดมองไปในบ้าน ด้วยความที่ท่านฝึกกสิณไฟท่านจึงมีตาทิพย์มองเห็นว่ามีชายแก่คนหนึ่งสักลายทั้งตัวรวมทั้งใบหน้า ตาของเขาเป็นสีแดงเพลิงกำลังมองมาที่ท่าน รู้ได้ทันทีว่าคงเป็นหมอผีที่หลงอาคมสายดำคนเดียวกับที่ชายคนนั้นบอกแน่นอน ท่านเดินมาหยุดที่หน้าบันไดเสียงอะไรบางอย่างวิ่งตรงมาที่ท่าน ควายธนูตัวดำสูงเกือบสามเมตรกระโจนมา ท่านบริกรรมคาถาเป่าออกไป ควายธนูหยุดทันทีแต่ยังคงจะวิ่งมาหาท่านอย่างไม่ลดละ แล้วอยู่ๆก็มีผีพรายพุ่งมาทางด้านหลังมาจับแขนทั้งสองข้างท่านไว้ “ท่านเสียทีข้าแล้ว เตือนแล้วไม่ฟังเอง”

แล้วพอถูกตรึงแขนไว้ควายธนูที่ท่านหยุดเลยหลุดมาจะวิ่งขวิดท่าน ฉับพลันร่างของหลวงตาก็หายวับทันที ไปยืนอยู่ที่บันไดขั้นแรก

“ตายยากนักนะมึงไอ้พระแก่!” ชายแก่หมอผีล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อขว้างลงบนพื้นกลายเป็นงูยักษ์สีเขียวเลื้อยเข้ามาพร้อมกับควายธนูและผีพรายที่เข้ามาหมายจะฆ่าท่าน หลวงตาผายมือออกแล้วมีไฟดวงหนึ่งขึ้นจากฝ่ามือ ท่านเป่าไฟดวงนั้นใส่ทำให้ทั้งสามถูกเผาไหม้เป็นจุล หมอผีโกรธแค้นยิ่งนักเพราะไม่เคยมีใครสู้อาคมแกได้หยิบเอามีดหมอกับตะปูออกมาหวังจะเสกเข้าไปในตัวท่านแต่ท่านรู้ด้วยตาทิพย์ที่มี จึงทำการเสกคาถาใส่ตะปูกับมีดหมอให้ไปปักตัวหมอผีนั้นก่อน เสียงร้องโหยหวนพร้อมกับร่างที่ชักดิ้นไปมา ท่านเดินลงมาดูแล้วจัดการเสกคาถาถอนอาคมใส่หมอผีคนนั้นให้ไม่มีอาคมใช้อีกต่อไป แต่ด้วยบาดแผลจากตะปูกับมีดมันสาหัสเลยสิ้นใจในเวลาต่อมา

ชาวบ้านพากันมากราบท่านด้วยน้ำตาแห่งความดีใจที่หลุดพ้นจากหมอผีคนนี้ หลังจากจัดการเรื่องนี้เสร็จแล้วท่านก็ออกธุดงค์เพื่อที่จะไปยังภูควายต่อไป ผมเลยถามท่านว่าแล้ววิญญาณหมอผีไม่มาหลอกชาวบ้านหรือครับหลวงตา ท่านยิ้มแล้วบอกว่าแค่ดวงวิญญาณหลุดออกจากร่างธรณีก็สูบลงไปในนรกแล้วล่ะ จำเอาไว้คาถาอาคมมีจริงไม่ว่าจะยุคสมัยไหนแต่คนที่ใช้ต่างหากจะใช้ไปในทางที่ดีหรือไม่ดี เรื่องราวมีเท่านี้ครับ…….

ขอบคุณที่มาดีๆจาก เรื่องสยองของคนเห็นผี / เรื่องเล่าชาวสยาม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ