1586.หายตัวยืนบนน้ำ

หายตัวยืนบนน้ำ
(เรื่องเล่า หลวงพ่อจำเนียร วัดถ้ำเสือ)
ครั้งหนึ่งอาตมาได้เจอพระธุดงค์องค์หนึ่งเป็นโรคมะเร็งที่ตา (แต่ท่านเข้าใจว่า เป็นโรคริดสีดวงที่ตา) ท่านมาที่วัดนารีประดิษฐ์ เพราะคิดว่า พระอาจารย์เบี้ยว หรือ ท่านพระครูประดิษฐ์สุวรรณวัตร เจ้าอาวาสวัดนารีประดิษฐ์ รักษาโรคริดสีดวงที่ตาได้
พระธุดงค์องค์นั้นชื่อ หลวงพ่อแดง ท่านเป็นอาจารย์ดีองค์หนึ่ง มีวิชาแก่กล้า แต่ว่าท่านรักษาโรคไม่เป็น ไม่รู้ว่าท่านเป็นพระวัดไหน ที่ไหน
ท่านมาถึงก็ไม่ทราบว่ามาจากไหน ไปถึงก็เห็นท่านนั่งอยู่แล้วถามว่า “หลวงพ่อมาจากไหน” ท่านว่า “มาเรือจะมารักษาตา” ก็จัดกุฎิให้ท่านพัก
ท่านพักแล้วอาจารย์ครูมาตรวจดูบอกว่าเป็นมะเร็งไม่ใช่ริดสีดวง เป็นมะเร็งที่ตารักษาไม่ได้ ไม่มียาโดยเฉพาะ ก็เคยคุยกับท่านเพราะเคยได้ยินว่าหลวงพ่อแดงไปที่เกาะแก้วพิสดาร จะนั่งเรือของคนแขกไป คนแขกไม่ให้ไปท่าเดียว เพราะเขาหาว่าจะหากินไม่สะดวก พระลงเรือแล้วหาปลาไม่ได้ ไม่ยอมให้ท่านไป
พอเรือไปถึงปรากฏว่า หลวงพ่อแดง ท่านไปถึงก่อนแล้ว ท่านไปเอง ท่านอธิบายว่าใช้วิชาที่ดิน โดยการเพ่งกสิณ ใช้ทั้งปฐวีกสิณและวาโยกสิณไม่ได้เหาะไป ไม่ต้องใช้เรือไปถึงเกาะแก้ว ถามท่านว่า
“แล้วดินนั้นท่านปลุกเสกหรือทำด้วยอะไรอย่างไร”
ท่านบอกว่า “กสิณดิน เอาดินมาทำเป็นกสิณให้เป็นสะพานแล้วข้ามเดินไปได้ ขี่ดินให้ลอยไปก็ได้” แต่ที่ท่านทำนั้นเอาดินมาทำเป็นปฐวีกสิณแล้วใช้ลดพัด คือ วาโยกสิณพาไปทีเดียวก็ถึง ถามท่านอีกว่า
“แล้วทำไมท่านต้องไปเรือ”

ท่านว่า “ต้องเตรียมของไปด้วย เอาอาหารไปกิน ถ้าตัวเปล่า ๆ นี่ไม่ต้องไปเองไม่ต้องใช้เรือ” อยากได้ความรู้วิชานี้ก็ถามท่านเรื่องกสิณ ขอให้ท่านถ่ายทอดวิชาเพ่งกสิณ ท่านก็อธิบายสอนการเพ่งกสิณ การใช้กสิณดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศ สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้หลายทาง
อาตมาเห็นหลวงพ่อแดงก็ดีใจ ได้ศึกษาหาความรู้เรื่องกสิณ หลวงพ่อแดงท่านบอกว่า ท่านอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้แล้ว เพราะว่ายารักษามะเร็งตาไม่มี ท่านต้องไปใช้กรรม ท่านบอกว่าท่านต้องออกเดินทางแล้ว เพราะว่ามาอยู่หลายวัน ตอนนั้นอาตมาก็เฝ้าไว้ สั่งเณรว่าหลวงพ่อแดงไปให้บอกด้วยจะไปทางไหน อย่างไร อยากดูว่าท่านจะไปด้วยกสิณ หรือว่าจะไปโดยธรรมชาติ ของยวดยานพาหนะ
คุยที่กุฏิแล้วท่านขอลาแล้วหายไปเลย หาไม่เจอ อยู่มาปีที่ ๒ ขึ้นปีที่ ๓ ก็ได้ข่าวว่าหลวงพ่อแดงท่านสิ้นบุญแล้วอยู่ที่ถ้ำในป่า ก็ไม่ได้ไปดูท่านนี้ก็แปลกดี มาก็ไม่รู้ว่าท่านมาจากไหน เวลาไปทั้ง ๆ ที่เฝ้าดู แวบเดียวท่านหายไปแล้ว
ท่านบอกว่า ท่านขี่ดินแล้วให้ลมพัดไปนี่ไปถึงไหนก็ได้ ไปเที่ยวไหนก็ได้ อึดใจเดียวเท่านั้น พอว่า วาโยก็ถึง วาโยก็ถึง ไม่ว่าไกลใกล้แค่ไหน อาตมาก็ซึ้งจำไว้หมดวิธีทำกสิณ จำได้หมดในใจเพราะท่านบอกให้หมดสามวันสามคืน ฉันข้าวแล้วก็ถามท่าน ท่านก็ยินดีที่จะอธิบายให้ฟัง
หลวงพ่ออีกองค์หนึ่งที่เรือจมน่ะอยู่ที่ วัดแหลมสอ คนละองค์กัน ที่วัดแหลมสมหลวงพ่อแดงคนได้ ส่วนหลวงพ่อแดงองค์ที่เป็นมะเร็งตานั้น ท่านเป็นคนอีสานหรือคนเหนือ ตอนเด็ก ๆ ท่านอยู่กับพระพระเที่ยวพาเดินธุดงค์ จนกระทั่งท่านบวชเณรแล้วก็บวชพระ ตอนที่เจอท่านก็อายุ ๖๐ กว่าปี เกือบ ๗๐ ปีแล้ว คนละองค์กัน
หลวงพ่อแดงที่วัดแหลมสอ ท่านก็ได้กสิณดินเหมือนกัน เรือจมครั้งหนึ่งท่านยืนบนน้ำได้ คนลือกันมาก
กสิณดินนี่ยืนบนน้ำได้ พอเรือจมปุ๊บนึกกสิณดินยืนบนดินไปเลย แล้วก็เหมือนกับเรือไม่จม จีวรหลวงพ่อแดงไม่เปียกน้ำเลย คนร่ำลือกันมาก
แต่ว่าตอนที่เรือจมครั้งหลังที่ตายนี้ ท่านรู้ก่อนว่าเรือจะต้องจมและท่านก็ต้องตายเพราะกสิณดินนี่ออกจากเรือไม่ได้ต้องกสิณอากาศ ถ้าทำกสิณอากาศได้ก็พอเรือจมปุ๊บก็ทำกสิณเป็นอากาศลงในน้ำเลยไปในน้ำได้
พอเรือจมแล้วตายครั้งหลังคนก็สงสัยว่า เอ…หลวงพ่อแดงมีอภินิหารสามารถยืนบนน้ำได้ ทำไมจมน้ำตาย อาตมาต้องอธิบายให้โยมฟังว่า หลวงพ่อแดงนี่กสิณดินอย่างเดียว ซึ่งยืนบนดินได้ แต่ว่าประตูปิดแข็ง มองเป็นดินก็ยิ่งหนาขึ้นไปอีก ช่วยอะไรไม่ได้
แต่ถ้าทำกสิณอากาศมองทะลุปรุโปร่งเจอต้นไม้ก็เดินผ่านไปเลย เจอภูเขาก็เดินผ่านทะลุไปทางนั้นเลย ไม่ต้องขึ้นบนเขา ในดินก็ไปได้ ในน้ำก็ไปได้แต่ต้องเป็นกสิณอากาศ ให้ว่า อาโก อาโก แปลว่า ช่องว่าง ๆ แล้วก็ลอดไปในช่องว่างนั้นได้ อาบน้ำในกาก็ได้ ลอดท้ายเข็มก็ได้ เข้าในรูเล็ก ๆ ก็ได้ เพราเป็นกสิณอากาศ
หลวงพ่อแดงที่วัดแหลมสอ ที่เกาะพงันนี่ท่านไม่มีกสิณอากาศ ท่านมีกสิณดินอย่างเดียว เท่าที่ได้รู้มาแต่ไม่เคยสนทนากับท่าน แต่ หลวงพ่อแดง องค์ที่เป็นโรคตานี้ ท่านได้วิชากสิณถึงห้าอย่าง ดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศ ท่านสามารถไปได้ทุกแห่งไปได้เร็ว เดี๋ยวนี้อาตมายังชอบที่จะทำอยู่ แต่ไม่มีเวลาที่จะทำแต่ใจยังชอบมาก ไปไหนก็ไม่ต้องลำบากกับรถ กับเรือ กับเครื่องบิน ให้นึกว่าวาโยทีเดียวก็ถึงแล้ว ขี่ดินไปใช้กสิณดินกับกสิณลม
ขอบคุณที่มา
http://www.oknation.net/blog/My-fais/2009/12/10/entry-47

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ
%d bloggers like this: