3679. นรกเกาะเต่าฉบับเต็มตอนจบ (ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม)

นรกเกาะเต่าฉบับเต็มตอนจบ (ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม)

เมื่อเรือส่งเสบียงแล่นมาเทียบท่า แดนขังนักโทษการเมืองได้มีโอกาสต้อนรับ ม.ร.ว.มงคล กับ ดร.คุ้ม ที่ถูกส่งมาจากบางขวางเพราะนักโทษการเมืองรุ่นเดียวกันถูกประหารหมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องกักขังไว้อีก และรัฐบาลถือว่าทั้งสองเป็นพวกปฏิกิริยาหัวแข็งควรจะส่งมาตายที่เกาะเต่าแห่งนี้

ม.ร.ว.มงคลพูดกับเพื่อนนักโทษที่อยู่ก่อนว่า “คิดไม่ถึงเลยว่าคุกขังนักโทษการเมืองที่เกาะเต่าจะเป็นอย่างนี้ พวกมันส่งผมมาตายชัดๆ เห็นสภาพพวกท่านแล้วบอกไม่ถูก นี่มันทำกับนักโทษการเมืองถึงเพียงนี้เชียวหรือ”

ทั้งหมดได้แต่ปลงต่อชะตากรรมที่รุมล้อมคิดว่าความยุติธรรมจะเกิดขึ้นกับนักโทษการเมืองที่ล้วนเทิดทูนชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ยิ่งชีวิตแต่ก็นั่นแหละการศึกย่อมมีสองฝ่าย คือผู้ที่ประสบชัยชนะและผู้พ่ายแพ้ ดังภาษิตที่ว่า “ชนะเป็นเจ้า แพ้เป็นโจร” เมื่อแพ้ก็ต้องยอมรับชะตากรรม

ไม่นานนัก ม.ร.ว.มงคลก็ป่วยด้วยไข้มาลาเรีย อาการหนัก ยาควินินที่ติดตัวมาก็หมด ม.จ.สิทธิ์ มอบยาฉีดให้ฉีดระงับอาการ มีผู้ถามพระองค์ว่า ไม่นึกถึงชีวิตบ้างหรือ ท่านตอบว่า ในเมื่อยังไม่เป็นอะไรก็ให้ผู้ป่วยหนักไปก่อน ส่วนตัวเองเมื่อเป็นจึงค่อยหาทางรักษา

ผู้ถามถามว่า ยังมียาเหลือสำหรับท่านอีกหรือไม่ และหากป่วยจะทำอย่างไร ท่านตอบว่าหมดแล้ว หากท่านเป็นก็คงสุดแล้วแต่คนเราถึงที่ตายก็ต้องตาย มียาหรือไม่มียามันก็ต้องตาย และพวกที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นมนุษย์เดนตาย เพียงแต่ว่าไม่ได้ตายด้วยการประหารเท่านั้น

ไข้มาลาเรียทำให้สุขภาพของนักโทษการเมืองทรุดลงทุกวันร่างกายผ่ายผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก กลางดึกคืนหนึ่ง หลวงพล ก็เพ้อด้วยพิษไข้ดิ้นทุรนทุรายบอกให้ช่วยดูแลครอบครัวท่านด้วย ขาดท่านสักคนไปคงจะลำบากกันมาก

พิษไข้มาลาเรียขึ้นสมองทำให้เกิดอาการเกร็งชักและทุรนทุรายจากนั้นจะซึม นั่นหมายถึงว่าวาระสุดท้ายกำลังจะมาถึง บางคนถึงกับอึและฉี่ทะลักออกมาพร้อมกันเรียกว่า “ทวารเปิด” ก่อนจะสิ้นลม

เดือนเดียวมีนักโทษถึงแก่กรรมถึง 7 คน นักโทษที่เหลือถึงกับถอดใจ รอชะตากรรมว่าเมื่อใดจะถึงรายของตน

วันหนึ่งขณะไพฑูรย์กำลังกินข้าวกลางวัน น.ช.กบินทร์ให้ลูกกะโล่มาตามไพฑูรย์ไปพบ กินข้าวเสร็จแล้วเขาจึงเดินไปยังจุดนัดพบ

“ไง ไอ้สิงโตหินโดนจนอ่วมล่ะซิ เข็ดไหมล่ะ ผบ.คุกให้กูมาเจรจากับมึง บอกว่าหากมึงยอมไปเข้ากับท่าน คอยส่งข่าวความเคลื่อนไหวของนักโทษการเมืองตัวแสบๆ เพื่อจะได้เล่นงานมันทันก่อนจะเกิดอะไรขึ้น หากยอมมาร่วมกับพวกกู จะมีแต่ความสุขสบาย”

“ไม่ กูยอมกินข้าวกับเกลือ กินหัวเผือกหัวมันดีกว่า นักโทษการเมืองล้วนเป็นระดับมันสมอง มีความรู้ความสามารถ แต่มีอุดมการณ์ตรงข้ามกับไอ้พวกที่อาศัยคำว่า ประชาธิปไตยมาสร้างความร่ำรวยให้กับพวกพ้องบริวารดีกว่ามึงที่ยอมใส่ความเจ้านายหวังเอาตัวรอด แต่ที่มึงได้ก็คือคุกและถูกส่งมาที่นี่ แทนที่มึงจะเจ็บแค้น กลับยอมเป็นพวกมันเหมือนหมาเห็นแก่กระดูก”

“มึงกล้าด่ากูเชียวหรือพวกเราเอามัน”

ลูกน้องของ น.ช.กบินทร์ เข้ารุมทำร้ายไพฑูรย์ทันทีเกิดการต่อสู้อุตลุด เสียงนกหวีดดังขึ้นผู้คุมเข้ามาถึงแทนที่จะตีพวก น.ช.กบินทร์ กลับหวดไพฑูรย์จนสลบคาที่และทิ้งไว้อย่างนั้น นักโทษการเมืองเห็นไพฑูรย์หายไปจึงออกตาม ไปพบนอนสลลบก็ช่วยกันหามมาแก้ไขจนฟื้น เมื่อรู้เรื่องที่เกิดขึ้นต่างก็เห็นใจแต่ไพฑูรย์บอกว่า

“ขอบพระคุณพวกท่านมาก แต่ไม่ต้องเป็นกังวล ชีวิตผมอยู่หรือตายก็มีค่าเท่ากัน ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าผมจะเก็บไอ้กบินทร์เมื่อมีโอกาส”

เสียงเครื่องบินบินวนอยู่เหนือเกาะเต่า นักโทษการเมืองพากันวิ่งไปที่ชายหาดเพื่อดูเครื่องบินบินโฉบลงมาต่ำ นักบินเอาผ้าสีขาวห้อยออกมาจากหน้าต่างเครื่องบินก่อนบินลับหายไป

ม.จ.สิทธิ์บอกว่า “ร้อยวันพันปีไม่มีเครื่องบินมาบิน จะว่าหลงทางก็เป็นไปไม่ได้ นักบินโบกผ้าขาวให้ด้วยน่ากลัวว่าหลวงพิบูลสงครามคงหมดอำนาจ วันของพวกเราคงมาถึงได้ในไม่ช้านี่แหละ”
นักโทษการเมืองบนเกาะเต่าเหมือนคนหูหนวกตาบอดตัดขาดจากโลกภายนอก วิทยุไม่มีฟัง หนังสือพิมพ์ไม่มีอ่าน จึงไม่รู้ว่ารัฐบาลของหลวงพิบูลสงครามพ่ายแพ้คะแนนเสียงต่อพรรคฝ่ายค้าน อันมีพรรคประชาธิปัตย์ที่มี นายควง อภัยวงศ์ เป็นหัวหน้าพรรค โดย พ.ร.บ. 2 ฉบับที่เสนอโดยรัฐสภาไม่ผ่านความเห็นชอบจนต้องประกาศยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ปรากฏว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้เสียงข้างมาก ด้วยวิธีการหาเสียงที่โดนใจประชาชนที่ว่า “ เหล็กวิลาศ หรือจะสู้ตะปูควง”

เมื่อได้เป็นรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้นำความขึ้นกราบทูลขอพระราชทานอภัยโทษให้นักโทษการเมืองตั้งแต่ขบถบวรเดชฯจนถึงขบถ ณ. เณร ทรงพระมหากรุณาธิการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานอภัยโทษแก่นักโทษการเมืองทั้งหมด เสืออากาศที่มาบินโบกผ้าขาววันนั้นเป็นลูกหลานขบถที่มาแจ้งข่าวกับนักโทษบนเกาะเต่า

ตัวแทนรัฐบาลของนายควง ถูกส่งมาตรวจสภาพนักโทษการเมืองบนเกาะเต่า ทั้งนี้เพราะ พระกล้ากลางสมร อธิบดีกรมราชทัณฑ์ถูกย้าย รายงานของผู้แทนรัฐบาลถูกส่งไปยังนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเรือนจำที่ชื่อซ้อนถูกย้ายด่วนกลับไปประจำที่ชุมพร ถูกสอบสวนหลายข้อหาจนถูกปลดในที่สุด

เมื่อเปลี่ยนผู้บัญชาการเรือนจำใหม่ ก็มีการจัดสวัสดิการนักโทษใหม่ทั้งหมดมีการสร้างเรือนพยาบาลถาวร มีคำสั่งให้นำนักโทษกรเมืองจากเกาะเต่าไปยังสุราษฎร์ธานี เพื่อประกอบพิธีปล่อยตัวอย่างเป็นทางการ ส่วนไพฑูรย์ยังถูกขังอยู่ที่เดิม

วันที่นักโทษการเมืองออกเดินทาง ไพฑูรย์ออกไปส่งถึงท่าเรือ ทุกท่านอวยพรให้ไพฑูรย์สามารถกลับไปที่บางขวางอีกครั้ง ส่วน น.ช.กบินทร์กลายเป็นหมาหัวเน่าเมื่อ ผบ.คุกถูกย้าย นักโทษที่เคยเป็นลูกกะโล่ก็ไม่เห็นหัว เวลาที่ไพฑูรย์จะชำระแค้นอย่างที่ได้ตั้งใจไว้ก็ใกล้เข้ามาแล้ว

เมื่อไม่มีนักโทษการเมืองคุกที่เคยขังก็ว่าง มีนักโทษคดีอาญาย้ายมาแทน ความวุ่นวายก็เขามาครอบคลุม น.ช.กบินทร์ถือว่าเป็นนักโทษระดับปู่คุก ส้องสุมลูกน้องทำตัวเป็นขาใหญ่ เพราะสิงโตหินวางเฉยไม่แสดงอาการอันใดให้เห็นว่าเป็นใหญ่ เพราะเขารอบรรดานักโทษการเมืองทำเรื่องถึงกรมราชทัณฑ์ให้ย้ายกลับไปยังบางขวาง

คนเราเมื่อชะตาขาดแล้วอย่างไรเสียดาวประจำตัวก็ตกจากฟ้าเหมือนขงเบ้งแม้ยิ่งใหญ่อย่างไรก็ไม่พ้นตาย ด้วยความระแวงว่าไพฑูรย์จะมาแย่งชิงความเป็นขาใหญ่ น.ช.กบินทร์ จึงส่ง น.ช.สนุ่น กับ น.ช.นุ้ย ให้ไปจัดการไพฑูรย์ขณะไปทำงานในป่า แต่กลับถูกไพฑูรย์เล่นงานจนอาน แต่ไม่ฆ่า จึงได้รู้ว่าเป็นแผนของ น.ช.กบินทร์ ที่ต้องการเก็บตนให้พ้นทาง

ไพฑูรย์จึงให้ทั้งคู่ทำเป็นเฉยเสีย บอกเพียงว่ายังจัดการกับไพฑูรย์ไม่ได้ ให้นัดวันเวลาให้ น.ช.กบินทร์กับคนสนิทไปสมทบเพื่อช่วยกันฆ่าไพฑูรย์ในป่าขณะออกไปทำงาน น.ช.กบินทร์ฮุบเหยื่อน้ำบานเมื่อถึงวันนัดทั้งหมดก็ทำทีเป็นไปตรงจุดนัดเพื่อรอเวลา

เมื่อมาถึงจุดสังหารไพฑูรย์ก็ปรากฏตัวออกมา น.ช.นุ้ยกับ น.ช.สนุ่น ร้องบอกคนสนิทของ น.ช.กบินทร์ว่า “วีระหลบออกไปเสียสิงโตหินกับกบินทร์จะสะสางความแค้นกัน พวกเราไม่เกี่ยว เอาตัวรอดก่อนเถอะ”

น.ช.กบินทร์หน้าเสีย แต่ก็ไม่หนี กระชากมีดออกจากเอวเปลือยคมขาววับ บอกว่า “เขาว่ามึงหนังดี แต่กูว่าคงจะไปด้านปลายมีดกูหรอกน่า มันเป็นมีดหมอเชียวนา”

น.ช.วีระยิ้ม คนสนิทยิ้มแห้งๆ เพราะตนเอามีดธรรมดานี่แหละไปแหกตา น.ช.กบินทร์แลกกับมุก (ใบแลกเงิน) และบุหรี่

ไพฑูรย์บอก น.ช.กบินทร์ว่า

“ไอ้กบินทร์วันนี้คือวันตายของมึง มึงทำกับกูและพวกนักโทษการเมืองที่น่าเคารพแม้แต่เจ้านายที่เคยขุนมึง มึงก็ไม่สำนึกคุณ สำหรับกูเป็นนักโทษประหาร ฆ่ามึงแล้วก็ไม่มีอะไรเพราะโทษประหารมันสูงสุด ไม่นานกูก็จะกลับไปที่บางขวาง แต่มึงต้องตายอยู่ที่นี่”

น.ช.กบินทร์กรากเข้ามาแทงอุตลุดแต่ไพฑูรย์ใช้ดุ้นไม้กันไว้ได้ แถมยังเปิดช่องให้แทง ปรากฏว่ามีดหมอกำมะลอแทงไม่เข้า น.ช.กบินทร์หน้าเสีย แต่ยังคงบุกเข้าหาตลอด ไพฑูรย์ใช้ดุ้นไม้ตีสกัดมือข้างที่ถือมีดจนมีดหลุดจากมือ กรากเข้าไปตีซ้ำที่ขาและเข่าจน น.ช.กบินทร์ทรุดลง ร้องขอชีวิต

ไพฑูรย์แพ่นดุ้นไม้ลงไปบนกระหม่อมของ น.ช.กบินทร์สุดแรงไม่มีปรานี กะโหลกแข็งอย่างไรก็ไม่อาจทานดุ้นฟืนได้กะโหลกแตกเลือดอาบศีรษะ ไหลย้อยลงมาตามใบหน้า หงายหลังตึง มือไม้เกร็ง ชักกระตุกตัวสั่น ไม่นานก็นิ่งเงียบ ไพฑูรย์ให้สามนักโทษชายเอาตัวรอดด้วยการวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากผู้คุมว่าเขากับ น.ช.กบินทร์มีเรื่องกันใช้มีดกับไม้ต่อสู้กัน
เมื่อผู้คุมไปถึงที่เกิดเหตุ ไพฑูรย์ยืนรอมอบตัวพร้อมกับไม้ในมือ ถูกนำตัวไปพบ ผบ.เรือนจำ เพื่อสอบสวนเบื้องต้น ทำเรื่องส่งตัวไพฑูรย์ไปให้ตำรวจและอัยการทำสำนวนฟ้องศาลเพิ่ม ดังที่ไพฑูรย์เคยพูดไว้ นั่นคือโทษประหารที่ได้รับนั้นเป็นโทษสูงสุดอยู่แล้ว จะประหารอีกทีก็ไม่มีผล ถูกขังอยู่ในเรือนจำสุราษฎ์ธานี

ท่านนักโทษการเมืองทำตามที่รับปากไว้ ได้ยื่นเรื่องต่ออธิบดีกรมราชทัณฑ์เรื่องที่ย้าย น.ช.ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม จากบางขวางไปอยู่เกาะตะรุเตาและเกาะเต่าไม่ชอบด้วยกฏหมาย จนทำให้ไพฑูรย์ถูกส่งตัวกลับบางขวางคราวนี้เขาไม่หนี เพราะไม่ต้องการให้เดือดร้อนนักโทษการเมืองที่ยื่นเรื่องต่ออธิบดีกรมราชทัณฑ์คนใหม่ที่ช่วยเหลือตน

กลับมาบางขวางเหมือนกลับบ้านใหม่ ได้พบพวกพ้องทั้งที่เกลียดหน้าและที่รักใคร่ สิงโตหินคืนถิ่นเก่าที่เคยอยู่มา แต่ความคิดในการแหกคุกไม่เคยหมดไปจากหัวใจ รอเวลาและโอกาสที่จะอำนวยให้เท่านั้น

นักโทษการเมืองหลายท่านได้มาเยี่ยมและนำของมาให้ด้วยเมตตา ไพฑูรย์ขอบพระคุณทุกท่านที่มีเมตตา เขาบอกว่าไม่เคยลืมพระคุณและเหตุการณ์ที่ผ่านมา การเมืองไทยกับเรือนจำบางขวางและกรมราชทัณฑ์จึงเกี่ยวข้องกันดังที่ได้เล่ามา

ฉบับนี้ขอมอบ “คาถาเสกฝุ่นธุลีดินทาตัว” เพื่อความคงกระพันชาตรี ตีล้มคว่ำ ตีซ้ำทะลึ่งติดไม้ ว่าดังนี้

“โอม หะนุมานะ คลุกคลีตีมะอะอุ”

เมื่อเข้าที่คับขันให้อามือขวาหยิบฝุ่นมาวางไว้ในฝ่ามือซ้าย แล้วขยี้เหมือนกับขยี้แป้งผัดหน้า เสกด้วยคาถา 3 จบ แล้วทาตัววิ่งเข้าต่อสู้ได้เลยคาถานี้หากถูกตีล้มลงไปแล้ว คู่ต่อสู้ไม่รู้ตีซ้ำลงไปอีก คนที่ถูกตีจะลุกขึ้นมาสู้และคราวนี้ตีอย่างไรก็ไม่ล้ม

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : นักเลง โบราณ ตำนานหนังเหนียว
นำเสนอโดย : แอพเกจิ – AppGeji

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ