3752. เส้นทางมาเฟีย ตอนที่ 11 แผนมังกร (สุริยัน ศักดิ์ไธสง)

เส้นทางมาเฟีย ตอนที่ 11 แผนมังกร (เขียนโดย สุริยัน ศักดิ์ไธสง)

งานฌาปนกิจศพ อดีตเหยี่ยววังปารุสฯ ซึ่งถูกมือปืนลอบยิงที่มาบตาพุดขณะขับรถปิกอัพของผู้ใหญ่เต๊ก เข้าตัวจังหวัดระยองที่วัดซากลูกหญ้า อันไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ เย็นวันนี้มีแต่ แดง, เก๊าตี๋, พล, เริง กับผมเท่านั้น ที่เป็นเพื่อนศพ รวมทั้งการสวดพระอภิธรรม ๓ คืนที่ผ่านมาด้วย เรื่องอดนอนจึงไม่ต้องพูดถึง

บัดนี้ ใกล้เวลาประชุมเพลิงแล้ว ยังหาแขกเข้าวัดเนื่องในงานศพของ เชียร รถถัง ไม่พบสักคน ศาลาที่ตั้งศพ มีสัปเหร่อวัย ๔๐-๕๐ ปี ๓-๔ นายนั่งรอแขกร่วมกับเรา ๕ คน อย่างอ้างว้างจนไม่กล้าพูดคุยกัน ซ้ำยังแยกย้าย กันไปหามุมสงบนั่งยืนอยู่รอบๆ บริเวณศาลาโดยสมัครใจ

ตะวันรอนแสงลง ฟ้ามีกลุ่มเมฆสีขาวกลุ่มใหญ่กระจายอยู่ทั่ว ขุนเขาเมืองกวีเอกที่ทอดยาวทะมึนดำไม่ไกลตาคล้ายปราการยักษ์แยกชนชั้น วิหคนานาโผผินคืนคอน บ้างถลาไปเกาะที่กิ่งโพธิ์ใหญ่หน้าอุโบสถ บ้างไปเกาะบนกิ่งจามจุรีหน้ากุฏิของหลวงพ่อ มีบางกลุ่มทะยานผ่านวัดไป ครู่หนึ่งลมภูเขาเริ่มพัดฮือเป็นระยะระคนเสียงเครื่องยนต์รถที่บรรดาลูกศิษย์ลูกหาและญาติโยมที่เข้าไปเยี่ยมกราบหลวงพ่อกลับออกมาและเข้าไปใหม่ตลอดทั้งวัน นับแต่ผมอยู่เฝ้าศพชาวยุทธ์รุ่นใหญ่มาจนถึงขณะนี้

ระหว่างเหม่อชมทัศนียภาพรอบตัวเสียงเครื่องยนต์รถขนาดใหญ่ดังแผกจากรถอื่นกระตุ้นให้หันไปทัศนา ก็พบรถบรรทุกสิบล้อกับรถบรรทุกหกล้อ ๓-๔ คัน บรรทุกผู้คนชายหญิงแต่งกายชุดขาว-ดำเต็มรถผ่านประตูวัดเข้ามา พลกับเริงยืนอยู่ใกล้ผมที่สุด ปราดมาถาม

“มางานใครกันแน่”

“ยังไม่รู้เหมือนกัน” ผมลังเล

“แต่คงไม่ใช่มางานพี่เชียรหรอกทั้งชีวิตแกมีแม่คนเดียวแก่งั่กอายุ ๗๐ กว่าปีแล้ว” เรียงรายข้อมูล

ต่อมา เรา ๓ เริ่มเคลื่อนไหวเมื่อแดงกับเก๊าตี๋ซึ่งอยู่ใกล้ศาลาที่ตั้งศพเดินไปหากลุ่มคนดังกล่าวไล่ๆ กับเก๋งบีเอ็มสีแดง ตัดดำพุ่งผ่านประตูวัดเข้ามาให้ผมบรรเทาร้อนใจท่ามกลางความแปลกใจที่มีแขกเหรื่อมากันเพียบ และเมื่อปะหน้าผู้ใหญ่เต๊กขณะลงจากเก๋ง แกบอกเสียงขรึม

“ผมจำเป็นต้องเชิญแขกของผมมา เพราะผมเป็นเจ้าภาพ น้องๆ คงเข้าใจ แต่ผมก็ได้เข้ากรุงเทพฯ เชิญคุณแม่ของหมู่เชียร มาได้เพียงคนเดียว แกนั่งอยู่เบาะหลังครับ”

เรา ๕ คนมองตากัน พลขยับไปเปิดประตูเก๋งบีเอ็มด้านหลังออกกว้าง หญิงชราผมขาวโพลนนางหนึ่งเรือนกายผ่ายผอม หนังเหี่ยวหุ้มกระดูกห่มไว้ด้วย เสื้อสีขาว นุ่งโจงกระเบนด้วยผ้าลายสีน้ำตาลเข้ม นั่งจ้องหน้าพวกเราอยู่

“ยายจำผมได้ไหม ผม เริง ยังไงครับ บ้านอยู่สวนมะลิ”

ดาวดังแม้นศรีซึ่งคุ้นกับแกพอสมควรกล่าวแนะนำตัว นางยิ้มจนแก้มโบ๋พึมพำเสียงพร่าสั่น

“เอ็งหรือ แล้วเขาเอาไอ้เชียรไว้ที่ไหนล่ะ”

“อยู่ที่ศาลาครับ ยายจับแขนผมลงจากรถเถอะ”

นางไหวร่างกายยากเย็นไปแตะมือเริงไว้ดั่งบอกให้คอยสักครู่ ปากที่ยังเคี้ยวหมากอยู่หยุดเคี้ยว มือหนึ่งล้วงไปที่ชายพก ดึงเอาถุงพลาสติกขนาดเล็กออกมางกๆเงิ่นๆ เปิดปากถุงให้กว้างแล้วค่อยๆ ก้มลงคายชานหมากใส่ถุงห่อเก็บเข้าไว้ชายพกเดิม จึงบรรจงใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดคราบหมากที่ติดอยู่ริมฝีปาก ต่อมานางเอื้อมมือไปจับแขนดาราดังสวนมะลิเป็นหลักพยุงร่างลงจากเก๋งบีเอ็ม

ภาพดังกล่าวไม่ทราบว่าเพื่อนทุกนามสังเกตหรือไม่ และมองไกลแค่ไหน สำหรับผม ชีวิตยาย ชีวิตเชียร รถถัง เป็นเรื่องที่ฟ้าลิขิตแน่แล้ว ผู้เฒ่าเช่นนางจึงพาสังขารสภาพนี้มาเผาลูกให้ผมกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

พิธีฌาปนกิจศพอดีตเหยี่ยววังปารุสฯ เสร็จสิ้นเมื่อฟ้าหลัว ต่อมามารดาเชียร รถถัง ผู้เสียชีวิตได้รับความเอื้อเฟื้อจากผู้ใหญ่เต๊ก จัดรถนำส่งถึงบ้านพักที่กรุงเทพฯ พร้อมมอบเงินสดจำนวน ๕,๐๐๐ บาทให้ ซึ่งมีผลให้พวกเราสำนึก ในความมีน้ำใจของแกอยู่ จากนั้นเราทั้ง ๕ คนถูกชักชวนให้ขึ้นรถเพื่อจะไปส่งยังที่พักให้ ทุกคนเห็นด้วย เพราะไหนๆ แกก็อุ้มพวกเรามาแต่ต้นแล้วจึงไม่ชัดปรารถนาดีนั้น

ราวครึ่งชั่วโมงกลางม่านราตรีที่นั่งอัดอยู่บนเก๋งบีเอ็มนับแต่พ้นธรณีสงฆ์ โดยไม่พูดจากัน ทว่าพอรถเข้าเขตบ้านฉาง เจ้าของพาหนะกล่าวสุ้มเสียงนุ่ม

“ผมจะขอนั่งคุยที่บ้านน้องๆ กินเบียร์สักขวดได้ไหมครับ”

“หลายโหลก็ได้ครับ ถ้าผู้ใหญ่ไม่รังเกียจบ้านเช่า” เก๊าตี๋ต่อไพ่ทางลมปาก

“ขอบใจครับ”

พักเดียว พาหนะคันโก้ของเราเคลื่อนไปจอดยังหน้าประตูบ้าน ผมผู้นั่งอยู่ติดประตูรถผลักประตูเปิดลงไปจัดการ เปิดประตูใหญ่ให้มังกรเมืองใต้ขับเคลื่อนเก๋งคันงามเข้าบ้าน

ต่อมา วงสุราอาหารได้ตั้งขึ้นภายในห้องรับแขกโดย ๒ สาวงามอ้อยกับเงาะที่อาสาทำงานบ้านใช้หนี้เงินรับหน้าที่เดินเข้า-ออกระหว่างบ้านกับร้านค้าปากซอย จัดซื้อเบียร์กับอาหารเพิ่มเติมยังกะจะเอาไปเลี้ยงหมาตามซอยด้วย กระนั้นพวกเราไม่มีสิทธิแอะเมื่อเป็นความต้องการของผู้ใหญ่ที่อยากให้พวกเราประทับใจกับความกว้างเยี่ยงชาวยุทธ์ของแกซึ่งผมก็ยอมรับว่าการกระทำที่ผ่านมาของมังกรเมืองใต้ชนะใจพวกเราได้เกินกว่า ๕๐%

พักใหญ่ พอแอลกอฮอล์แทรกซึมโดยเฉลี่ยคนละ ๒ ขวดเบียร์ เรื่องราวที่พูดคุยโดยไม่มีสาระชักวนเข้ามามีสาระ เกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัวจากกุมารจีนมาเก็งเอ๋า

“พวกเราทุกคนรู้สึกเป็นหนี้บุณคุณผู้ใหญ่มากที่ช่วยรักษาชื่อคนตาย และรักษาหน้าพวกเราไว้ในครั้งนี้ครับ แต่ก็มีบางสิ่งที่พวกเราข้องใจ”

“เรื่องที่เราพูดกันที่พัทยาใช่ไหม” รุ่นใหญ่ดักคอ

“ครับ หากผู้ใหญ่อนุญาตให้พูดตรงๆ อย่างที่เราพูดกันมาแล้ว พวกผมก็อยากพูด”

“พูดเลยน้อง เพราะอย่างไรเสียเราอาจต้องประสานงานกัน”

เก๊าตี๋ปรายตามองเพื่อน ใบหน้าขาว เลือดฉีดจนแดงซ่านหล่นคำประโยคแรกชัดเจน

“กิจการบ่อนกับผู้หญิงที่ผู้ใหญ่บอกให้พวกผมทำน่ะ ผู้ใหญ่มีหุ้นอยู่ด้วยใช่ไหมครับ”

“ผมมี ๓๐% เท่าพวกคุณ เพราะเป็นฝ่ายลงเงินทุนระยะต้น ส่วนของท่านรองฯ คม ๔๐% ในฐานะเจ้าของสถานที่และผู้เอื้อทางสะดวกด้านกฏหมายแก่เรา”

“ขอโทษครับ..” เริงขัดขึ้น พลางเสริม” ก็เท่ากับว่ากิจการบ่อนกับผู้หญิงที่จะทำนี่ผู้ใหญ่ลงทุนผู้เดียว ๖๐% ส่วนพวกผมเป็นหุ้นลอย”

“เปล่าเลยน้อง ” รุ่นใหญ่ค้านระคนยิ้ม” น้องทุกคนไม่ใช่หุ้นลอย แต่หุ้นด้วยชีวิตซึ่งสามารถบันดาลให้บ่อนรุ่งหรือดับได้”

“ทำไมผู้ใหญ่จึงเชื่อใจพวกเราครับ” ดาวดังไบเล่ย์แย้มบ้าง

“ผมเชื่อเพราะน้องๆ มีศักดิ์ศรีทุกคน อีกทั้งมีฝีมือ” วาจานั่นดั่งเจตนากล่าวเน้นคำ

แดงออกตัว “ถึงอย่างไร พวกผมก็ยังต้องอาศัยผู้ใหญ่หาประสบการณ์ครับ”

มังกรเมืองใต้ยิ้มรับ และยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่ม พลจุดบุหรี่สูบ แดงลุกไปใช้ห้องน้ำ เก๊าตี๋ซึ่งไม่นิยมเสพของมึนเมา ขณะนี้แม้ใบหน้าแดงก่ำ กิริยากลับไม่ส่ออาการมึน ซ้ำยังจิบต่อได้เรื่อยๆ ส่วนเริงคืนนี้ผมสังเกตว่าเขาดื่มน้อยกว่าเพื่อน และเมื่อแดงกลับจากห้องน้ำนั่งประจำที่เพื่อนเปิดปากทันควัน

“พวกผมจะพบท่านรองฯ เมื่อไหร่ครับ”

“น้องตกลงใจรับงานที่ว่าแล้ว” รุ่นใหญ่ย้ำ

“ครับ”

สิ้นคำ แดง ไบเล่ย์ ผู้ใหญ่เต๊กกวาดตามองพวกเราเชิงขอความเห็น เราทั้ง ๔ พากันยิ้มแทนตอบรับในสิ่งที่เพื่อนลงมติ ซึ่งเป็นผลให้แกกำหนดวันด้วยอาการปิติ

“ตกลงวันเสาร์ เราเข้าพบท่านรองฯ ด้วยกัน”

“ครับ” แดงรับคำ

จากนั้น การพาทีของเราเปลี่ยนเป็นการซักถามเพื่อควานให้ลึกถึงธุรกิจนานาบนเส้นทางของแกว่ามีอันใดบ้างที่แกมี ส่วนได้ส่วนเสีย ก็กระจ่างว่ามิใช่จะเป็นเจ้าของบาร์ ” สโนวไวท์ ” ในนิวแลนด์แห่งเดียว ยังถือหุ้นบาร์โชว์อีก ๒-๓ แห่ง ส่วนคำถามเกี่ยวกับคิวรถสองแถวของแกที่กำลังฮึ่มฮึ่มจนเป็นผลให้หมู่เชียรสิ้นชื่อง่ายดายนั้น มังกรแดนใต้ตอบก่อนอำลาแสนสั้น

“ผมเป็นคนจร เมื่อคิดปักหลักแล้วต้องแลก ขอให้น้องๆ ดูกันไป”

งานเลี้ยงเลิก เราทั้งหมดขยับขยายแยกย้ายกันกลับเข้าห้องอาบน้ำ ๒ สาวแม่บ้าน เงาะกับอ้อยจัดการเก็บกวาด ทำความสะอาดห้องรับแขกที่เละจนสะอาดตาเป็นระเยียบเรียบร้อยขึ้น ผมซึ่งละจากวงเมรัยเป็นคนสุดท้าย ตึงเบียร์เข้าไปหน่อยถือโอกาสแซวแม่เงาะเปลือกขาวระหว่างลำเลียงขวดเบียร์ไปวางไว้มุมห้อง

“ไม่รู้ว่าเมื่อคืนเพื่อนเริงได้กินเงาะหรือเปล่า”

จบคำ เธออายม้วนไปเลย ส่วนผมรู้สึกระปรี้กระเปร่าที่เงาะทำกิริยาเช่นนั้นได้ แม้หลายวันที่ผ่านมาเธอยังนั่ง ตากหน้าหาเงินอยู่ในคาเฟ่หน้าตาเฉย

สองยามแล้ว ภายในห้องเชียร รถถัง เดิมซึ่งผมย้ายตัวเองมาจากห้องที่เคยอยู่ร่วมกับเก๊าตี๋ บัดนี้มืดสนิทแต่ผม นอนหลับตาไม่ลง ทั้งสมองปั่นป่วนไปหมดจากฤทธิ์เบียร์ จึงลุกไปเปิดหน้าต่างผลายตีนเตียงออกรับลม กลับพบเงาตะคุ่ม ๒ ร่างในความมืดใต้ร่มเงามะม่วงที่กุมารจีนม้าเก็งเอ๋านั่งปั้นตัวเองเป็นจิตรกรกำลังกอดกันกลมดิก

อกเอย..ค่อนราตรีนี้ดั่งเป็นใจให้กับ ๒ สาวหนุ่มบรรเลงลีลารักกันยิ่งนัก เพราะเหนือหัวของเริงกับเงาะเปลือกขาว ขึ้นไปปรากฏ จันทร์เต็มดวงอร่ามแสงสีเหลืองนวลตา มีหมู่ดาราดาษทอแสงระยับ ส่วนเบื้องล่าง แม้เป็นหลังบ้าน แต่ก็เป็นธรรมชาติเพราะทั้งคู่ตกอยู่กลางแสงจันทร์ ใต้เงาไม้ ซึ่งขณะนี้สายลมดึกโชยมาปะทะหน้าจนเย็นวูบวาบ ระคนกลิ่นไอทะเล

ครู่หนึ่ง ผมละจากหน้าต่างกลับไปนอนทบทวนอดีตที่ผ่านมากับวันนี้แล้ว รู้สึกอ้างว้างใจ ด้วยบทบาทของพวกเราช่างปรับเปลี่ยนเร็วราวถูกลิขิตไว้ล่วงหน้า

นอนคิดและพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียงในความมืดโดยไม่ขยับลุกจากเตียงอยู่จนเสียงแผ่นเหล็กจากไทยยามประจำซอย กังวาน ๓ ครั้ง ก็รู้สึกว่ายุงชักแห่กันเข้ากัดจนแสบเนื้อ จึงบุกไปปิดหน้าต่าง ส่วนสายตาไม่วายแฉลบมองโคนมะม่วง วิมานรักเริง สวนมะลิ กับเงาะ สาวอดีตนางโลม พบแต่ความว่างเปล่า พลอยปลื้มแทนเพื่อนระคนอิจฉาไม่ได้

ปิดหน้าต่างเสร็จ ประสาทหูผมแว่วเสียงคนเดินระคนเสียงพูดคุยเบากริบอยู่หน้าห้องกลางดึก ก็เกิดสงสัย แต่ไม่ได้หวาดว่ามี คิดอยู่ในใจต้องเป็นเก๊าตี๋ กับ แดง เพราะอยู่ห้องชั้นบนติดกันและตรงข้ามกับห้องผม

แปลก…๒ ดาวดังมีเรื่องคุยกันยามวิกาล

คิดดังกล่าว เลยกลั้นใจยอมเสียมารยาทย่องไปที่ประตูโดยไม่ยอมเปิดไฟในห้อง แล้วแนบหูชิดประตูห้องสื่อข่าว

“เก๊าตี๋ เราเป็นคนเที่ยวนะเพื่อน เฉพาะอย่างยิ่งกำลังจะทำธุรกิจค้าหญิง ซึ่งพวกเรายังต้องอยู่ใกล้ชิดเจอะเจอ ผู้หญิงอีกเป็นร้อย หากนายคิดชอบใครแล้ว จะเอาให้ได้อย่างนี้ มันจะทำให้เสียการปกครองและเสียน้ำใจกันในหมู่เพื่อนด้วย”

ถ้อยคำนั้น แดงเป็นผู้กล่าวกับกุมารจีนม้าเก็งเอ๋าชัดเจนอยู่แล้ว จึงรอฟังเก๊าตี๋โต้ให้กระจ่างเหตุ ซึ่งเขาก็โต้ขึ้น สุ้มเสียงเบา บ่งหางเสียงไม่พอใจ

“นายบอกเหตุผลตรงๆ ได้ไหมที่ “กัน” เราไม่ให้ไปนอนกับอีเงาะ”

“เริงมันชอบอยู่” แดงว่าน้ำเสียงนุ่มปกติ

“ก็แค่ชอบกัน”

“แต่เงาะก็ชอบเริง”

เก๊าตี๋เงียบไปอึดใจ ค่อยหลุดเสียง ” อีเงาะน่ะมันกะหรี่นะเพื่อน”

“แล้วนายจะเลือกใคร” ดาวดังไบเล่ย์สรุป

เงียบกริบ สักครู่ เสียงเดินเสียงเปิดปิดประตูห้องนอนของแต่ละคนดังขึ้น บอกให้รู้ว่าศึกชิงนางสงบแล้ว ส่วนผมกลับขึ้นเตียง นอนตาค้าง หัวเราะไม่ออกกับเรื่องตลกเมื่อครู่ จวบฟ้าสางจึงนิทราสนิทท่ามกลางคำถามถึงความพร้อมที่จะรับ อุดมการณ์ชาวยุทธ์ที่จะยึดเอา ฟ้าแทนมุ้ง โรงแรมแทนบ้าน ร้านอาหารแทนครัวและหญิงคนชั่วแทนเมีย…แล้วหรือ

สุริยัน ศักดิ์ไธสง
แอพเกจิ แอพรวมเรื่องราวประสบการณ์จริง เกี่ยวกับ พุทธคุณ ไสยศาสตร์ วิชาอาคม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ