859. พลิกแฟ้มคดีดัง : ปิดตำนานเจ้าพ่อสะพานเหลือง “เต็งโก้” ปรปักษ์ตัวเอ้ “เฮียเหลา สวนมะลิ”

เหตุระเบิดในสนามมวยราชดำเนินและลุมพินีสองครั้งสองครา กลายเป็นชนวนแตกหักของสองผู้ยิ่งใหญ่อย่าง “เฮียเหลา สวนมะลิ” กับ “เต็งโก้ สะพานเหลือง” นำมาสู่การปิดตำนานฉากสำคัญในเวลาต่อมา

เมื่อดาวรุ่งพุ่งแรงถือกำเนิดมาเป็นคู่แข่งขันกัน เหมือน “จิวยี่” กับ “ขงเบ้ง” สองตัวละครเอกในนวนิยายจีน สามก๊ก อันลือลั่น ซึ่งทั้งสองขับเคี่ยวชิงไหวชิงพริบกันนับครั้งไม่ถ้วน จนสุดท้ายจิวยี่ถึงกับปรารภว่า “ฟ้าให้จิวยี่มาเกิดแล้วไยจึงให้ขงเบ้งมาเกิดด้วยเล่า” ก่อนจะกระอักเลือดตาย จะว่าไปแล้วในชีวิตจริงก็มีลักษณาการเช่นว่านี้ให้เห็นอยู่เหมือนกัน

ย้อนหลังไปเมื่อ 50 ปีก่อน ระหว่างปี 2500-2510 ชื่อเสียงของ “เฮียเหลา สวนมะลิ” หรือ แคล้ว ธนิกุล เริ่มเป็นที่รู้จักมักคุ้นบนถนนสายนักเลง เติบโตและแผ่ขยายอิทธิพลจนกลายเป็นผู้กว้างขวางที่มีผู้นับหน้าถือตามากมาย แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่ใช่คนเดียวที่ก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้า ทว่ายังมีชายอีกคนหนึ่งชื่อว่า “เต็งโก้” เด็กบ้านนอกที่ชะตาชีวิตนำพาให้เข้าเมืองกรุงมาแสวงหาโชคอีกคนหนึ่ง ชื่อเสียงของทั้งสองเคียงคู่กันมาในฐานะ “ดาวรุ่ง” แห่งถนนสายลูกผู้ชาย

เฮียเหลา ปักหลักอยู่สวนมะลิ ส่วนเต็งโก้ ยึดหัวหาดอยู่สะพานเหลือง แม้ทางการจะไม่มีหลักฐานมายืนยันว่า ทั้งสองเกี่ยวข้องพัวพันกับสิ่งมอมเมาและอบายมุขหลายต่อหลายอย่าง แต่จากพฤติกรรมในฐานะผู้กว้างขวางแล้ว ชาวบ้านร้านตลาดส่วนใหญ่ต่างก็คิดและปักใจเชื่อเช่นนั้น

ไม่นานนักชื่อเสียงของทั้งสองก็ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบ 10 เจ้าพ่อ ด้วยเป็นคนน้ำใจกว้างขวาง จึงมีผู้คนมากหน้าหลายตาโดยเฉพาะนักเลงหัวไม้ไปจนถึงคนมีประวัติต้องคดี เข้าไปอาศัยพึ่งพาอำนาจบารมี เช่นนี้เองจึงกลายเป็นจุดกระทบกระทั่งระหว่างดาวรุ่งพุ่งแรง 2 ดวง บางครั้งการกระทบกระทั่งรุนแรงถึงขั้นเสียเลือดเสียเนื้อ เพิ่มความเคียดแค้นชิงชังให้แก่ฝ่ายตรงข้ามมากขึ้นๆ

การชิงไหวชิงพริบของสองเจ้าพ่อเกิดขึ้นตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับว่าใครจะพลั้งเผลอและอีกฝ่ายสามารถช่วงชิงจังหวะลงมือได้ แต่ท้ายที่สุดแล้วเฮียเหลากลับเป็นผู้กำชัย เขายึดครองพื้นที่ทำกินของเต็งโก้เอาไว้ได้ทั้งหมด จนอดีตเจ้าพ่อต้องหนีหัวซุกหัวซุนอย่างเสือลำบาก พร้อมกับพกพาความแค้นสุมอก ออกจากเมืองกรุงไปตั้งหลักสั่งสมบารมีใหม่ ณ เมืองดอกคูนเสียงแคน จ.ขอนแก่น

ชาติเสือย่อมไม่ทิ้งลายฉันใด เต็งโก้อดีตเจ้าพ่อสะพานเหลืองก็เป็นฉันนั้น เขาอยู่ขอนแก่นได้ไม่นานก็ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการประกอบอาชีพอย่างที่เคยทำเมื่ออยู่กรุงเทพฯ ดังนั้น จะเรียกว่าปี 2515-2520 เป็นปีที่เขากลับเข้ามาเดินบนเส้นทางสายนักเลงได้อย่างเต็มตัวอีกครั้งก็ว่าได้

ในขณะที่เต็งโก้กำลังก่อร่างสร้างฐานใหม่ให้ตัวเอง ด้านเฮียเหลากลับเดินหน้าไปไกลยิ่งกว่า เมื่อมีมิตรมากขึ้นก็ไม่อาจปฏิเสธศัตรูที่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ต่อมาเฮียเหลาพยายามผันตัวเองเข้าสู่วงการมวย ด้วยการรั้งตำแหน่งนายกสมาคมมวย ทุกคนตระหนักดีว่าวงการนี้มีผลประโยชน์มากมายมหาศาล มือใครยาวสาวได้ก็สาวเอา ต่างชิงไหวชิงพริบกันชนิดพลาดไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว จึงไม่แปลกอะไรที่ไม่ว่าเฮียเหลาจะย่างกรายไปไหน ก็มักจะมีสมุนรอบกายแวดล้อมไปด้วยนับสิบคน

แต่การปรากฏตัวต่อสาธารณชนบ่อยๆ ก็ไม่เป็นผลดีต่อเจ้าพ่อนครบาล เพราะจะกลายเป็นเป้าใหญ่ให้ฝ่ายศัตรูดักเล่นงานเอาเมื่อไรก็ได้ แล้ววันนั้นก็มาถึง !!!

4 ทุ่ม 45 นาที 22 ตุลาคม 2523 หลังจากมวยคู่เอกจบลง เฮียเหลาและลูกน้องทุกคนต่างเบิกบานใจ ด้วยมวยมุมที่ถือหางอยู่เอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างปราศจากข้อกังขา พวกเขาจึงไม่ทันสำเหนียกถึงภัยที่กำลังจะเกิดขึ้น หากใครสักคนในทีมงานจะเพิ่มความสังเกตสังกาเหมือนอย่างที่แล้วๆ มา พวกเขาจะพบว่าบริเวณโคนเสาริมทางเข้าสนามมวยราชดำเนิน มีวัตถุต้องสงสัยชิ้นหนึ่งวางอยู่ และห่างออกไปหน้าสนามมวย มีชายคนหนึ่งถือรีโมทคอนโทรลนั่งรออยู่บนรถจักรยานยนต์

ผู้คนนับร้อยส่วนใหญ่เป็นเซียนมวย ทยอยเดินตามกันออกมา เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กจอแจฟังไม่ได้ศัพท์ บ้างอารมณ์ขุ่นมัว บ้างแจ่มใส ยิ้มหัวกับเพื่อน แต่เรื่องส่วนใหญ่ก็ยังสาละวนอยู่กับมวยที่เพิ่งชกจบไป

บึ้มมมมมมมมม !!! เสียงระเบิดซีโฟร์ดังสนั่นหวั่นไหวกึกก้องไปทั่วบริเวณ แรงอัดจากดินขับแรงดันสูงทำให้กระจกบริเวณใกล้เคียงแตกกระจาย เศษกระจกปลิวไปทุกทิศทุกทาง บัดนี้ความโกลาหลเข้าครอบงำสนามมวยราชดำเนินเสียแล้ว เสียงพูดคุยเล่นหัวเมื่อแรกกลายเป็นเสียงร้องด้วยความตื่นตระหนกและเจ็บปวด จากผู้บาดเจ็บที่ยังมึนงงจับต้นชนปลายไม่ถูกว่า เกิดอะไรขึ้น

นายตำรวจติดตามและมือปืนคุ้มกันเฮียเหลา สวนมะลิ เสียชีวิตจากแรงระเบิด 2 ศพ ส่วนเฮียเหลานั้นลูกน้องพาขึ้นรถเบนซ์สีดำ หลบออกจากบริเวณนั้นหลังเสียงระเบิดดังขึ้น

เหตุระเบิดสนามมวยราชดำเนินเมื่อ 27 ปีก่อน ทุกฝ่ายต่างลงความเห็นว่า คนลงมือต้องการกำจัดเฮียเหลาให้พ้นทาง เพราะคนร้ายเลือกลงมือกดรีโมทตอนที่เฮียเหลาเดินออกมาจากสนามมวย จะเป็นด้วยโชคเข้าข้างเฮียเหลาหรือเพราะชื่อดีเป็นมงคล ส่งผลให้คลาดแคล้วสมชื่อก็ตามแต่ ระเบิดทำงานช้าไปเสี้ยววินาที เฮียเหลาจึงรอดตายปาฏิหาริย์

แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยันว่าใครเป็นคนกระทำ แต่เจ้าพ่อเมืองหลวงมั่นใจว่าเป็นฝีมือของอดีตเจ้าพ่อพลัดถิ่นอย่างเต็งโก้ ทุกอย่างผ่านพ้นไปตามวิถีทางของมัน เฮียเหลายังปรากฏตัวตามสาธารณชนเช่นเดิม เพียงแต่เพิ่มความระมัดระวังตัวมากขึ้น ใช้คนติดตามมากขึ้น

ทว่าคืนวันที่ 2 เมษายน 2525 หรือ 2 ปีถัดมา เหตุลอบสังหารเฮียเหลาก็เกิดขึ้นเป็นคำรบสอง !!!

สนามมวยลุมพินีคืนนั้น จัด “ศึกดังทะลุฟ้ามหากุศล” ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างแข็งขันของตำรวจกว่า 100 นาย เนื่องจากชั้นริงไซด์มีทั้ง “ชวน หลีกภัย” รมว.เกษตรและสหกรณ์ “วีระ มุสิกพงศ์” รมช.มหาดไทย รวมถึง พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ มานั่งชมศึกดวลกำปั้นครั้งนี้ด้วย

แน่นอนว่าคืนนั้นเฮียเหลาย่อมไม่พลาดไปร่วมอยู่ในสนามมวยลุมพินีด้วย เหตุการณ์ช่วงแรกผ่านพ้นไปด้วยดี กระทั่งถึงคู่เอก “หนองคาย ส.ประภัสสร” กับ “เริงศักดิ์ เพชรยินดี” เซียนมวยต่างลุ้นกันตัวโก่ง เสียงเฮละโลโห่ร้องเชียร์นักมวยในดวงใจดังขึ้นเป็นระยะๆ เมื่อออกอาวุธจะแจ้ง คะแนนสูสีคู่คี่กันตลอด 4 ยก จนถึงยกสุดท้ายต้องชิงดำ อีกเพียง 30 วินาทีจะหมดยก วัตถุแปลกปลอมสีดำมะเมื่อมปลิวข้ามหัวคนนับร้อย ตรงไปที่ชั้นริงไซด์ด้านมุมระฆัง ซึ่งมีเฮียเหลานั่งอยู่

เสียงเชียร์ถูกแทรกด้วยเสียงตูมมมมมมม !!! ดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงหวีดร้องด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับผู้คนแตกกระจายหนีตาย กลิ่นควันระเบิดลูกแรกยังไม่ทันจาง ระเบิดลูกที่สองก็ปลิวตามลงมาติดๆ เสียงระเบิดอีกตูมดังสลับกับเสียงปืนจากคนติดตามเจ้าพ่อเมืองหลวง ที่ยิงสุ่มไปยังที่มาของระเบิดกว่า 10 นัด

กว่าความวุ่นวายจะจบลงก็กินเวลานานกว่า 10 นาที ร่างอันปราศจากชีวิตปรากฏอยู่บริเวณมุมระฆัง 4 ราย บาดเจ็บอีกนับไม่ถ้วน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นลูกชายอดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ พ.ต.ท.สุรศักดิ์ โลหะชาละ

เฮียเหลารอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดอีกครั้ง โดยปะปนมากับฝูงชนที่กระเสือกกระสนหนีตายกันอลหม่านได้อย่างหวุดหวิด เพราะลูกน้องคู่บารมีคนหนึ่งเอาร่างกายรับคมกระสุนแทนผู้เป็นนาย ทอดกายพลีชีพเป็น 1 ใน 4 ศพ อยู่ ณ สนามมวยลุมพินีนั่นเอง

แม้จะมีคนดังในสังคมอยู่ในเหตุการณ์มากหน้าหลายตา แต่เมื่อวิเคราะห์จากจุดระเบิด ทุกคนต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า เป้าหมายสังหารจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “แคล้ว ธนิกุล”

สองครั้งสองครามาแล้ว ที่เจ้าพ่อนครบาลถูกหมายปองเอาชีวิต แต่ก็รอดพ้นมาได้อย่างหวุดหวิดเหมือนมีปาฏิหาริย์มาดลใจ แล้วใครล่ะคือผู้อยู่เบื้องหลัง ? ถึงวันนี้ วันที่เขารอดตายจากเหตุระเบิดเป็นหนที่สอง เฮียเหลา ปักใจเชื่อเสียแล้วว่าจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากปรปักษ์ตัวเอ้ตั้งแต่เมื่อวันวาน “เต็งโก้” เจ้าพ่อพลัดถิ่น นั่นเอง
รัวดับคารัง

หลังเกิดเหตุระเบิดหมายเอาชีวิตในสนามมวยลุมพินี เฮียเหลาสืบทราบว่าผู้ที่ลงมือเป็นเด็กของ “เต็งโก้” จึงเอ่ยกับคนใกล้ชิดว่า “ถ้าต้องการฆ่าผมเอาคนอื่นมาเดือดร้อนทำไม”

เต็งโก้เองก็ตระหนักดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง หากเจ้าพ่อเมืองหลวงปักใจเชื่อเช่นนั้นว่า ระเบิดทั้ง 2 ครั้ง เป็นฝีมือของเขา ดังนั้นเจ้าพ่อพลัดถิ่นจึงหลบเข้าไปหวังพึ่งบารมีของ “เล้ง ขอนแก่น” ระหว่างนี้มีคนจำนวนหนึ่งที่ปรากฏกายให้เต็งโก้เห็น ซึ่งไม่อาจเข้าใจให้เป็นอื่นไปได้นอกจากการตามล่าตามเก็บ แต่จนแล้วจนรอดเขาก็รอดพ้นเงื้อมมือมัจจุราชมาได้อย่างน้อยก็ชั่วระยะเวลาหนึ่ง

กระทั่ง 7 มิถุนายน 2526 หรือ 1 ปีให้หลังเหตุระเบิดสนามมวยลุมพินี “ซิตี๋” มือปืนตัวฉกาจที่สะกดรอยตามเต็งโก้ทุกก้าวย่างมานาน 2 สัปดาห์ ก็สบโอกาสลงมือ เต็งโก้หลบอยู่ในบ้านกับภรรยาและลูกน้องไม่กี่คน ซิตี๋บุกเดี่ยวเข้าไปยิงถึงในบ้าน โดยที่อดีตเจ้าพ่อสะพานเหลืองไม่มีโอกาสได้ทันตั้งตัว

ส่วนซิตี๋เองก็หนีกรรมที่ก่อเอาไว้ไม่พ้น โดยถูกลูกน้องของเต็งโก้ตามเอาชีวิตที่ถนนเจริญกรุง กทม. แม้จะไม่มีอะไรมายืนยันว่า การตายของเต็งโก้เกิดจากประกาศิตของเฮียเหลา แต่ก็เป็นการปิดตำนานเจ้าพ่อสะพานเหลือง และปิดฉากความขัดแย้งระหว่าง อดีตดวงรุ่งสองดวงที่ขับเคี่ยวกันมาบนถนนสายนักเลง

ขอบคุณรูปภาพสวยๆ จาก : อันธพาลครองเมือง
แอพเกจิ – AppGeji

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ