696. อภินิหารของขรัวโต (หลวงพ่อโต) โดยท่าน มหาอำมาตย์ตรี พระยาทิพโกษา

จากหนังสืออนุสรณ์ งานพระราชทานเพลิงศพ อาจารย์ เทพ สาริกบุตร ท่าน มหาอำมาตย์ตรี พระยาทิพโกษา (สอน โลหะนันท์)ได้เรียบเรียงถึงอภินิหารของสามเณรโตไว้ว่า

เมื่อสามเณรโตอายุได้ ๑๕ ปี บวชเป็นเณรได้ ๓ พรรษา ได้เล่าเรียนคัมภีร์มูละกัจจายนะปกรณ์จบแล้ว อยากจะเรียนคัมภีร์พระปริยัติเป็นกำลัง พระครูผู้เป็นอุปัชฌาย์ จึงแนะนำให้ไปเรียนกับท่านพระครูจังหวัด วัดเมือง ไชยนาทบุรี สามเณรโตก็มาบอกกับตาผลและแม่งุด ให้พาไปหาพระครูที่เมืองไชยนาทบุรี

ครั้นได้เวลารุ่งเช้าสามเณรโตเข้าไปฉันที่บ้าน ครั้นฉันเช้าแล้วก็ออกเรือแจวออกไปทางแม่น้ำ ไชยนาทบุรี ครั้นคนแจวเรือ แจวเรือเป็ดมาสุดระยะทาง ๒ คืนก็ถึงท่าเรือวัด เมืองไชยนาทบุรี จึงได้จอดเรือเข้าที่ท่าในเวลากลางดึก คนแจวเรือเรียบร้อยแล้วจึงอาบน้ำดำเกล้าแล้วนอนพักในเรือทั้ง ๓ คน

ครั้นเวลารุ่งสว่างแล้ว จรเข้ใหญ่ในน่านน้ำหน้าท่านั้น ก็เสือกตัวมาตรงหัวเรือเป็ดของตาผลนั้น คนบนตลิ่ง ๓ คนแม่ลูก และผู้หญิงผู้ใหญ่ ลงอาบน้ำหน้าบันไดบ้านแต่เช้า ครั้นเห็นจรเข้ขึ้นจะคาบคนนอนหลับที่หัวเรือใหญ่ จึงพากันตกใจกลัวแล้วร้องบอกกล่าวกันโวยวายขึ้น คนแจวที่ ๒ นอนถัดเข้ามา ได้ยินเสียงคนบนบ้านเรือนนั้นร้องเอะอะโวยวาย จึงตกใจตื่นขึ้น เห็นจรเข้ขึ้นตรงหัวเรือ จึงลุกขึ้นยงโย่ จับบั้นเอวคนนอนหลับหัวเรือ เพื่อจะให้พ้นปากจรเข้ ส่วนคนแจวเรือคนที่ ๓ ก็ตื่นขึ้นนั่งไขว่ห้าง หัวเราะคนบนบ้านที่กำลังหนีจรเข้ ขึ้นบันไดผ้าผ่อนหลุดลุ่ยล่อนจ้อน ลูกเด็กหญิงเหนี่ยวขาแม่ นางแม่เหนี่ยวขายาย ยายผ้าลุ่ยหมดก้าวขาต่อไปก็ก้าวไม่ออก ตาผลอยู่ในเรือก็โผล่ออกมายืนดูอยู่หน้าอุดเรือเฉย จะว่าอย่างไรก็ไม่ว่า

ฝ่ายสามเณรโตก็ลุกขึ้นนั่งภาวนาอยู่ในประทุนเรือ จรเข้ขึ้นมาแล้วก็อ้าปากไม่ออก จมไม่ลง และไม่ว่ายมาฟาดหางทั้งนั้น ดูอาการอ่อนมาก คนบนบ้านก็งง คนในเรือก็งันอยู่ท่าเดียว

ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ขึ้นครองราชย์ พระญาณโพธินำมหาโตเข้าเฝ้า ณ พระที่นั่งอัมรินทร์ ท่ามกลางขุนนาง ข้าราชการ จึงมีพระราชดำรัสว่า

เป็นสมัยของฉันปกครองแผ่นดิน ท่านต้องช่วยฉันพยุงพระบวรพุทธศาสนาด้วยกันแล้วมีพระบรมราชโองการให้กรมสังฆการี วางฎีกาตั้งพระราชาคณะตามธรรมเนียม พระมหาโตก็เข้าไปตามฎีกานิมนต์ จึงทรงถวายสัญญาบัตรตาลปัตรแฉกหักทองขวาง ด้ามงา เป็นพระราชาคณะที่ พระธรรมกิติ เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม

ท่านก็กลับมาวัดมหาธาตุ ลาพระสงฆ์ทั้งปวงลงเรือกราบสีที่ได้รับพระราชทานมาแต่พระพุทธเลิศหล้า ข้ามไปกับเด็กช้างผู้เป็นหลาน ท่านถือบาตรผ้าไตรและบริขาร ไปบอกพระวัดระฆังว่า

เจ้าชีวิตทรงตั้งฉันเป็นที่พระธรรมกิติ มาเฝ้าวัดระฆังวันนี้จ้ะ เปิดประตูโบสถ์รับฉันเถอะจ้ะ ฉันจะต้องเข้าจำวัดเฝ้าโบสถ์ จะเฝ้าวัดตามพระราชโองการรับสั่งจ้ะ

ท่านแบกตาลปัตรพัดแฉก สะพายถุงย่ามสัญญาบัตรไปเก้ ๆ กัง ๆ พะรุงพะรัง พวกพระนึกขบขันจะช่วยท่านถือ เจ้าคุณธรรมกิติก็ไม่ยอม พระเลยสนุกตามมุงดูกันแน่น แห่กันเป็นพรวนเข้าไปแน่นโบสถ์ บางองค์จัดโน่นทำนี่ ต้มน้ำบ้าง ตักน้ำถวายบ้าง ตะบันหมากบ้าง

กิตติศัพท์เกรียวกราวตลอดกรุง คนนั้นก็มาเยี่ยม คนนั้นก็มาดู เลื่อมใสในจรรยาบ้าง เลื่อมใสในยศศักดิ์บ้าง ท่าทำขบขันมากดูสนุกเป็นมหรสพโรงใหญ่ทีเดียว บางคนชอบหวย ก็เอาไปแทงหวย ขลังเข้าทุก ๆ วันคนก็ยิ่งเอาไปแทงหวย ถูกกันมากรายยิ่งขึ้น เลยไม่ขาดคนไปมาหาสู่บางคนว่าท่านบ้า ท่านก็ว่า

เมื่อขรัวโตบ้าพากันนิยมชมว่าขรัวโตเป็นคนดี ยามนี้ขรัวโตเป็นคนดี พูดกันบ่นอู้อี้ว่าขรัวโตบ้า
บางวันเขานิมนต์ไปเทศน์ เมื่อจบท่านก็บอกว่า เอวัง พังกุ้ย บ้าง บางวันก็บอกว่า เอวังกังสือ บางวันก็บอก เอวัง บ้วนกิม บางวันก็บอกว่า เอวัง หังหุน เล่ากันต่อ ๆ มาว่าท่านเทศน์ไม่เว้นแต่ละวัน

ครั้งหนึ่งได้ถูกนิมนต์เทศน์หน้าที่นั่ง พอเข้าไปถึงพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็เสด็จออก จึงปราศรัยสัพยอก ว่าไงเจ้าคุณ เขาพากันชมว่าเทศน์ดีนักนี่ วันนี้ต้องลองดู พระธรรมกิติ (โต) ถวายพระพรว่า ผู้ที่ไม่มีความรู้เหตุผลในธรรม ครั้นเขาฟังรู้เขาก็ชมว่าดีถวายพระพรพระองค์ทรงพระสรวล แล้วทรงถามว่าได้ยินข่าวเขาว่า เจ้าคุณบอกหวยเขาถูกกันจริงหรือ

ทูลว่า ถวายพระพร อาตมาภาพจะขอแถลงแจ้งคำให้การแก้พระราชกระทู้โดยสัจจ์ว่ าตั้งแต่อาตมาภาพได้อุปสมบทมา ไม่เคยออกวาจาว่าหวยจะออก ด กวางเหมง ตรง ๆ เหมือนดังบอก ด กวางเหมง แด่สมเด็จพระบพิตรพระราชสมภารเจ้า อย่างวันนี้ ไม่ได้เคยบอกแก่ใครเลย

ในครั้งนั้น พระธรรมกิติตั้งคัมภีร์บอกศักราชต่อจนจบ ถวายพระพรแล้วเดินคาถา จุณณียบท อันมีมาในพรหมณสังยุตตนิกาย ปาฏิกวรรค แปลถวายว่า

ยังมีพราหมณ์ผู้หนึ่ง แกนั่งคิดว่า กูจะเข้าไปหาพระสมณโคดม แล้วก็จะถามปัญหากับสมณโคดมดูสักหน่อย พราหมณ์ผู้นั้นคิดฉะนี้แล้ว แกจึงลงอาบน้ำ ดำเกล้าในห้วยแล้ว แกผลัดผ้านุ่งแล้ว แกออกจากบ้านแก แกตั้งหน้าตรงไปพระเชตวนมหาวิหาร ถึงแล้วแกจึงตั้งข้อถามขึ้นต้น แกเรียกกระตุกให้รู้ตัวขึ้นก่อนว่า โภ โคตม นี่แน่ะ พระโดม ฯ

ครั้นท่านว่ามาถึงคำว่า นี่แน่ะพระโคดม เท่านี้แล้วก็กล่าวว่าคำถามของพราหมณ์ และคำเฉลยของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น มีอยู่ประการใด สมเด็จพระบรมบพิตรเจ้า ได้ทรงตรวจตราตริตรองแล้ว ก็ได้ทรงทราบแล้วทุกประการ ดังรับประทานวิสัชนามาก็สมควรแก่เวลาแต่เพียงนี้ เอวัง ก็มีด้วยประการดังนี้ ขอถวายพระพรพอยถาสัพพีแล้ว ก็ทรงพระสรวลตบพระหัตถ์ว่าเทศน์เก่งจริง

ขอบคุณท่านเจ้าของบทความ
รูปภาพ: TNEWS – ทีนิวส์

แอพเกจิ – AppGeji
——————————————————————————-

ติดตามเรื่องราวครูบาอาจารย์ได้เพิ่มเติมที่
แอพเกจิ Facebook: www.facebook.com/appgeji
Web Sit: www.appgeji.com
App Store (IOS): https://appsto.re/th/wlGScb.i

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ