726. ดวลเดี่ยวเสือเมือง…

ปีพุทศักราช 2473 ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานอภัยโทษแก่นักโทษทั่วประเทศ เสือร้ายชาวใต้หลายคนได้รับอิสรภาพอันเนื่องจากพระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้ เช่น…เสือเมือง เสือสีหมอก วายร้ายคู่ใจของ ดำหัวเเพร มหาโจรแห่งปักษ์ใต้ ซึ่งล่วงลับดับชีวิตไปแล้ว

สองเสือออกจากคุกก็คืนถิ่นเมืองพัทลุง! ไอ้เมืองแทนที่จะสำนึกผิดชอบชั่วดี หรือเกิดความขยาดต่อความทุกข์ยากแสนเข็ญขณะที่ถูกจองจำในคุก ไอ้เมืองยินดีที่จะเดินไปบนเส้นทางแห่งความชั่วอีก อาจเป็นเพราะดวงจิตที่มืดบอดของมันยังร้อนเร่าด้วยไฟอาฆาตพยาบาทพวกที่เป็นเจ้าทุกข์และพยานที่เอามันเข้าตะรางหรือเท่ากับส่งมันตกนรกทั้งเป็นหลายปี ผิดกับไอ้เสือหมอก มันหันหลังให้กับวิถีของเสือปล้นโจรร้าย ดำรงตนเป็นสุจริตชนอย่างสบายสุขตามอัตภาพของตน เสือเมืองกลับมาอยู่บ้านเกิดของตนไม่นาน มันก็เริ่มรวบรวมพรรคพวกและอาวุธปืนมันได้มือดีมาเป็นลูกน้องมากมายเช่น…ไอ้ทอง ไอ้ย้อย ไอ้เลื่อน ไอ้เเดงเหนือ ไอ้แดงใต้ และสมุนปลายแถวอีกสองคน ตั้งเป็นชุมโจรทันที โดยยอมสวามิภักดิ์กับอาจารย์ของเสือสังผู้มีอิทธิพลตลอดแถบนั้น บัญชีหนี้แค้นถึงคราวต้องชำระให้ไอ้เมืองตั้งแต่บัดนั้น!!

ไอ้เสือเมืองยกพลเข้าไปเยือนโจทก์และพยานทีละคน มันเข้าปล้นและฆ่าคนเหล่านั้นอย่างโหดเหี้ยมอำมหิตจนโจทก์และพยานที่เหลือรู้ข่าวว่าไอ้เสือเมืองตามล่าตามล้างชีวิตต่างก็หนีไปซุ่มซ่อนเพื่อรักษาชีวิตตนให้อยู่รอดเสือเมืองอาละวาดไม่หยุดยั้ง มันปล้นฆ่าเจ้าทรัพย์อย่างสนุกมือ ประหนึ่งกฏหมายไร้ความหมาย มีคนตายภายใต้เงื้อมมือไอ้เสือเมืองไม่เว้นแต่ละวัน ชาวบ้านพากันอกสั่นขวัญผวา ไม่รู้ว่าไอ้เสือเมืองมันจะเข้าปล้นเมื่อไร เวลานั้น…พัทลุงมีเจ้าเมืองปกครองคือพระคณาศรัยสุนทรมี ร.ต.อ.ตา นาคะสิงห์ เป็นผู้บังคับกองตำรวจเมืองพัทลุง ร.ต.ท.ประเสริฐ บุญมั่น เป็นผู้บังคับหมวด เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจออกตามล่าไอ้เสือเมืองกับพวกอย่างสุดความสามารถแต่ไร้ผล!!

เพราะฝีมือโจรและหัวใจของมัน ฝ่ายปราบปรามยังเทียบชั้นไม่ติด!! ประกอบกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่ได้คิดช่วยราชการจริงจัง เนื่องจากหวาดกลัวความอำมหิตของไอ้เมืองชนิดจับจิตจับใจ เพียงแค่สงสัยว่าใครเป็น ”สาย” ให้ตำรวจเล่นงานมัน มันจะฆ่าทิ้งทันทีที่มีโอกาสแผ่นดินพัทลุงจึงประหนึ่งลุกเป็นไฟด้วยภัยโจร!! พระคณาศรัยสุนทร กับ ร.ต.อ. ตา นาคะสิงห์ ชักอยู่ไม่ติดเพราะถูกตำหนิจากมณฑล กรมและกระทรวงตามลำดับ เพราะเหตุใดปล่อยให้เสือปล้นโจรร้ายกำเริบเสิบสานถึงขนาดนี้?

ทั้งเจ้าเมืองและผู้บังคับกองตำรวจทั้งสองได้ปรึกษาหารือเรื่องนี้และตกลงใจว่าไม่มีใครที่สยบโจรร้ายก๊กนี้ได้นอกจากว่าที่ ร.ต.ต.บุตร์ พันธรักษ์ จึงมีหนังสือขอร้องไปให้มือปราบหนุ่มช่วยเหลือในเรื่องนี้ เมื่อนายร้อยหนุ่มได้รับหนังสือ ขณะนั้นเขายังไม่หายสะเทือนใจเรื่องไอ้เสือสัง ที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายล่าตัวมาได้ ทางราชการไม่เห็นคุณงามความดีอะไรเลย จึงทำหนังสือตอบปฏิเสธไป ทางเจ้าเมืองและนายตำรวจเมืองพัทลุงก็ไม่มีอำนาจอะไรบังคับขืนใจก็ได้แต่คิดหาหนทางอื่นต่อไป? เป็นเวลาเดียวกับเสือเมืองคุมพลปล้นฆ่าอาละวาดหนักยิ่งกว่าเดิม อีกทั้งชาวบ้านมีจดหมายร้องทุกข์ส่งไปยังมณฑลไม่ขาดสาย บรรยายถึงคาวมทุกข์ยากที่ต้องผจญกับโจรร้ายโดยที่ตำรวจเองยังตามเงาโจรไม่เจอ เสียด้วยซ้ำ!!

ทำให้เจ้านายใหญ่เดือดดาลพร้อมกับคาดโทษลงมายังเจ้าเมืองและผู้บังคับกองเมือง!? คราวนี้พระคณาศรัยสุนทรกับ ร.ต.อ.ตา นาคะสิงห์ ถึงเต้น มองเห็นเก้าอี้หลุดออกจากตำแหน่งแน่ ร.ต.อ.ตา จึงตัดสินใจโทรเลขกลับไปยังมณฑล แจ้งว่าขณะนี้นายร้อยบุตร์กำลังออกปฏิบัติการไล่ล่าไอ้เสือเมืองอยู่พร้อมกันนี้ได้ส่งสำเนาอันเป็นเท็จให้มือปราบหนุ่มดู และยังได้เอ่ยปากขอร้องให้ช่วยปราบโจรอำมหิตนี้สักครั้ง

นายร้อยบุตร์เจอเข้าลูกนี้ถึงกับพูดไม่ออก เพราะเท่ากับผู้ใหญ่ได้รับทราบว่าตนได้ออกปราบเสือเมือง ถ้าไม่ทำก็ถือว่าละเว้นการปฏิบัติงาน ชื่อเสียงของเขาคงย่อยยับแน่ อีกอย่างเท่าที่ทราบไอ้เสือเมืองเป็นพวกพ้องเดียวกับไอ้เสือสัง ยิ่งมีเหตุการณ์อันเศ้าใจที่เกิดขึ้นกับตนอันเกี่ยวด้วยการถล่มกับเสือเมืองให้มันแหลกไปข้าง!!

นายร้อยบุตร์เลือกลูกน้องคู่ใจสองคน คือ ส.ต.ต.แสน ละปาทา กับ พลฯ คลี่ เส่งซุ้น ออกไปสืบหาแหล่งกบดานเสือเมืองกับพวกอย่างเงียบเชียบ โดยอาศัย “สาย” ที่ไว้วางใจช่วยเหลืออีกแรงหนึ่ง เพียงไม่กี่วัน “สาย” รายงานกลับมา ไอ้เสือเมืองกับพวกหลบอยู่ที่บ้านชุมพล สะพานข่อย ต.ท่ายาง อ.เมืองพัทลุง ตำรวจหนุ่มมือปรามพร้อมลูกน้องคู่ใจไปพบกับ “สาย” ได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า เสือเมืองกำลังปักหลักที่บ้านชุมพล และกำลังจะฉุดคร่าเมียน้อยนายแดง น้อยชายกำนันคล้อยแห่งตำบลท่ายางเพื่อไปบำเรอกาม

นายร้อยบุตร์จึงนำกำลังไปหานายแดงทันที เมื่อนายแดงรู้ว่าไอ้เสือเมืองกำลังคิดอุบาทว์กับเมียของตน ใจที่เคยหวาดหวั่นไอ้เสือพลันหายวับดับไปไม่มีเหลือความโกรธเกลียดผุดขึ้นมาแทนที่ นายแดงเลยอาสานำทางพามือปราบรพะกาฬเข้าล้างผลาญไอ้เมืองกับพวกด้วยตนเอง!

นายแดงได้เรียก นายกล่อม บุญญานุวัตร์ เพื่อนเกลอซึ่งชำนาญพื้นที่มาช่วยอีกเเรงหนึ่ง วางแผนจับตายไอ้เสือโหดกับพวกอย่างรัดกุม โดยวางกำลังอยู่ข้างทางที่เสือเมืองจะต้องยกขบวนผ่าน

วันและคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว….ยังไม่มีวี่แววของไอ้เสือเมืองจะย่างกรายเข้ามายังพื้นที่ประหาร แต่มือปราบพระกาฬไม่ยอมเเพ้ง่ายๆ สั่งให้เฝ้าต่อไปอย่างไม่มีกำหนด ส่วนหน้าที่หาข้าวน้ำเป็นของนายแดงกับนายกล่อม
จนเวลาล่วงเข้าไปอีก 3 วัน ก็ยังไม่เห็นแม้เเต่เงาเสือเมือง!!

“เมื่อเจ้าไม่มา ข้าจะเป็นฝ่ายตามล่าเอง”

นายร้อยบุตร์ตัดสินใจ เคลื่อนย้ายกำลังออกไปดักสกัดตามเส้นทางที่คาดว่าไอ้เสือเมืองจะผ่านเข้ามาสู่ทางปืน แต่วันเเล้ววันเล่าทุกอย่างเหมือนเดิม ไม่เห็นเงาของเสือปล้น เวลากลางวันนายร้อยหนุ่มจะพาลูกน้องออกตระเวนไปคอยซุ่มตามเส้นทางที่เสือร้ายควรใช้เป็นทางสัญจรช่วงเวลากลางคืนก็ต้องนอนตามป่าตามดง หลับๆ ตื่นๆ ทั้งคืน อาหารมีเเต่ข้าวสารที่นำติดตัวไปหุงกินเท่านั้น สำหรับกับข้าวนายแดงกับนายกล่อมก็หาเอาตามหนองน้ำได้ปลาเล็กปลาน้อยแค่ไหนเป็นเอาทั้งนั้น เรื่องอาบน้ำชำระร่างกายเลิกกัน เพราะเเค่น้ำล้างหน้าแปรงสีฟันยังหาไม่ได้ เป็นความทรหดอดทนที่มือปราบมหาพระกาฬนามบุตร์ พันธรักษ์ ต้องผจญ!!

หลายครั้งหลายคราที่นายร้อยบุตร์เข้าไปใกล้กองคาราวานโจรไอ้เสือเมือง เพราะพวกมันใช้ปืนยิงค่างเอามาเป็นอาหาร จึงตามเสียงปืนเข้าไป แต่กำลังของมันมีมากกว่าหลายเท่าตัว อีกทั้งกองคาราวานของมันเคลื่อนที่เร็วอยู่เสมอ เหมือนกับไอ้เสือเมืองล่วงรู้ว่าถูกตามล่า?

15 วันแห่งการซอกซอนที่กลางป่ากลางดง ได้ข่าวไอ้เมืองพาพวก ล่องไปทางย่านขี้แมว จึงรีบเดินทางขึ้นไปดักสกัดอยู่ตรงปากทางที่เชื่อว่าไอ้โจรต้องผ่าน คอยตั้งแต่เช้าจรดเย็นก็ไม่เห็นไอ้เสือปล้นสักคน จึงสั่งให้นายแดงและนายกล่อมออกหาข่าว คนทั้งสองหายไปพักใหญ่กลับมารายงานมีคนเห็นกลุ่มโจรลงเล่นน้ำที่หนองน้ำแห่งหนึ่งอย่างสนุกสนาน ปืนผาหน้าไม้และเครื่องรางของขลังแต่ละคนกองอยู่บนฝั่ง กลุ่มมือปราบไม่รอช้า โอกาสเช่นนี้หาไม่ได้ รีบเดินทางไปยังหนองน้ำทันทีถึงจุดหมายที่พวกเสือปล้นลงเล่นน้ำ นายร้อยบุตร์ต้องผิดหวังอีกครา เพราะพวกไอ้เสือเพิ่งขึ้นจากน้ำเห็นหลังขบวนอยู่ไวๆ และได้ยินเสียงพวกมันโห่ร้องด้วยความคึกคะนอง มีเสียงสุนัขเห่าขรมลั่นทุ่งนายร้อยหนุ่มหาได้ตามพวกมันไม่ เพราะชัยภูมิด้านโจรได้เปรียบกว่า เนื่องจากเส้นทางที่จะผ่านไปนั้นเป็นทุ่งโล่ง พวกโจรต้องเห็นพวกตนแต่ไกลได้…ใจเขาบอกตนเองอยู่เสมอ เขาจะไม่ยอมเสี่ยงด้วยความบ้าบิ่น เพราะหน้าที่เขาคือปราบไอ้เสือเมืองให้ได้ ถ้าสถานการณ์ไม่เป็นต่อ เขาจะไม่ลงมือเผด็จศึกเด็ดขาด!!

“สาย” ได้รายงานข่าวมาว่า พวกโจรบ่ายโฉมหน้าไปทางชะรัดโดยมันกำแหงหาญจะเข้าปล้นโรงพักทุ่งหว้าจังหวัดสตูลเพื่อเเย่งชิงอาวุธและกระสุนไม่ได้การ…ต้องถอนกำลังที่มีอยู่น้อยนิดกลับเข้าเมืองแจ้งข่าวเรื่องนี้และขอกำลังเพิ่มเติม กลุ่มมือปราบกลับมาที่บ้านนายแดงตอนพลบค่ำแล้วนายร้อยบุตร์และตำรวจคู่ใจสองคนมีโอกาสอาบน้ำเย็นฉ่ำเป็นครั้งเเรก จากนั้นตั้งวงกินข้าวกับแกงขนุนออกรสจัดอย่างเอร็ดอน่อยแทบไม่อยากอิ่ม

กินข้าวอิ่มพักให้ข้าวเรียงเม็ดสักครู่นายร้อยบุตร์สั่งลูกน้องทั้งสองเดินทางต่อทันที เดินลัดตัดทุ่งชนิดไม่ยอมหยุดไปตลอดทั้งคืน ตอนรุ่งสาง ตำรวจทั้งสามนายหยุดพักที่ริมคลองโลพันหงษ์ เห็นพ่อค้าแม้ค้าหาบของไปขายยังตลาดนัดนาท่อนจึงเข้าไปสอบถามหาข่าว ได้ความว่า

ก่อนหน้านี้ไม่นาน มีชายฉกรรจ์ประมาณ 10คน มีปืนกันทุกคนสวนทางขึ้นไปที่ชะรัด และบ่ายโฉมหน้าไปบ้านตะโหมดอำเภอปากพยูน จังหวัดพัทลุง เป็นเส้นทางจะข้ามเขตไปยัง อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล จิตใต้สำนึกบอกนายร้อยหนุ่มทันที “ลองพวกไอ้เสือเมืองใช้เส้นทางจรนี้ย่อมเป็นที่น่าเชื่อว่า พวกมันจะต้องถล่มโรงพักทุ่งหว้าจริงๆ” ช้าไม่ได้เสียเเล้ว…เขากับลูกน้องแวะเข้าตลาดนัดนาท่อนเพื่อซื้อเสบียงอาหารติดตัวไปกินกลางทาง

10.00น. นายร้อยบุตร์พร้อมกับลูกน้องสองคนกลับถึงโรงพักอำเภอพัทลุง ไม่ยอมเสียเวลากับการเปลี่ยนเสื้อผ้าอันขะมุกขะมอม ตรงดิ่งเข้าพบ ร.ต.อ. ตา ผู้บังคับกอง รายงานการปฏิบัติงานทั้งหมดยังได้แนะนำให้ส่งโทรเลขด่วนไปยังผู้บังคับกองจังหวัดสตูล เตือนให้ตำรวจประจำโรงพักทุ่งหว้าเตรียมรับมือกับพวกเสือปล้น

นายร้อยหนุ่มได้ขออณุญาตผู้บังคับการระดมกำลังเจ้าหน้าที่เพิ่มเพื่อราบปรามโจรก๊กนี้ให้สิ้นซากและรวดเร็ว ร.ต.อ.ตา อนุมัติในทุกเรื่องที่นายร้อยบุตร์ขอมือปราบพระกาฬสั่งเรียกแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนของโรงพัก โดยขออาสาสมัคร 6 นายติดตามล่าไอ้เสือเมืองพวกตำรวจพอได้ยินว่าออกล่าไอ้โจรโหด ตำรวจทั้งแถวเงียบกริบ? คงมีเเค่ลูกน้องคนสนิท ส.ต.ต. เเสน ละปาทา พลฯ พริ้ม ดงสง เท่านั้น ที่ก้าวออกจากแถว ส่วนพลฯ คลี่ เส้งซุ้น ซึ่งกลับมาด้วยกันเกิดถอดใจเอาดื้อ ๆ…อ้างว่าตนป่วยอย่างกะทันหัน…ขอลาพัก!!

นายร้อยบุตร์จึงจำเป็นต้องคัดเลือกด้วยการออกคำสั่งโดยเลือก พลฯ นวล หว่างยาง พลฯ นำ สนชัย พลฯ ขาว ศรีสุวรรณ พลฯพร้อม หนาบัวประมาณ 1 ชั่วโมงที่แล้วขณะที่เมือปราบหนุ่มอ่านรายชื่อตำรวจที่ออกปราบโจร พลฯ ตำรวจบางคนพอรู้ว่าตนโดนเลือกถึงกับปล่อยโฮอย่างไม่อายใคร นายตำรวจหนุ่มถึงถึงกับสังเวชใจกับคนเหล่านี้!

นายร้อยบุตร์สั่งลูกน้องทุกคนเตรียมเครื่องหลัง เสบียงอาหาร อาวุธพร้อมกระสุนให้เรียบร้อย ส่วนตนเองอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแบบชุดใหม่ตรวจเช็คอาวุธของตนให้อยู่ในระบบเตรียมพร้อมลั่นไกทันทีเมื่อต้องการใช้เวลาประมาณ 13 นาฬิกาเศษ นายร้อยบุตร์นำลูกน้องทั้งหมดขึ้นรถไฟสายกันตัง-สงขลา ไปลงที่สถานีบางแก้ว จากนั้นก็ย่ำเท้าเดินทางมุ่งหน้าไปยังปากปอม เขตติดต่อกับบ้านตะโหมด ปากพยูน พัทลุง เพราะแหล่งข่าวรายงานครั้งล่าสุดว่า ไอ้เสือเมืองกำลังบ่ายหน้าไปยังบ้านตะโหมดแน่นอน

เวลา 3 ทุ่มกว่า วันนี้พระจันทร์เต็มดวง พอรัศมีลงมาให้ความสว่างไปทั่วปฐพี ทำให้หน่วยตำรวจกองปราบเดินฝ่าไปกลางทุ่งกว้างอย่างสะดวกโดย พลฯ ขาวเป็นคนนำทาง เนื่องจากเขาชำนาญพื้นที่แห่งนี้ผ่านบ้านทุ่งปากปอมไปได้พักใหญ่ มองไปแลลิบๆ มองเห็นแสงไฟจากบ้านหลังหนึ่งยังส่องสว่าง พลฯ ขาวจำไม่ได้ว่าเป็นหมู่บ้านตะโหมดหรือไม่?

นายร้อยตำรวจบุตร์ตัดสินใจสั่งการให้ทุกคนตรงไปยังบ้านที่มีแสงไฟ เป็นจุดหมายทีมล่าเสือปล้นตัดทุ่งมุ่งตรงไปตามคำสั่ง ใกล้เข้าไปเห็นหลังคาบ้านชัดเจน อีกทั้งยังเห็นคนจำนวนมากเดินเข้าออกตามแนวทุ่งหน้าบ้านหลังนั้นอย่างผิดสังเกต ทำให้คิดว่าเป็นกลุ่มเสือเมืองหรือไม่?

เข้าไปใกล้จนได้ระยะตะลุมบอน คนกลุ่มใหญ่ซึ่งเป็นชายฉกรรจ์ทั้งหมดเห็นฝ่ายผู้มาเยือนยามวิกาลมีจำนวนน้อยกว่า ก็ดาหน้าเข้ามาหา บรรดาตำรวจทั้งหมดเว้นนายบุตร์คนเดียวยืนนิ่ง พากันสลัดเครื่องหลังออกฝ่ายชายฉกรรจ์เมื่อเข้าใกล้เห็นนายร้อยบุตร์แต่งกายตำรวจพากันหยุดแล้วหันหลังเผ่นหนีกระจัดกระจานกลับเข้าบ้านไป พวกตำรวจเห็นได้ทีวิ่งไล่กวด จับผู้ต้องสงสัยมาได้คนหนึ่ง เลยลากตัวมาให้นายร้อยบุตร์สอบสวนได้ทราบความจริงว่า…บ้านหลังใหญ่นั้นเป็นเรือนของผู้ใหญ่บ้านตะโหมด ชื่อกำนันล้อม ชนะสิทธิ์ ที่เห็นมีชายฉกรรจ์มากมายนั้น เพราะกำนันล้อมระดมคนมาช่วย เพราะได้ข่าวไอ้เสือเมืองจะเข้าปล้นบ้านกำนันเพื่อชิงเอาทรัพย์นายร้อยบุตร์จึงปล่อยตัวกลับไปให้บอกกำนันว่าพวกตนเป็นใคร จะขอมาอาศัยหลับนอนสักคืน เวลาเข้าบ้านจะได้ไม่เข้าใจผิดกัน!!

กำนันล้อมพอรู้ว่าเป็นตำรวจก็รีบออกมาต้อนรับ พร้อมเชิญเข้าบ้านเล่ารายละเอียดให้ฟังว่า พวกไอ้เสือเมืองได้มาพักอยู่ที่ห้างไร่ของนายชู บ้านไร่เหนือ มีผู้ใหญ่เรืองเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่มือปราบพระกาฬ ไม่ต้องการให้อื้อฉาวเอิกเกริกไปถึงหูไอ้เสือร้ายเลยบอกกับชาวบ้านที่มาชุมนุมว่า “กลับบ้านไปซะ ไม่ต้องห่วง ไม่มีพวกเสือเมืองเเถวนี้ ไม่มีโจรใดมาปล้นหรอก” ชาวบ้านพากันเชื่อ เพราะมีตำรวจถึง 7นาย อาวุธครบมือโจรไม่กล้ามาปล้นได้ชาวบ้านพากันหลับนอน…บ้านใครบ้านมัน!!

คืนนั้น…นายร้อยบุตร์กับลูกน้องพักนอนอยู่บนเรือนแต่เขาไม่ยอมหลับทั้งๆ ที่ตรากตรำการเดินทางมา 2คืนเเล้ว เวลาผ่านไปถึงตี 2 นายร้อยบุตร์จึงปลุกกำนันล้อมเเละตำรวจใต้บังคับบัญชาให้ตื่นทั้งหมด บอกกำนันว่าจะออกตรวจท้องที่ทางไร่เหนือ ให้ช่วยหาคนนำทางให้หนึ่งคน

กำนันล้อมเรียกนายยวน ซึ่งเป็นญาติกันให้นำทาง ส่วนข้าวของเสบียงต่างๆ นายร้อยบุตร์ขอฝากไว้ก่อน จะเอาปืนกับผ้าขาวม้าติดตัวไปเท่านั้น จากนั้นก็ออกเดินทางสู่บ้านตะโหมดทันทีเพียง 2ชั่วโมง ก็มาถึงบ้านผู้ใหญ่เรือง นายยวนคนนำทางถึงกับมีอาการไข้ขึ้น เนื้อตัวสั่นเทาขึ้นมา ได้บอกกับนายตำรวจหนุ่ม ขอให้ผู้ใหญ่เรืองนำทางเพราะรู้จักพื้นที่ดีกว่าตน

นายร้อยบุตร์ก็ไม่ว่าอะไรเพราะรู้ว่านายยวนรักตัวกลัวตายจึงได้เรียกผู้ใหญ่เปิดประตู นายยวนทำตาม พอผู้ใหญ่เรืองเปิดประตูนายยวนก็เผ่นหลบฉากกลับบ้านทันที เพราะกลัวผู้ใหญ่จำหน้ามันได้นายร้อยบุตร์แนะนำตัวเองว่า เป็นตำรวจใหม่พาเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ใต้ยังคับบัญชา 6 นาย ออกตรวจท้องที่ ต้องการไปนอนพักที่ห้างไร่นายชู เพราะไม่ต้องการให้ใครรู้ ที่บอกไปเช่นนั้น ก็เพื่อจะดูท่าทีของผู้ใหญ่เรืองว่า รู้เห็นเป็นใจกับเสือเมืองหรือไม่ แต่กิริยาท่าทีของผู้ใหญ่แสดงว่าไม่รู้ว่าโจรร้ายเข้ามาอยู่ในเขตพื้นที่ตน เพราะผู้ใหญ่เรืองรับปากเป็นผู้นำทางให้

คนทั้งหมดออกเดินทาง ผู้ใหญ่เรืองจุดไต้สว่างโพลงออกเดินนำหน้าไปไร่นายชู เดินไปกว่าชั่วโมงก็มาถึงไร่ข้าวแห่งหนึ่ง ผู้ใหญ่จำไม่ได้ว่าเป็นไร่ใคร จึงต้องพากันเดินทางกลับไปทางเดิมเพื่อสังเกตทิศทางใหม่นายร้อยมือปราบสั่งให้ดับไต้ และใช้การเดินโดยเลาะเลียบชายป่าเดินได้ครู่ใหญ่เห็นห้างไร่แห่งหนึ่งอยู่ด้านขวามือผู้ใหญ่เรืองไม่เเน่ใจ?

แต่ด้วยความเป็นนายตำรวจมือปราบที่โชกโชน จึงหยุดอยู่กับที่และให้ผู้ใหญ่เรืองย่องเข้าไปดูอย่างเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ผู้ใหญ่ทำตามคำสั่งเดินอ้อมไปด้านหลังมุดใต้ห้าง ไปโผล่หัวเเละเเอบดูด้านหน้า แล้วย้อนกลับทางเดิมมารายงาน… “นาย…มีคนนอนอยู่เต็มระเบียงและบนห้าง มีอาวุธด้วย” ผู้ใหญ่เรืองรายงานปากคอสั่น

นายร้อยบุตรชักให้เเน่ใจว่า เป็นพวกมาลงแขกเกี่ยวข้าวหรือไม่ ผู้ใหญ่เรืองยืนยัน “คนเหล่านั้นไม่ใช่ลูกบ้านตน” มือปราบหนุ่มคิดไปคิดมาว่า ชาวบ้านหรือโจรกันเเน่ ตัดความรำคาญไปดูด้วยตนเองดีกว่า สั่งการให้ลูกน้องโอบล้อมเป็นครึ่งวงกลม ตนเองและ ส.ต.ต.แสนเดินเข้าไปดูไปถึงบันไดขึ้นห้าง นายร้อยบุตร์กราดไฟฉายในมือส่องเห็นคนหลับที่ระเบียบ 4คน ส.ต.ต.เเสนเอาปืนยาวพาดบ่าซ้ายนายร้อยหนุ่มเตรีมยิงถล่มเข้าไปก่อน แต่เข้าส่งสัญญาณห้ามไว้ก่อน เห็นทุกคนมีอาวุธข้างกาย แต่เป็นลูกน้อง ไม่ใช่ไอ้เสือเมืองหัวหน้าจึงฉายไฟขึ้นไปบนห้าง เห็นมีอีก 4 คน คนหนึ่งไว้เคราครื้ม

“ใช่เเล้ว” จิตสำนึกบอกไอ้เคราเป็นเสือเมืองเเน่นอน ตัดสินใจบุกเดี่ยว ขึ้นไปบนระเบียงห้างทันที แต่เสียงที่ก้าวขึ้นบันไดห้างดัง พวกคนร้ายผวาตื่นไอ้คนที่นอนริมฝาด้านตะวันออกคว้าพร้าวางใกล้ตัวเผ่นโผนหมายฟันหัวมือปราบหนุ่มนายร้อยบุตร์ก้มหลบ ไอ้คนฟันจึงถลาไปทั้งตัว เป็นจังหวะเดียวกับ ส.ต.ต.แสนกระโจนขึ้นระเบียงห้างจึงชนกับคนร้ายเต็มแรง หงายหลังตกลงสู่พื้นไปทั้งสองคน

ในพริบตาเดียวกัน ไอ้คนมีหนวดตกใจตื่นลุกขึ้นนั่งขณะที่นายร้อยบุตร์กำลังคุกเข่าอยู่ปลายเท้าของมัน ไอ้เคราสฉวยปืนพกข้างตัวเหนี่ยวไกยิงทันที กระสุนนัดนั้นเลยหัวนายร้อยหนุ่มเกือบคืบ ไฟฉายในมือหลุดร่วงสู่พื้นแสงไปดับไปทันที ในความมืดนั้น มือปราบหนุ่มยิงสวนด้วยเมาเซอร์ ชนิดแลกกันซึ่งหน้าเหนี่ยวไกยิงไปทุกจุดที่เคลื่อนไหว ส.ต.ต.แสนที่ตกจากห้างไปรีบลุกขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงนาย แต่ต้องล้มตึงลงไปอีกเพราะถูกกระสุนคนร้ายยิงเข้าหนึ่งนัด แต่สติยังดีร้องบอก

“ผมถูกยิง”

นายร้อยบุตร์สั่งให้เงียบ!! คราวนี้เขารัวกระสุนไปรอบทิศทาง เสียงคนร้ายร้องลั่น บางคนกระโจนปะทะฝาห้างแหลกกระจุยหนีกันอลหม่านไปหมดเหตุการณ์ทางด้านล่าง คนร้ายที่ถลำชนหมู่เเสนแล้วร่วงหล่นไปทั้งคู่ลุกขึ้นได้วิ่งหนี พลฯ พริ้มเห็นจึงไล่จี้ไปติดๆ มันเห็นจวนตัวหันกลับเอาพร้ามาฟันเเต่พลาดพลฯพริ้มจึงยิงเข้าที่หน้าอกของมัน ร่างโจรถึงกับผงะออกไป แต่มันยังวิ่งเตลิดหนีไปได้ในทิวป่าอันมืดมิด

อึดใจต่อมา…เสียงดวลปืนสนั่นทุ่งเงียบลง พร้อมๆ กับแสงสว่างแห่งอรุณรุ่งเรืองรอง นายร้อยบุตร์ก้าวลงจากห้างไร่ลงมาตรวจหมู่เเสน ปรากฏว่าเขาถูกยิงที่หน้าผากแต่ไม่เข้า เพียงมีรอยปูดบวมเท่าลูกมะนาวส่วนบนห้างไร่มีศพอยู่ 3ศพด้วยกัน ตายเพราะโดนลูกปืนของนายร้อยบุตร์ทุกคน มือปราบเรียกพลฯ พริ้มขึ้นมาดูศพเพื่อรู้ให้เเน่ว่าใครบ้างให้เเน่ใจ พลฯพริ้งขึ้นมาดูแล้วชี้ไปที่ไอ้เคราพร้อมบอกว่า “ใช่ครบนาย…นี่ไอ้เมือง ส่วนไอ้สองคนนั้นเสือทองกับเสือย้อย”

หลังจากทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพปกติ ปรากฏตำรวจ 5 นาย ยิงกระสุนไปทั้งหมด 30นัด มีพลฯ ขาวคนเดียวที่ไม่ได้ลั่นกระสุน ซ้ำยังทำกระสุนหล่นหายไป 30นัด นายร้อยบุตร์ให้ตำรวจไปตามผู้ใหญ่เรืองที่บ้าน เพราะเชื่อว่าต้องหนีกลับไปตอนปะทะกับโจรแต่เมียผู้ใหญ่เรืองตอบมาว่า

“ผู้ใหญ่หายไปตั้งเเต่เมื่อคืนยังไม่กลับ” จึงได้ขอกำลังชาวบ้านที่แห่กันมาดูศพช่วยแบกศพไอ้สามเสือไปที่วัดตะโหมดเวลา 11 โมงพอดี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านตีเกราะบอกข่าวไอ้เสือร้ายถูกยิงตายเเล้วชาวบ้านพากันดีใจแห่มาดูศพกันเนืองแน่น นายร้อยบุตร์สั่งให้ชาวบ้านช่วยกันตามหาผู้ใหญ่เรืองและคนร้ายที่ถูกยิงบาดเจ็บ ชายฉกรรจ์พากันตีฆ้องร้องป่าวหาผู้ใหญ่และตามรอยเลือดคนร้าย แต่รอยเลือดไปหายในชายป่า ตามไม่ได้จึงยกขบวนกลับ

เวลาบ่ายโมงเศษ…ผู้ใหญ่เรืองเดินโซซัดโซเซ เนื้อตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าเต็มไปด้วยดินโคลน แกได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อเกิดยิงกันนั้นแกรีบวิ่งกลับบ้าน แต่เสียงปืนดังรัวไม่ขาดสายทำให้กลัวมาก จึงลงไปแอบอยู่ในตลิ่งริมห้วย คนร้ายคนหนึ่งเผ่นหนีมาทางเดียวกัน และพลัดตกลงมาทับตัวแกเเล้ววิ่งหนีไป อารามตกใจเลยวิ่งตามคนร้าย แล้วก็ล้มลุกคลุกคลานตกไปในห้วยอีก เลยเอาหัวหมอบยันตลิ่งไว้ ส่วนคนร้ายไม่รู้ว่ามันหนีไปทางไหน

พอชาวบ้านออกตามหาแกก็ได้ยิน เเต่มันหมดเเรงจนพูดไม่ออก กว่าจะได้สติและลากสังขารกลับมาต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง นายร้อยบุตร์ให้ลูกน้องพักกินข้าวกินน้ำพอสมควร แล้วนำศพเสือปล้นออกเดินทางจากวัดตะโหมดไปยังบางแก้ว ซึ่งต้องใช้เวลา 7 ชั่วโมง กว่าจะถึงจุดหมายปลายทางที่บางเเก้ว ร.ต.อ.ตา นาคะสิงห์ ได้มารอคอยอยู่เเล้วนายร้อยบุตร์ได้รายงานให้ทราบปฏิบัตรการโดยละเอียด ขณะเดียวกันพระคณาศรัยสุนทรเจ้าเมืองพัทลุงได้มาร่วมชันสูตรพลิกศพด้วย

วันเดียวกันนั้นเอง ชาวบ้านโล๊ะจันกระไอ้เจอเสือแดงที่ถูกพล ฯ พริ้ม ยิงเข้ากลางอก ซมซานหนีไปไม่ไหว ชาวบ้านจึงจับตัวส่งมอบให้นายร้อยบุตร์ วันรุ่งขึ้น พ.ต.อ.พระยาอธิกรประกาศ อธิบดีกรมและคณะออกตรวจราชการภาคใต้ทางรถไฟ ทราบข่าวของนายร้อยบุตร์ปราบเสือร้ายราบคาบ จึงลงไปตรวจการ พร้อมกับแสดงความยินดีและซมเชยต่อนายร้อยบุตร์จากการปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ นับเป็นความดีความชอบอันยิ่งใหญ่ ทำให้ได้รับการแต่งตั้งเป็น ร.ต.ต.บุตร์ พันธรักษ์ และทรงโปรดฯ เกล้าพระราชทาน บรรดาศักดิ์เป็น…ขุนพันธรักษ์ราชเดช พร้อมกับได้รับพระราชทานเหรียญเบจมาภรณ์มงกุฏเป้นบำเหน็จรางวัลความดีความชอบ เงินเดือนขึ้นอีกหนึ่งขั้นจาก 80บาท เป็น85บาท

การปราบเสือเมือง เสือทอง เสือย้อย เสือแดง ครั้งนี้ ต่างได้รับความดี ความชอบกันถ้วนหน้า ส.ต.ต.แสน ได้เลื่อนยศเป็น ส.ต.ท. พลฯ พร้อมได้เลื่อนเป็น พลฯ พิเศษ ท่านข้าหลวงได้เลื่อนบรรดาศักดิ์จาก “พระ” เป็น “พระยา” ส่วน ร.ต.อ. ตา ได้เป็นหลวงสมานนรากูร กำนันล้อม ชนะสิทธิ์ได้เป็นขุนประนาม

สำหรับตอนนี้ขอมอบ◎พระคาถา มหาเสน่ห์

จันโทอะภกันตะโร
ปิติ ปิโย เทวะมนุสสานัง
อิตภิโยปุริ โส
มะ อะ อุ อุ มะ อะ อิสวาสุ อิกะวิติ

คาถามหาเสน่ห์บทนี้ให้ภาวนาคาถามหาเสน่ห์นี้ ๓ จบก่อนออกไปพบคน คาถามหาเสน่ห์ จะทำให้คนที่ต้องไปพบเกิดความรักใคร่ มีเมตตาต่อเรา

นักเลง โบราณ ตำนานหนังเหนียว
รูปภาพ : หนังเรื่อง ขุนพันธ์

แอพเกจิ – AppGeji
——————————————————————————-

ติดตามเรื่องราวครูบาอาจารย์ได้เพิ่มเติมที่

แอพเกจิ Facebook: www.facebook.com/appgeji

Web Sit: www.appgeji.com

App Store (IOS): https://appsto.re/th/wlGScb.i

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: ถ้าจะก๊อปกรุณาให้เครดิตท่านเจ้าของบทความ